Naomi Osaka กับนิยามใหม่ของแฟชั่นเทนนิส US Open
แฟชั่นเทนนิส US Open คือการใช้พื้นที่การแข่งขันเทนนิสระดับแกรนด์สแลมเป็นเวทีเล่าเรื่องผ่านเสื้อผ้า ที่ผสานฟังก์ชันการเล่นกีฬาเข้ากับแนวคิดการออกแบบแบบแฟชั่นโชว์ สร้างลุคที่จดจำได้ชัดเจนทุกครั้งที่นักกีฬาเดินเข้าสู่คอร์ต และกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชมการแข่งขันสมัยใหม่ของแฟนกีฬาและแฟชั่นพร้อมกันในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ Naomi Osaka แตกต่างคือ เธอไม่ได้ลงแข่งด้วยชุดกีฬามาตรฐาน แต่เปลี่ยนทุกการปรากฏตัวให้เป็นโมเมนต์แฟชั่นที่ถูกวางแผนอย่างละเอียด สไตล์ทั้งในและนอกคอร์ตของเธอกลายเป็นอีเวนต์ในตัวเองไปแล้ว โดยเธอมองแกรนด์สแลมแต่ละรายการเหมือนแฟชั่นโชว์ และนำความน่าตื่นตากับจิตวิญญาณอิสระของแฟชั่นเข้ามาเขย่าวงการเทนนิสที่ขึ้นชื่อว่าอนุรักษนิยมอย่างชัดเจน

ลุคเด่น Naomi Osaka ที่ทำให้คอร์ตดูเหมือนแฟชั่นวีก
หัวใจของเสน่ห์ลุคเด่น Naomi Osaka อยู่ที่การคุมโทนเรื่องเล่าแต่ละชุดแบบเฉพาะกิจ สำหรับ US Open ครั้งนี้ เธอยกระดับชุดสั่งตัดพิเศษขึ้นไปอีกขั้นด้วยการร่วมงานกับดีไซเนอร์หลายคนเพื่อสร้างสรรค์ตู้เสื้อผ้าสำหรับนิวยอร์กอย่างตั้งใจ ผลคือทุกครั้งที่เธอก้าวเข้าศูนย์เทนนิส Billie Jean King สนามทั้งสนามเหมือนได้รับการจัดฉากใหม่ ราวกับพานิวยอร์กแฟชั่นวีกมาเยือนก่อนเวลา หนึ่งในคำพูดที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ชัดคือ “เรากำลังเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการด้านแฟชั่นเทนนิสอย่างแท้จริง โดยมีผู้เล่นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่หันมาใส่ใจเรื่องแฟชั่น และโอซาก้าก็เป็นผู้นำในเรื่องนี้” สุนิตา กุมาร์ แนร์ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสไตล์เทนนิสกล่าวไว้ ซึ่งตอกย้ำว่าเธอไม่ใช่แค่นักหวดลูกสักหลาด แต่คือไอคอนแฟชั่นกีฬาเต็มตัว

จาก KidSuper ถึง Who Decides War เมื่อชุดเทนนิสแฟชั่นกลายเป็นภาษาวัฒนธรรม
หากมองแฟชั่นของ Osaka เป็นภาษาหนึ่ง ลุคจาก KidSuper คือประโยคเปิดที่ดังชัด Colm Dillane ผู้ก่อตั้ง KidSuper ออกแบบแจ็กเก็ตสั่งตัดพิเศษร่วมกับสไตลิสต์ Law Roach เพื่อคารวะแฟชั่นก่อนลงแข่งของ Allen Iverson ในช่วงต้นยุค 2000 พร้อมโลโก้ NBA ที่ถูกตีความใหม่ในธีมเทนนิส จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในลุคดีที่สุดของ Osaka นี่คือการประกาศว่าชุดเทนนิสแฟชั่นสามารถเชื่อมโลกเทนนิสกับวัฒนธรรมบาสเกตบอลและสตรีตได้ในช็อตเดียว อีกลุคจาก Who Decides War คือการคารวะ Iverson ที่ตรงไปกว่านั้น เดรสทูลล์ผสานฮู้ดดี้แขนกุดแต่งขาดที่เธอสวม กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์สำคัญที่สุดของ US Open เลยทีเดียว เธอยังเย็บคลิปข่าวชัยชนะในอดีตของตัวเองลงบนเสื้อ สวมเฮดแบนด์และปลอกแขนแบบนักบาส สร้างภาพจำว่าคอร์ตเทนนิสก็เล่าเรื่องชีวิตและแรงบันดาลใจของนักกีฬาได้ไม่แพ้รันเวย์แฟชั่น

Thom Browne และ MONSE เมื่อซิลูเอตต์เฟมินีนกับพาวเวอร์สูทเจอกันบนคอร์ต
อีกด้านหนึ่งของแฟชั่นเทนนิส US Open ในแบบ Osaka คือการเล่นกับซิลูเอตต์ที่ขัดแย้งกันแต่ลงตัว ลุคของเธอที่ Thom Browne ออกแบบคือการตีความสไตล์ซิกเนเจอร์ของ Osaka ให้พองฟู เปี่ยมความเฟมินีนและสนุกสนาน มีโค้ตสีขาวปักลายไม้เทนนิสจิ๋ว ชายกระโปรงลากยาวและผ้าตาข่ายที่อ้างอิงถึงชุดแข่งบาสเกตบอลของ Nike สำหรับทัวร์นาเมนต์ปีนี้ มันคือการบอกว่าความอ่อนหวานและพลังนักกีฬาสามารถอยู่ในลุคเดียวกันได้ ด้าน MONSE เธอหันมาในโหมดพาวเวอร์สูท เมื่อ Nike จับมือกับ MONSE สร้างสรรค์ชุดดีคอนสตรักต์สำหรับ Osaka ที่สะกดทุกสายตา ภาพของนักเทนนิสในสูทสไตล์แฟชั่นเฮาส์บนคอร์ต ทำให้คำว่า ไอคอนแฟชั่นกีฬา มีน้ำหนักกว่าการเป็นเพียงพรีเซนเตอร์แบรนด์ แต่คือการใช้ร่างกายและฝีมือเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบอย่างแท้จริง

ทำไม Naomi Osaka ถึงคืออนาคตของแฟชั่นในกีฬา
เส้นทางของ Osaka ไม่ได้เริ่มจากการถูกระบบแฟชั่นเลือก แต่เริ่มจากการเลือกแฟชั่นมาเป็นพื้นที่เล่าเรื่องของตัวเอง ชุดฝึกซ้อมของเธอเคยเป็นเดรสสีคาราเมลสุดคลาสสิกจาก Dolce & Gabbana และลุคกระโปรงสั้นโทนส้ม คาราเมล ไปจนถึงสีเทอร์ควอยซ์ระหว่างซ้อมที่ Flushing Meadows ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกวันคือโอกาสสร้างตัวละครใหม่ในแบบที่เธอเปรียบว่าเหมือนวิดีโอเกมที่ผู้เล่นเลือกตัวละครได้หลายแบบ ที่สำคัญ เธอเคยพูดว่าแฟชั่นเป็นเหมือน “ที่หลบหนี” ที่ช่วยให้เธอพูดคุยเรื่องอื่นนอกจากเทนนิสและเผยอีกด้านหนึ่งของชีวิตให้ผู้คนเห็น เมื่อมองจากมุมนี้ การที่สนามแข่งเริ่มถูกเปรียบกับแฟชั่นวีก และนักกีฬาอย่าง Osaka ถูกมองเป็นอินฟลูเอนเซอร์รูปแบบใหม่ ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์สวยงามชั่วคราว แต่คือการยืนยันว่ากีฬาและแฟชั่นกำลังกลายเป็นภาษาร่วมสมัยเดียวกัน ซึ่งคงยากจะพูดถึงอนาคตของชุดเทนนิสแฟชั่นโดยไม่เอ่ยชื่อเธอ







