ดิจิทัลคือทางด่วนใหม่ของธุรกิจแฟชั่นไทย SME
ธุรกิจแฟชั่นไทย SME คือกลุ่มผู้ประกอบการแฟชั่นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีทักษะการออกแบบและตัดเย็บดี แต่ต้องใช้เครื่องมือดิจิทัล แพลตฟอร์มออนไลน์ และองค์ความรู้ด้านตลาด เพื่อสร้างแบรนด์แฟชั่นไทยขยายตลาดจากในประเทศไปสู่ระดับนานาชาติ ผ่านทั้งการขายบนโซเชียลคอมเมิร์ซ การพัฒนาแบรนด์ และการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมจากภาครัฐและเอกชนที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้รวดเร็วขึ้นและแข่งขันในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ. สิ่งที่เห็นชัดคืออุปสรรคของผู้ประกอบการไม่ได้อยู่แค่เงินทุนหรือคอนเนกชั่นอีกต่อไป แต่กลายเป็น “การขาดความรู้ความเข้าใจในความต้องการของตลาด” และ “ทักษะการใช้เครื่องมือดิจิทัล” ที่ทำให้แบรนด์ดีๆ ติดอยู่ในมุมเล็กของตลาด โควิด-19ยิ่งเร่งให้โจทย์นี้ชัดขึ้น เมื่อโอกาสบนหน้าร้านหดตัว แต่โอกาสบนหน้าจอกลับเปิดกว้างสำหรับผู้ที่พร้อมจะปรับตัว.

LINE FASHION ANNUALE: จาก Go Online สู่ Grow Online
มุมมองว่าการขายออนไลน์คือคำตอบสุดท้ายสำหรับธุรกิจแฟชั่นไทย SME นั้นเริ่มล้าสมัย เพราะโจทย์ที่แท้จริงคือการ “Grow Online” อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่มีเพจหรือบัญชีแชตแล้วจบ โครงการ LINE FASHION ANNUALE 2021 ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับผู้ประกอบการแฟชั่นให้เข้าใจตั้งแต่การออกแบบ การเล่าเรื่องแบรนด์ ไปจนถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัลทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มที่คนใช้ซื้อขายจริง. แพลตฟอร์ม LINE มีผู้ใช้คิดเป็น 62% ของมูลค่าตลาด E-Commerce รวม และมีบัญชี LINE OA กว่า 4 ล้านบัญชี โดยกว่า 4 แสนบัญชีเป็นธุรกิจแฟชั่น ขณะที่การลงโฆษณาของกลุ่มแฟชั่นบน LINE เติบโตถึง 15% ทุกเดือน ประโยคที่ควรจำคือ “หน้าร้านที่ดีในยุคนี้คือหน้าจอที่เข้าใจลูกค้า” ใครอ่านข้อมูลลูกค้าเป็น ใช้เครื่องมือดิจิทัลเป็น ย่อมมีแต้มต่อเหนือคู่แข่งที่ยังขายแบบเดิม.

กรณีศึกษา Asava Group แฟชั่น: พิสูจน์พลังกลยุทธ์หลายแบรนด์
หากต้องการเห็นภาพว่ากลยุทธ์ดิจิทัลและการสร้างแบรนด์อย่างจริงจังพาแฟชั่นดีไซเนอร์ไปไกลแค่ไหน Asava Group แฟชั่นคือกรณีศึกษาที่ห้ามมองข้าม Asava เริ่มจากแบรนด์เสื้อผ้าสุภาพสตรีสายดีไซเนอร์ ก่อนแตกพอร์ตเป็น 5 แบรนด์แฟชั่นและ 2 แบรนด์ร้านอาหาร ครอบคลุมตั้งแต่ Asava, Asv, Uniform by Asava, MOO ไปจนถึง White Asava ที่จับตลาดชุดแต่งงาน. ผลลัพธ์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะแผนหลายแบรนด์ทำให้กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายถูกดูแลด้วยอัตลักษณ์ชัดเจน ข้อมูลยอดขายครึ่งปีหนึ่งระบุว่า Asava โต 35%, Asv 23% และ Uniform by Asava พุ่งถึง 102% ขณะที่ภาพรวมทั้งกรุ๊ปเติบโต 63% และตั้งเป้าให้ยอดขายรวมโตเกิน 50% ทั้งปีนี้และปีหน้า คำพูดชัดๆ คือ “โควิดทำให้เดรสราคาแพงถูกซื้อผ่านออนไลน์มากขึ้น และยอดขาย 30% ของกรุ๊ปมาจากช่องทางออนไลน์” ซึ่งตอกย้ำว่าลักชัวรีแฟชั่นก็ต้องเล่นเกมดิจิทัลเหมือนกัน.

ดีพร้อมส่งเสริมแฟชั่นไทย ด้วยซอฟต์พาวเวอร์และดีไซเนอร์รุ่นใหม่
ฝั่งนโยบายรัฐ ดีพร้อมส่งเสริมแฟชั่นไทยด้วยแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์ที่เน้นให้ดีไซเนอร์เป็นนักสร้างสรรค์เศรษฐกิจ กิจกรรม DIPROM Thai Designer Lab พัฒนานักออกแบบในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และคัดเลือก 3 แบรนด์ที่โดดเด่น ได้แก่ Feel Youth, PAKAPAN.s และ LUUMI เพื่อนำผลงานออกสู่ระดับสากล. แนวทาง “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ถูกออกแบบให้วิสาหกิจในระบบพัฒนาใช้ 6 กลไกหลัก ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การเข้าถึงเงินทุน การเชื่อมสิทธิประโยชน์ การสร้างเครือข่าย และการผลักดันธุรกิจสู่สากล ขณะเดียวกัน โครงการ Soft Power Fashion Thai ก็เตรียมพื้นที่ Show Pow ให้สินค้ากว่า 100 แบรนด์ในกลุ่มเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และอัญมณีได้สื่อสารภาพลักษณ์และกระตุ้นการช้อปในราคาดึงดูด จุดแข็งคือรัฐไม่ได้แค่จัดงานแฟชั่นโชว์ แต่กำลังสร้างระบบสนับสนุนที่ต่อเนื่องให้ธุรกิจแฟชั่นไทย SME มีรากฐานพร้อมแข่งขันนอกตลาดเดิม.

บทสรุป: จากเวทีเล็กสู่ตลาดโลก ใครอ่านเกมดิจิทัลออกคือผู้ชนะ
เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่าเส้นทางของธุรกิจแฟชั่นไทย SME ในยุคดิจิทัลไม่ได้ขึ้นกับฝีมือการตัดเย็บเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขึ้นกับความสามารถในการอ่านเทรนด์ตลาด ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ และใช้โครงการสนับสนุนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด Pain point ด้านความรู้และเวทีแสดงผลงานสามารถถูกแก้ด้วยโครงการอย่าง LINE FASHION ANNUALE ที่กดปุ่มให้ผู้ประกอบการขยับจากการ Go Online ไปสู่การ Grow Online. ในทางปฏิบัติ Asava Group แฟชั่นพิสูจน์แล้วว่าการสร้างหลายแบรนด์ผสานช่องทางออนไลน์อย่างจริงจังสามารถส่งยอดขายโตตั้งแต่ 23% จนถึง 102% ในบางแบรนด์ ขณะที่ฝั่งรัฐ ดีพร้อมส่งเสริมแฟชั่นไทยด้วยการเน้นซอฟต์พาวเวอร์และการพัฒนานักออกแบบเพื่อเชื่อมสู่เวทีสากล บทเรียนสำคัญคือ ผู้เล่นที่ยอมลงทุนกับองค์ความรู้ดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบ จะเป็นคนที่เปลี่ยนเวทีเล็กให้กลายเป็นประตูสู่ตลาดโลกได้ก่อนใคร.






