ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

AirPods 5 vs AirPods Pro 3 หูฟังตัดเสียง AirPods รุ่นไหนเหมาะกับสายเดินทาง

AirPods 5 vs AirPods Pro 3 หูฟังตัดเสียง AirPods รุ่นไหนเหมาะกับสายเดินทาง
ความสนใจ|ตัดเสียงรบกวนสำหรับเดินทาง

ภาพรวม AirPods 5 vs AirPods Pro 3 สำหรับคนเดินทางทุกวัน

AirPods 5 vs AirPods Pro 3 คือการเปรียบเทียบหูฟังตัดเสียง AirPods สองสายหลักของ Apple ระหว่างรุ่นมาตรฐานแบบ Open ear ที่เน้นความสบายและราคาย่อมเยา กับรุ่น Pro แบบ In ear ที่เน้น ANC แรง ฟีเจอร์สุขภาพ และแบตเตอรี่ยาว เหมาะกับการใช้งานเป็นหูฟังสำหรับเดินทางทั้งบนรถไฟ เครื่องบิน และการเดินทางในเมืองที่มีเสียงดัง การเลือกจึงไม่ใช่รุ่นไหนแรงสุด แต่คือรุ่นไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบของแต่ละคนมากกว่า โดยเฉพาะคนที่ต้องใส่หูฟังทั้งวันระหว่างเดินทางและทำงาน

สำหรับสายเดินทางทุกวัน ถ้าอยากได้เทคโนโลยี ANC แบบหูเปิดใส่สบายและราคาเป็นมิตร AirPods 5 จะตอบโจทย์ แต่ถ้าให้ความสำคัญกับการตัดเสียงรบกวนสูงสุดและคุณภาพเสียงแน่น AirPods Pro 3 ยังเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

ดีไซน์และความใส่สบาย Open ear vs In ear มีผลต่อการเดินทางอย่างไร

จุดต่างแรกที่สัมผัสได้ทันทีระหว่าง AirPods 5 และ AirPods Pro 3 คือรูปแบบการใส่ AirPods 5 ใช้ดีไซน์แบบ Open ear ไม่มีจุกซิลิโคน ทำให้ไม่รู้สึกอุดหูมาก ใส่ได้สบายเป็นชั่วโมง เหมาะกับคนที่ไม่ชอบหูฟัง In ear หรืออยากได้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่อะไรในหู ส่วน AirPods Pro 3 เป็นแบบ In ear มีจุกซิลิโคนผสมโฟมให้เลือกห้าขนาด ช่วยซีลช่องหูแน่นขึ้น ส่งผลทั้งต่อคุณภาพเสียงและความแรงของเทคโนโลยี ANC ทำให้ตัดเสียงรถเมล์ เสียงเครื่องบิน หรือเสียงคนพูดรอบตัวได้ดีกว่าในสถานีรถไฟใต้ดินและสนามบิน

เคสชาร์จเองก็มีผลต่อการพกพา AirPods 5 ทั้งสองรุ่นใช้เคสกว้างประมาณ 50.1 มิลลิเมตร ทำให้ดูเล็กและพกใส่กระเป๋ากางเกงง่าย ในขณะที่เคส AirPods Pro 3 กว้างประมาณ 62.2 มิลลิเมตรและมีห่วงคล้องสายเพิ่มความสะดวกในการห้อยกับกระเป๋า ถ้าต้องเดินทางด้วยเป้หรือกระเป๋าใบใหญ่ ห่วงคล้องของ Pro 3 จะช่วยให้หยิบใช้ได้เร็วกว่า แต่ถ้าเน้นบางเบาเข้ากระเป๋ากางเกง AirPods 5 จะคล่องตัวมากกว่า

เทคโนโลยี ANC และคุณภาพเสียง หูฟังตัดเสียง AirPods รุ่นไหนเหมาะกับสายเครื่องบิน

หัวใจของการเลือกหูฟังสำหรับเดินทางคือเทคโนโลยี ANC ปีนี้ AirPods 5 ได้ยกระดับครั้งใหญ่ เพราะ Apple ใส่ Active Noise Cancellation มาให้เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น ทำให้คนที่ชอบดีไซน์ Open ear ก็ได้ประสบการณ์หูฟังตัดเสียง AirPods โดยไม่ต้องขยับไปซื้อรุ่น Pro ระบบ ANC ของ AirPods 5 ถูกออกแบบแบบ Open ear ซึ่งลดเสียงรบกวนได้ดีเกินคาดสำหรับหูที่ไม่ซีลแน่น และเหมาะกับการตัดเสียงพื้นฐานบนรถไฟฟ้าในเมือง อย่างไรก็ตามจากการทดลองของสื่อที่ทดสอบพบว่า AirPods Pro 3 มี ANC แรงกว่า AirPods 5 ถึงสามเท่า เพราะจุกซิลิโคนสร้าง Physical seal กับช่องหูช่วยเสริมการตัดเสียง

ด้านคุณภาพเสียง AirPods 5 ได้สถาปัตยกรรมเสียงใหม่และ Adaptive EQ รุ่นปรับปรุง เสียงดีขึ้นจากรุ่นก่อน แต่ยังมีลักษณะเสียงขุ่นกว่า AirPods Pro 3 โดยเฉพาะในย่าน Lower midrange ทำให้คนฟังเพลงจริงจังหรือดูคอนเทนต์ที่เน้นเสียงพูดอาจรู้สึกว่า Pro 3 เคลียร์กว่าและบาลานซ์ดีกว่า โควตหนึ่งที่น่าจำคือ สื่อทดสอบระบุว่า "AirPods Pro 3 ให้ ANC ได้สูงกว่าถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับ AirPods 5" ซึ่งสะท้อนว่าถ้าใช้งานบนเครื่องบินหรือในพื้นที่เสียงดังมาก Pro 3 คือทางเลือกที่เหมาะอย่างเด่นชัดสำหรับสายเดินทางไกล

แบตเตอรี่ เคสชาร์จ และฟีเจอร์สุขภาพ มีผลต่อการใช้งานทั้งวัน

แบตเตอรี่เป็นอีกปัจจัยที่ต้องคิดให้ดีสำหรับคนที่ใช้หูฟังเป็นหูฟังสำหรับเดินทางและทำงานต่อเนื่อง AirPods 5 รุ่นมาตรฐานฟังต่อเนื่องพร้อม ANC ได้สูงสุดประมาณสี่ชั่วโมง และรวมกับเคสได้ราวยี่สิบชั่วโมง ในขณะที่ AirPods 5 รุ่น Wireless Charging Case เพิ่มเวลาใช้งานต่อครั้งเป็นห้าชั่วโมง และรวมเคสเป็นประมาณยี่สิบสองชั่วโมง ส่วน AirPods Pro 3 เหนือกว่าอย่างชัด ด้วยเวลาฟังต่อเนื่องพร้อม ANC สูงสุดถึงแปดชั่วโมง และรวมเคสประมาณยี่สิบสี่ชั่วโมง สำหรับคนขึ้นเครื่องบินเที่ยวเดียวหลายชั่วโมงหรือทำงานทั้งวันแบบหูไม่พัก Pro 3 จะลดโอกาสแบตหมดกลางทางได้มากกว่ามาก

ด้านเคสชาร์จ AirPods 5 รุ่นเริ่มต้นรองรับชาร์จผ่าน USB C เท่านั้น ส่วนรุ่น Wireless Charging Case เพิ่มทั้งการชาร์จผ่านที่ชาร์จ Apple Watch และ Qi พร้อมเพิ่มการปัดปรับระดับเสียงที่ก้านและลำโพงในเคสเพื่อใช้งาน Find My AirPods Pro 3 ขยายต่อจากตรงนี้ด้วยการรองรับ USB C ที่ชาร์จ Apple Watch Qi และ MagSafe และมีชิป Ultra Wideband รุ่นที่สองในเคส ทำให้รองรับ Precision Finding กับ iPhone ที่รองรับ ช่วยตามหาเคสได้แม่นขึ้น นอกจากนี้ Pro 3 ยังมีฟีเจอร์สุขภาพและการได้ยิน เช่น Hearing Test Hearing Aid Hearing Protection Conversation Boost Loud Sound Reduction และการวัด Heart rate ระหว่างออกกำลังกาย ซึ่งไม่มีบน AirPods 5

เปรียบเทียบสเปกสำคัญ AirPods 5 vs AirPods Pro 3 สำหรับสายเดินทาง

สเปกหลักAirPods 5 / 5 Wireless CaseAirPods Pro 3
รูปแบบการใส่Open ear ไม่มีจุกซิลิโคนIn ear พร้อมจุกซิลิโคนผสมโฟมห้าขนาด
เทคโนโลยี ANCANC แบบ Open ear ลดเสียงได้ดีสำหรับหูไม่ซีลANC แบบ In ear แรงกว่า AirPods 5 สูงสุดสามเท่า
แบตเตอรี่ต่อครั้งเมื่อเปิด ANCAirPods 5 ประมาณ 4 ชม AirPods 5 Wireless Case ประมาณ 5 ชมประมาณ 8 ชม เหมาะกับการเดินทางไกล
แบตรวมเคสเมื่อเปิด ANCAirPods 5 ประมาณ 20 ชม AirPods 5 Wireless Case ประมาณ 22 ชมประมาณ 24 ชม รองรับการใช้งานทั้งวัน
การควบคุมที่ก้านForce sensor รุ่น Wireless Case เพิ่มการปัดปรับระดับเสียงTouch controls พร้อมการปัดปรับระดับเสียงที่ก้าน
การชาร์จเคสรุ่นมาตรฐาน USB C เท่านั้น รุ่น Wireless Case เพิ่ม Apple Watch Charger และ QiUSB C Apple Watch Charger Qi และ MagSafe รองรับการชาร์จยืดหยุ่น
การค้นหาเคสมีลำโพงในเคสสำหรับ Find My แต่ไม่มี Precision Findingมีลำโพง Find My และชิป Ultra Wideband รุ่นที่สองรองรับ Precision Finding
ฟีเจอร์สุขภาพและการได้ยินไม่มี Hearing Test Hearing Aid Heart rate sensingมี Hearing Test Hearing Aid Hearing Protection Conversation Boost Loud Sound Reduction และ Heart rate sensing
ขนาดเคสชาร์จความกว้างประมาณ 50.1 มม พกพาง่ายกระทัดรัดความกว้างประมาณ 62.2 มม มีห่วงคล้องสายเพิ่มความสะดวก

จากตารางจะเห็นว่า AirPods 5 โดยเฉพาะรุ่น Wireless Charging Case ขยับเข้ามาใกล้ AirPods Pro 3 มากในด้านฟีเจอร์ ANC Adaptive Audio และความสามารถพื้นฐานสำหรับการเดินทาง แต่ Pro 3 ยังคงนำหน้าเรื่องแบตเตอรี่ยาวกว่าเทคโนโลยี ANC ระดับสูงสุด และฟีเจอร์สุขภาพ ทำให้คนที่เดินทางบ่อย ใช้เครื่องบินหรือรถไฟเป็นประจำ รวมถึงออกกำลังกายด้วยหูฟัง จะได้ประโยชน์จากรุ่น Pro มากกว่า ในทางกลับกันคนที่ต้องการหูฟังตัดเสียง AirPods แบบใส่สบายหูเปิดและไม่ต้องการฟีเจอร์สุขภาพจะพบว่า AirPods 5 ให้ความคุ้มค่าที่ดีกว่า

Buy if / Skip if

  • Buy the AirPods 5 if ต้องการหูฟังตัดเสียง AirPods แบบ Open ear ใส่สบาย ไม่ชอบจุกซิลิโคน และต้องการ ANC สำหรับเดินทางในชีวิตประจำวัน
  • Skip the AirPods 5 if ให้ความสำคัญกับ ANC ที่แรงที่สุด คุณภาพเสียงเคลียร์ และต้องใช้หูฟังบนเครื่องบินหรือพื้นที่เสียงดังมากเป็นประจำ
  • Buy the AirPods 5 with Wireless Charging Case if อยากได้แบตเตอรี่ต่อครั้งยาวขึ้น การปัดปรับระดับเสียงที่ก้าน และการชาร์จแบบไร้สายที่ยืดหยุ่นกว่าเพื่อใช้เดินทางทุกวัน
  • Skip the AirPods 5 with Wireless Charging Case if ต้องการฟีเจอร์สุขภาพ เช่นการวัด Heart rate และ Hearing Test หรืออยากได้ ANC ที่แรงสุดสำหรับการเดินทางไกล
  • Buy the AirPods Pro 3 if เป็นสายเดินทางไกลขึ้นเครื่องบิน รถไฟบ่อย ต้องการแบตเตอรี่ 8 ชั่วโมงพร้อม ANC และฟีเจอร์สุขภาพครบสำหรับออกกำลังกายและดูแลการได้ยิน
  • Skip the AirPods Pro 3 if ไม่ชอบความรู้สึกอุดหูของ In ear ไม่ต้องการฟีเจอร์สุขภาพ และเน้นใส่สบายชิลระหว่างเดินทางระยะสั้นในเมืองมากกว่า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!