ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ดีไซเนอร์ไทยเฉิดฉายบนรันเวย์แฟชั่นวีกระดับโลกจากโตเกียวถึงฮ่องกง

ดีไซเนอร์ไทยเฉิดฉายบนรันเวย์แฟชั่นวีกระดับโลกจากโตเกียวถึงฮ่องกง
ความสนใจ|แฟชั่นโชว์

ดีไซเนอร์ไทย international คืออะไร และทำไมถึงกำลังยึดพื้นที่แฟชั่นโลก

ดีไซเนอร์ไทย international หมายถึงนักออกแบบเสื้อผ้าและแบรนด์จากไทยที่ได้รับโอกาสนำผลงานขึ้นสู่รันเวย์ งานแฟชั่นวีค และกิจกรรมแฟชั่นระดับนานาชาติ พร้อมทั้งได้รับการยอมรับจากสื่อและผู้จัดงานต่างประเทศในฐานะ emerging designer talent ที่มีเอกลักษณ์ด้านการใช้ผ้าไทย sustainable ผสมผสานภูมิปัญญาหัตถกรรมดั้งเดิมเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยบน fashion week runway จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาแฟชั่นโลกเรื่องงานคราฟต์ วัฒนธรรม และความยั่งยืน ปรากฏการณ์ล่าสุดชี้ชัดว่าเวลาของดีไซเนอร์ไทยบนเวทีโลกมาถึงแล้ว ไม่ใช่แค่การไปออกงานต่างประเทศแบบฉาบฉวย แต่เป็นการเข้าไปอยู่ในรายชื่อดีไซเนอร์ที่น่าจับตาของเอเชีย เคียงข้างแบรนด์จากเมืองแฟชั่นหลัก และได้รับการมองว่าเป็นพลังสร้างสรรค์รุ่นใหม่ที่กำลังเขย่ามาตรฐานแฟชั่นสากลด้วยรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง

WISHARAWISH กับการยกระดับผ้าไทยสู่แฟชั่นยั่งยืนบนรันเวย์โตเกียว

บนรันเวย์ Rakuten Fashion Week TOKYO คอลเล็กชั่น Salade de Fruits ของ WISHARAWISH คือหลักฐานชัดเจนว่าผ้าไทยสามารถยืนเคียงข้างสิ่งทอระดับโลกได้อย่างสง่างาม แบรนด์ของอู๋ วิชระวิชญ์ อัครสันติสุขเลือกใช้ผ้าไทยจาก 5 ชุมชนทั่วประเทศเป็นวัสดุหลัก ตั้งแต่ผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ไปถึงผ้า ME-D นาทับ จังหวัดสงขลา แล้วตีความใหม่ผ่านแนวคิด Work Life Balance ให้ตอบโจทย์ชีวิตจริง ตั้งแต่ชุดนอน กางเกงวอร์ม ไปจนถึงแจ็กเก็ตสูทและเสื้อคลุมปักเต็มตัว สิ่งที่ทำให้คอลเล็กชั่นนี้โดดเด่นบน fashion week runway ไม่ใช่แค่โทนสีอ่อนละมุนอย่างการใช้ด้านหลังของผ้าไหมพิมพ์ลายจากอำเภอปักธงชัยเท่านั้น แต่คือการยืนยันว่าผ้าไทย sustainable ทำได้มากกว่าคำว่าเป็นมรดกวัฒนธรรม อู๋นำเศษผ้าชิ้นเล็กตัดเป็นทรงรีคล้ายไข่มดแล้วปักลงบนชุด ใช้ทรัพยากรจนแทบไม่เหลือเศษ ถือเป็นการบอกโลกแฟชั่นว่าความงามและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสามารถอยู่ร่วมกันบนรันเวย์เดียวกันได้

หัตถกรรมพื้นถิ่นสู่มาตรฐานแฟชั่นสากล ผ้าไทยไม่ได้หยุดแค่คำว่าดั้งเดิม

พลังของคอลเล็กชั่น Salade de Fruits อยู่ที่การทำให้ภูมิปัญญาช่างทอ ช่างเงิน ช่างทอง กลายเป็นนวัตกรรมสิ่งทอร่วมสมัยอย่างแท้จริง ไม่ใช่การนำผ้าไทยไปใช้แบบผิวเผิน WISHARAWISH ผสานผ้าขิดเข้ากับดิ้นเงินให้เกิดประกายแวววาวใหม่ เปลี่ยนลายชิดเล็ก ๆ ให้สามารถตัดเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นได้หลากหลาย พร้อมนำองค์ประกอบจากผ้าไหมมัดหมี่มาแปลความผ่านกระบวนการบาติก ด้วยบล็อกพิมพ์โลหะที่สร้างจากทักษะงานช่างเงินช่างทองของชุมชน เสียงสะท้อนจากช่างในพื้นที่ยิ่งตอกย้ำว่าการร่วมงานครั้งนี้เป็นมากกว่าการสั่งผลิตผ้า ธนกร สุขเมตตาเล่าว่างานบาติกชิ้นนี้เป็นงานฝีมือร้อยเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่การสร้างเครื่องมือถึงการพิมพ์ลาย ส่วนนักทอจากกาฬสินธุ์อธิบายการยกชิดด้วยดิ้นเงินเพื่อสร้างความแวววาวแบบใหม่ เมื่องานหัตถกรรมระดับชุมชนถูกพาไปยืนอยู่บนรันเวย์โตเกียวแบบเต็มศักยภาพ นั่นคือการยกระดับมาตรฐานผ้าไทยให้เป็นภาษาสากลของแฟชั่นอย่างแท้จริง

DISAYA บนพรมแดงฮ่องกง และการเกิดขึ้นของ emerging designer talent จากเอเชีย

ฝั่งฮ่องกง รันเวย์และพรมแดงก็ไม่ว่างจากชื่อดีไซเนอร์ไทยเช่นกัน เมื่อ Gawon สมาชิกวง MEOVV จากค่าย THEBLACKLABEL ปรากฏตัวในงาน Hong Kong Fashion Fest Gala ที่โรงแรม Rosewood Hong Kong ด้วยเดรสสีขาวจากแบรนด์ DISAYA เดรสดังกล่าวใช้เทคนิคผูกเชือกคริสตัลแบบ Macramé ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ตั้งแต่ปี 2024 แสดงให้เห็นว่าดีไซน์จากไทยสามารถกลายเป็นชิ้นเด่นที่เซเลบริตี้ระดับนานาชาติเลือกใส่ในงานแฟชั่นสำคัญได้ สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการที่ออม ดิษยา สรไกรกิติกูล ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์ของ DISAYA ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบดีไซเนอร์ที่น่าจับตามองที่สุดของเอเชียประจำปี 2026 โดยหน่วยงาน Fashion Asia Hong Kong ซึ่งจัดแฟชั่นโชว์และมอบรางวัลภายในงานเดียวกัน รายชื่อ emerging designer talent กลุ่มนี้มีทั้ง Chén Sifān, KINYAN LAM, LEJE, Maligaya Clothing Co, Novel, NULLUS, SEAN SUEN, Tigerstrolling และ WMWM แสดงให้เห็นว่า DISAYA ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ไทยที่ไปร่วมงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของผังผู้เล่นรุ่นใหม่ที่กำลังนิยามอนาคตแฟชั่นเอเชียบนเวทีโลก

เมื่อผ้าไทย sustainable และดีไซเนอร์ไทย international กลายเป็นบทสนทนาหลักของแฟชั่นโลก

หากมองภาพรวมจากโตเกียวถึงฮ่องกง จะเห็นเส้นเรื่องเดียวกันคือการที่ดีไซเนอร์ไทย international กำลังก้าวขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าของแพลตฟอร์มแฟชั่นระดับโลก ทั้งบน fashion week runway และงานแฟชั่นเฟสต์ที่รวมเอาดีไซเนอร์ emerging designer talent จากหลายเมืองเข้าด้วยกัน WISHARAWISH ใช้ผ้าไทย sustainable ยืนยันว่าความยั่งยืนไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือกระบวนการคิดที่ฝังอยู่ในงานออกแบบ ขณะที่ DISAYA แสดงพลังของดีไซน์ร่วมสมัยที่ดึงดูดสายตาเซเลบริตี้และผู้คัดเลือกดีไซเนอร์น่าจับตา บทเรียนสำคัญคือ แบรนด์จากไทยไม่จำเป็นต้องลดทอนเอกลักษณ์ของตนเองเพื่อให้สากล กลับกัน การยืนหยัดกับผ้าไทย งานคราฟต์ และการเล่าเรื่องชีวิตจริงผ่านเสื้อผ้าต่างหากที่ทำให้โลกแฟชั่นหันมามอง การเดินทางต่อจากนี้จึงไม่ใช่คำถามว่าเราจะไปถึงเวทีโลกได้หรือไม่ แต่เป็นคำถามว่าเราจะใช้พื้นที่ที่ได้มาอย่างรับผิดชอบและสร้างสรรค์แค่ไหน เพื่อให้ผ้าไทยและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ยังคงเปล่งประกายต่อเนื่องบนเวทีสากล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!