ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

โฟนพับได้เรือธงสามทบของ Huawei เขย่าเกมจอพับของ Samsung

โฟนพับได้เรือธงสามทบของ Huawei เขย่าเกมจอพับของ Samsung
ความสนใจ|รวมมือถือแนะนำ

Mate XT 2 คืออะไร และทำไมมือถือจอพับสามทบถึงสำคัญ

Huawei Mate XT 2 คือโฟนพับได้เรือธงที่ใช้ดีไซน์มือถือจอพับสามทบแบบพับเข้าด้านใน มุ่งรวมขนาดและฟังก์ชันของสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์ทำงานไว้ในเครื่องเดียว โดยเน้นทั้งความบางเบา ความทนทานระดับ IP58 และ IP59 หน้าจอ 3K ขนาดใหญ่ และระบบความเป็นส่วนตัวจอกันแอบมอง Lingdun ที่ฝังในฮาร์ดแวร์ ทำให้เป็นการยกระดับแนวคิดมือถือจอพับจากของเล่นเทคโนโลยีไปสู่เครื่องมือทำงานจริงในชีวิตประจำวันของผู้ใช้สาย Productivity และสายธุรกิจที่ต้องการทั้งพลังประมวลผลและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ประเด็นสำคัญคือ Mate XT 2 ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ Huaweiเปิดตัวรุ่น Extraordinary Master และ Ultimate Design พร้อมกันในงาน HarmonyOS 7 เพื่อตอบโจทย์กระแสข่าวลือเรื่องการยกเครื่องบานพับและแบตเตอรี่ที่ลากยาวมาก่อนหน้า การเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นข้อความชัดเจนถึงตลาดว่าค่ายยังมองมือถือจอพับสามทบเป็นเสาหลัก ไม่ใช่เพียงโปรเจกต์ทดลองอย่างที่หลายคนมองโฟนพับในช่วงแรก

โฟนพับได้เรือธงสามทบของ Huawei เขย่าเกมจอพับของ Samsung

ดีไซน์บางเฉียบ บานพับสามทบ และหน้าจอ 3K ที่ใช้ได้จริง

หัวใจของการนิยามนวัตกรรมใหม่ใน Mate XT 2 คือการจัดการข้อจำกัดเชิงกลของมือถือจอพับสามทบให้ใกล้เคียงมือถือปกติที่สุด เมื่อกางออกเต็มที่ตัวเครื่องมีความบางเพียง 3.5 มิลลิเมตร และเมื่อพับแล้วหนา 12.3 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ใส่กระเป๋ากางเกงได้โดยไม่รู้สึกเกะกะเท่าแท็บเล็ตพกพา หน้าจอด้านนอก OLED LTPO ขนาด 6.5 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 6,500 นิต ใช้งานกลางแจ้งแบบมือถือปกติ ส่วนหน้าจอด้านใน 10.2 นิ้ว ความละเอียดระดับเทคโนโลยีหน้าจอ 3K อัตราส่วน 12.8:9 ทำให้เมื่อกางออกแล้วได้ผืนจอใกล้เคียงแท็บเล็ตที่เหมาะกับงานเอกสารและมัลติทาสก์จริงจัง คุณสมบัติ IP58 และ IP59 ที่เป็นครั้งแรกบนมือถือจอพับสามทบสะท้อนการตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ไม่อยากแลกความทนทานกับดีไซน์หวือหวา หน้าจอนอกใช้กระจก Basalt ทนตกกระแทกดีขึ้น 30 เท่า และกันรอยขีดข่วนมากกว่ารุ่นก่อน 16 เท่า ขณะที่โครงสร้างคอมโพสิตหลายชั้นของจอในช่วยให้ทนแรงกระแทกดีขึ้นถึง 200 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับแนวทางของ Samsung ที่ยังเน้นสองตอนและจอพับแบบดั้งเดิม Mate XT 2 คือการประกาศว่าจอพับสามทบสามารถสวยและทนไปพร้อมกันได้ ไม่ใช่แค่คอนเซปต์โชว์

โฟนพับได้เรือธงสามทบของ Huawei เขย่าเกมจอพับของ Samsung

Kirin 9050 Pro กับยุทธศาสตร์หนีการพึ่งพาชิปคู่แข่ง

ในเชิงยุทธศาสตร์ ชิป Kirin 9050 Pro คือหมากสำคัญที่ทำให้ Mate XT 2 ไม่ใช่แค่มือถือจอพับสามทบที่ดูแปลกตา แต่เป็นโฟนพับได้เรือธงเต็มตัวที่ไม่ต้องอาศัยชิปจากผู้ผลิตรายอื่น Kirin 9050 Pro ให้ประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มขึ้น 42 เปอร์เซ็นต์จากรุ่นก่อน ทั้ง Single-core แรงขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ และ Multi-core สูงขึ้น 52 เปอร์เซ็นต์ จากตัวเลขนี้ Huaweiกำลังบอกว่ามาตรฐานการทำงานประจำวันบนโฟนพับได้เรือธงไม่ควรถูกจำกัดโดยดีไซน์บานพับอีกต่อไป GPU Ma Liang รองรับ Ray Tracing แบบเรียลไทม์และเพิ่มประสิทธิภาพการเรนเดอร์ภาพถึง 142 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ NPU Da Vinci ขับเคลื่อนโมเดล AI ด้วยพารามิเตอร์รวม 3 หมื่นล้าน ทำให้การประมวลผล AI บนอุปกรณ์ทำได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ตลอดเวลา เมื่อผสานกับโมเด็ม Balong ที่รองรับการสื่อสารผ่านดาวเทียมและลดการกระตุกระหว่างวิดีโอคอลบนรถไฟความเร็วสูงได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ Mate XT 2 จึงออกแบบมาเพื่อคนทำงานเคลื่อนที่และครีเอเตอร์ที่ต้องใช้ทั้งการเรนเดอร์ภาพและการเชื่อมต่อคุณภาพสูงอย่างจริงจัง แนวทางนี้ต่างจาก Samsung ที่มักใช้ชิปเชิงพาณิชย์จากผู้ผลิตรายใหญ่ การมีสถาปัตยกรรมชิปของตัวเองทำให้ Huaweiกำหนดทิศทางฟีเจอร์เฉพาะสำหรับมือถือจอพับสามทบได้ลึกกว่า เช่น การปรับแต่งให้รองรับการเปิดสามหน้าต่างพร้อมกัน หรือโหมด PC-style workspace ที่ใช้ทรัพยากรเครื่องอย่างเต็มที่

โฟนพับได้เรือธงสามทบของ Huawei เขย่าเกมจอพับของ Samsung

จอกันแอบมอง Lingdun และระบบกล้อง 50MP เกมใหม่ของความเป็นส่วนตัวและภาพถ่าย

อีกจุดที่ Mate XT 2 เปิดเกมรุกชัดเจนใส่ Samsung คือจอกันแอบมอง Lingdun ซึ่งเป็นระบบความเป็นส่วนตัวระดับฮาร์ดแวร์บนหน้าจอพับได้รุ่นแรก ผู้ใช้สามารถแตะหน้าจอนอกสองครั้งหรือกดปุ่ม Smart Control เพื่อบีบมุมมองหน้าจอให้แคบลง ลดโอกาสที่คนรอบข้างจะเห็นข้อมูลจากด้านข้างได้ทันที และยังพับจอตั้งเพื่อบังสายตาได้อีกระดับหนึ่ง แนวคิดนี้เดินตามความกังวลจริงของผู้ใช้ยุคทำงานนอกออฟฟิศ ที่ต้องเปิดอีเมล เอกสาร หรือแชตลูกค้าบนรถไฟหรือคาเฟ่ การตอบโจทย์ด้าน privacy ที่ระดับฮาร์ดแวร์เช่นนี้คือสิ่งที่จอพับของ Samsung ยังไม่มีในรูปแบบใกล้เคียง ด้านการถ่ายภาพ Huaweiไม่ยอมลดสเปกให้มือถือจอพับสามทบ กล้องหลัก RYYB LOFIC 50MP เซ็นเซอร์ขนาด 1 ส่วน 1.28 นิ้ว ผสานกับกล้อง Periscope Telephoto RYYB 50MP ซูม Optical 3.5 เท่า กล้อง Ultrawide RYYB 40MP และเซ็นเซอร์สี Red Maple รุ่นที่สาม รูรับแสงกล้องหลักปรับได้ตั้งแต่ F1.49 ถึง F4.0 และรองรับช่วงไดนามิกสูง 18EV ทำให้ Mate XT 2 ไม่ใช่แค่มือถือจอพับที่พอถ่ายรูปได้ แต่เป็นกล้องระดับมืออาชีพที่ใช้ถ่ายงานจริงได้ โดยไม่ต้องพกสมาร์ตโฟนอีกเครื่องเหมือนที่ผู้ใช้บางคนต้องทำเมื่อใช้โฟนพับบางรุ่นของ Samsung

โฟนพับได้เรือธงสามทบของ Huawei เขย่าเกมจอพับของ Samsung

แบตเตอรี่ 5,600mAh การวางจำหน่าย และสิ่งที่ Samsung ต้องคิดใหม่

เพื่อให้มือถือจอพับสามทบไม่เป็นแค่ของเล่น Mate XT 2 ใช้แบตเตอรี่ 5,600mAh รองรับชาร์จสาย 66W และไร้สาย 50W ทำให้ใช้งานทั้งโหมดมือถือและโหมดแท็บเล็ตได้โดยไม่ต้องหันหาแบตสำรองตลอดเวลา ซึ่งสำคัญมากเมื่อแพลตฟอร์มนี้ตั้งใจให้ทำงานหลายหน้าต่างพร้อมกันแบบ PC-style workspace น้ำหนัก 299 กรัมอาจยังมากกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป แต่เมื่อดูจากฟอร์มแฟกเตอร์ 10.2 นิ้วและบานพับสามทบ ก็พอเข้าใจว่านี่คือจุดแลกเปลี่ยนที่ผู้ใช้ต้องตัดสินใจ ในเชิงตลาด Mate XT 2 Extraordinary Master จะเริ่มวางจำหน่ายในจีนวันที่ 13 กันยายน และมีสเปกสูงสุด RAM 16GB พื้นที่เก็บข้อมูล 2TB ให้เลือกสำหรับรุ่น Ultimate Design โดยมีรุ่นที่มาพร้อมจอกันแอบมอง Lingdun และปากกา M-Pen 3 แนบมาในชุด ยังไม่มีการยืนยันการวางขายทั่วโลก แต่สื่อต่างประเทศมองว่าหาก Huaweiนำรุ่นนี้ออกนอกตลาดจีนได้ จะเป็นจังหวะที่ได้เปรียบเมื่อ Samsung ตัดสินใจไม่เดินหน้ารุ่น Z TriFold ในตอนนี้ กล่าวง่ายๆ Mate XT 2 แสดงให้เห็นว่าหากผู้ผลิตยอมคิดใหม่เรื่องดีไซน์ บานพับ และความเป็นส่วนตัว มือถือจอพับสามทบสามารถกลายเป็นชนิดเครื่องหลักของผู้ใช้ได้ ไม่ใช่แค่กลุ่มคนรักเทคโนโลยี และนี่คือแรงกดดันตรงๆ ที่ Samsung ต้องรับไปวางแผนต่อยอดในยุคต่อไป

โฟนพับได้เรือธงสามทบของ Huawei เขย่าเกมจอพับของ Samsung

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!