โลจีวิตี้คืออะไร และทำไมอุตสาหกรรมอาหารถึงแห่เข้าเทรนด์นี้
สารสกัดโลจีวิตี้ คือกลุ่มส่วนประกอบอาหารและอาหารเสริมสุขภาพที่ถูกออกแบบเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยให้มนุษย์มีชีวิตยืนยาวควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเน้นการสนับสนุนการทำงานของระบบสำคัญ เช่น สมอง ผิวหนัง กระดูก และการจัดการความเครียดในระดับเซลล์ ผ่านนวัตกรรมส่วนประกอบอาหารที่มีการพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัย ตลอดจนการพัฒนาให้สามารถผสมผสานลงในอาหารและเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันได้อย่างกลมกลืน ไม่ใช่แค่อยู่ในแคปซูลหรือเม็ด อุตสาหกรรมอาหารกำลังหันมาชูตลาดสุขภาพยืนยาวเป็นเวทีแข่งขันใหม่ เพราะโครงสร้างประชากรกำลังสูงวัยอย่างรวดเร็ว และผู้บริโภคทุกช่วงวัยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น
งาน Vitafoods Asia 2026 กลายเป็นสัญญาณชัดว่าโลจีวิตี้ไม่ใช่เทรนด์เฉพาะในห้องแล็บอีกต่อไป เมื่อผู้เล่นรายใหญ่ของวงการอาหารและวิจัยสารสกัดต่างนำพอร์ตโฟลิโอของตนออกมาเปิดตัวอย่างจริงจัง ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ Longevity ที่เน้นอินกรีเดียนท์จากปลาทูน่า ในขณะที่แพลตฟอร์ม PhytoEX ภายใต้หน่วยงานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีเปิดตัวสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรที่มุ่งเป้าสุขภาพสมองและการจัดการความเครียด เทรนด์นี้จึงไม่ใช่เรื่องของแบรนด์อาหารเสริมรายย่อย แต่เป็นการปรับตำแหน่งอุตสาหกรรมอาหารทั้งระบบให้เข้าไปอยู่ในตลาดสุขภาพยืนยาวที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด

จากปลาทูน่าสู่สารสกัดโลจีวิตี้: คุณค่าจากทะเลที่ถูกยกระดับด้วยมาตรฐานการตรวจสอบอาหาร
สิ่งที่ทำให้พอร์ตโฟลิโอ Longevity ของไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์น่าสนใจไม่ใช่เพียงรายชื่ออินกรีเดียนท์ แต่คือแนวคิดที่มองปลาทูน่าทั้งตัวเป็นทรัพยากรสุขภาพยืนยาว น้ำมันปลา UniQ®OMEGA ที่อุดมด้วย DHA ถูกพัฒนาจากกระบวนการสกัดบริสุทธิ์ และมีงานวิจัยในมนุษย์รายงานว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อได้ถึง 42% และเพิ่มความจำขณะใช้งานได้ 33% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้ขายแค่คำสัญญาเชิงการตลาดอีกต่อไป คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทูน่า ThalaCol™ และไบโอแคลเซียม UniQ®BONE ก็ถูกวางตำแหน่งให้ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพผิวและกระดูกในมิติของโลจีวิตี้แบบองค์รวม
ประเด็นที่พลิกเกมในตลาดสุขภาพยืนยาวคือการผลักดันมาตรฐานการตรวจสอบอาหารและการตรวจสอบย้อนกลับ 100% ให้กลายเป็นจุดขาย ไม่ใช่เพียงข้อบังคับ ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์บริหารห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของหัวปลา หนังปลา และกระดูกปลาที่ถูกนำมาแปรรูปเป็นอินกรีเดียนท์มูลค่าสูงได้ทั้งหมด แนวทางนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แบรนด์อาหารเสริมสุขภาพและผู้พัฒนานวัตกรรมส่วนประกอบอาหารรายอื่น เพราะสามารถเล่าเรื่องราวแหล่งที่มา การจัดการอย่างยั่งยืน และการใช้ผลิตภัณฑ์พลอยได้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เริ่มตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและความยั่งยืนในทุกขั้นตอนการผลิต

สมุนไพรไทยในชุดทดลอง: PhytoEX กับภารกิจผลักดันสารสกัดโลจีวิตี้ด้านสมองและความเครียด
อีกด้านหนึ่งของสงครามโลจีวิตี้คือการทำให้สมุนไพรซึ่งเคยถูกมองเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน กลายเป็นสารออกฤทธิ์ที่มีมาตรฐานระดับสากล โปรแกรม PhytoEX ภายใต้ศูนย์วิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีกำลังขับเคลื่อนทิศทางนี้อย่างเป็นระบบ โดยมีสารออกฤทธิ์พร้อมจำหน่ายแล้ว 15 รายการ ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมสุขภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามของผิว การเปิดตัว SulforaEX™ และ EmeraPrimeEX™ ในงาน Vitafoods Asia 2026 จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มชื่อสินค้าใหม่ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าโลจีวิตี้กำลังขยายจากปลาทะเลไปสู่พืชสมุนไพรที่ผ่านการกลั่นกรองความรู้จากห้องแล็บอย่างจริงจัง
ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดีอธิบายว่า SulforaEX™ และ EmeraPrimeEX™ ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์สุขภาพสมองทั้งเรื่องความจำและความสามารถของร่างกายและสมองในการรับมือกับความเครียด จุดแข็งของแพลตฟอร์ม PhytoEX คือการครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาสารออกฤทธิ์ การต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ การพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัย ไปจนถึงการร่วมงานกับผู้ประกอบการผ่านโครงการ Accelerator เพื่อแปลงโจทย์ตลาดเป็นสินค้าจริง แนวทางนี้สะท้อนภาพใหม่ของตลาดสุขภาพยืนยาว ที่ผู้เล่นด้านวิจัยไม่ได้หยุดอยู่ที่การตีพิมพ์งานวิชาการ แต่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโซ่คุณค่า ตั้งแต่การออกแบบสูตรอาหารเสริมสุขภาพไปจนถึงการเล่าเรื่องแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตท่ามกลางภาวะเครียดเรื้อรัง

ทำไมตลาดสุขภาพยืนยาวกำลังออกจากขวดอาหารเสริมสู่จานอาหารจริง
แม้คำว่าโลจีวิตี้จะมักถูกผูกกับภาพแคปซูลและผงชงดื่ม แต่แนวโน้มล่าสุดบอกเราว่า ตลาดสุขภาพยืนยาวกำลังหลอมรวมเข้ากับโซ่อุตสาหกรรมอาหารอย่างรวดเร็ว อินกรีเดียนท์จากปลาทูน่า เช่น น้ำมันปลา DHA คอลลาเจน และไบโอแคลเซียม ถูกออกแบบให้สามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ตั้งแต่โภชนาการสำหรับทารก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหารเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง เมื่อสารสกัดโลจีวิตี้กลายเป็นส่วนประกอบที่ถูกผสมลงในนม ชานม เครื่องดื่มฟังก์ชัน หรือขนมขบเคี้ยว เท่ากับว่าเส้นแบ่งระหว่างอาหารกับยาเริ่มพร่าเลือน และความรับผิดชอบด้านมาตรฐานการตรวจสอบอาหารกับการสื่อสารต่อผู้บริโภคยิ่งสำคัญ
ตัวเลขจากการวิจัยระดับโลกสะท้อนว่ามหาศึกนี้เพิ่งเริ่มต้น กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติคาดว่าประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 3 เท่าเป็นราว 1,300 ล้านคนในปี 2593 หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งภูมิภาค ในขณะที่ผลสำรวจจาก McKinsey ระบุว่าผู้บริโภคกว่า 60% ยกการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญสูงสุด คู่กับมูลค่าตลาด Nutraceuticals ทั่วโลกที่ถูกประเมินว่าจะเติบโตจาก 636.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ไปสู่ระดับ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 นี่คือแรงผลักดันให้บริษัทอาหารไม่อาจมองข้ามการออกแบบพอร์ตส่วนประกอบอาหารให้สอดรับตลาดสุขภาพยืนยาว ทั้งในมิติการคัดเลือกวัตถุดิบ การพัฒนาสูตร และการทำงานร่วมกับนักวิจัย

ข้อสังเกตต่ออนาคตโลจีวิตี้: จากความยั่งยืนสู่การยืนระยะในใจผู้บริโภค
เมื่อมองไปข้างหน้า สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวผลิตภัณฑ์คือการวางเรื่องความยั่งยืนเป็นแกนกลางของแบรนด์โลจีวิตี้ ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ใช้ผลิตภัณฑ์พลอยได้จากการแปรรูปปลาทูน่า เช่น หัวปลา หนังปลา และกระดูกปลา มาแปรรูปเป็นส่วนประกอบอาหารมูลค่าสูงที่โรงงานหลายแห่ง ทั้งในยุโรปและภูมิภาคเอเชีย แนวคิดนี้ไม่ได้แค่ลดของเสีย แต่เป็นการต่อยอด SeaChange® 2030 ให้กลายเป็นคำมั่นด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน หากบริษัทอื่นต้องการแข่งขันในตลาดสุขภาพยืนยาวก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องตอบให้ได้ว่า วัตถุดิบของตนมาจากไหน และสร้างคุณค่าเพิ่มอย่างไรต่อโลกในภาพรวม
ด้าน PhytoEX เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายสารออกฤทธิ์ แต่คือการยกระดับระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม เพื่อผลักดันให้ประเทศในภูมิภาคสลับบทบาทจากผู้ผลิตวัตถุดิบและผู้ใช้เทคโนโลยี ไปสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพที่มีองค์ความรู้เป็นของตนเอง หากทำได้สำเร็จ แบรนด์โลจีวิตี้ในอนาคตจะไม่ใช่แค่ฉลากสวยพร้อมตัวเลขเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งกำเนิดวัตถุดิบ งานวิจัย มาตรฐานการตรวจสอบอาหาร ไปจนถึงผลลัพธ์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้ในชีวิตจริง สำหรับคนที่ต้องการใช้ตลาดสุขภาพยืนยาวให้เป็นประโยชน์ สิ่งสำคัญคือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่บอกเล่าที่มาของสารสกัดโลจีวิตี้ได้ครบทั้งด้านวิทยาศาสตร์และความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงคำโฆษณาว่า “ดีต่อสุขภาพ” แบบลอยๆ
