ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

5 โรคฤดูฝนระบาดหนัก สัญญาณเตือนและวิธีป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม

5 โรคฤดูฝนระบาดหนัก สัญญาณเตือนและวิธีป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

โรคฤดูฝนคืออะไร และทำไมปีนี้ต้องจริงจังกว่าเดิม

โรคฤดูฝน คือกลุ่มโรคติดเชื้อที่มีแนวโน้มพบมากขึ้นในช่วงที่มีความชื้นสูง น้ำขัง อากาศแปรปรวน และการปนเปื้อนเชื้อในอาหารหรือน้ำดื่ม ส่งผลให้เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และยุงพาหะเจริญเติบโตได้ดี ผู้คนมักอยู่รวมในที่ปิด ทำให้แพร่กระจายสู่กันได้ง่าย หากละเลยการป้องกันจะเพิ่มโอกาสเกิดการระบาดเป็นวงกว้างและทำให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา หน่วยงานด้านสาธารณสุขรายงานว่าโรคไข้หวัดใหญ่ โรคอุจจาระร่วง โควิด 19 โรคปอดอักเสบ และโรคมือเท้าปาก เป็น 5 โรคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในรอบหนึ่งเดือน ขณะที่ไข้เลือดออกยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชัดเจนว่าโรคฤดูฝนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษาเป็นกลยุทธ์ที่แพงและเสี่ยงเกินไป การอ่านสถานการณ์ออก สังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนป้องกันล่วงหน้าจึงเป็น “ทักษะจำเป็น” ของทุกครอบครัวในช่วงนี้

5 โรคฤดูฝนระบาดหนัก สัญญาณเตือนและวิธีป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม

ไข้หวัดใหญ่ RSV และโควิด 19 ระบบหายใจที่หน้าฝนชอบมาก

โรคทางเดินหายใจคือพระเอกตัวร้ายของโรคฤดูฝน เพราะอากาศเย็นชื้นและคนอยู่ในที่ปิดร่วมกันนาน ทำให้เชื้อแพร่ได้ง่าย น่าเป็นห่วงที่สุดคือไข้หวัดใหญ่ RSV และโควิด 19 ซึ่งพบอัตราป่วยสูงในเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงต้นกันยายนพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 359,672 ราย เสียชีวิต 57 ราย และส่วนใหญ่เป็นเด็ก 5–9 ปีที่ไม่ได้รับวัคซีน ขณะที่ผู้ป่วย RSV ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ RSV ถูกยกระดับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังร่วมกับโรคลีเจียนแนร์ในการประกาศรายชื่อโรคใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข

อาการเตือนที่ไม่ควรปล่อยผ่าน ได้แก่ ไข้สูง ไอ น้ำมูก แน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว วิธีป้องกันที่ได้ผลคือวินัย DMH ได้แก่ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก และล้างมือบ่อยด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างมือแอลกอฮอล์ทุกครั้งหลังสัมผัสพื้นผิวร่วม ก่อนกินอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ หากมีอาการระบบทางเดินหายใจควรหลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้อื่นและรีบพบแพทย์

5 โรคฤดูฝนระบาดหนัก สัญญาณเตือนและวิธีป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม

ไข้เลือดออกและลีเจียนแนร์ น้ำขังและละอองน้ำที่แลกด้วยชีวิต

เมื่อพูดถึงโรคฤดูฝน ภาพยุงลายและไข้เลือดออกมักผุดขึ้นมาเป็นอันดับแรก ซึ่งไม่เกินจริง เพราะปีนี้มีผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสมกว่า 25,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือไปโรงพยาบาลช้าเมื่อมีไข้สูงต่อเนื่อง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนก่อนถึงมือแพทย์

อาการเตือนของไข้เลือดออกที่ต้องรีบพบแพทย์คือ ไข้สูงต่อเนื่อง ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง กระหายน้ำ มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง แขน ขา ลำตัว ยาพาราเซตามอลยังใช้ได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกผิดปกติ

ด้านโรคลีเจียนแนร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเชื้อในระบบน้ำและละอองน้ำ ถูกเพิ่มเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังใหม่ ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนว่าโรคจากสิ่งแวดล้อมชื้นแฉะไม่ได้จำกัดแค่ยุงอีกต่อไป ทางรอดที่จับต้องได้คือกำจัดน้ำขังทุก 7 วัน ปิดฝาภาชนะ เก็บขยะ และใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงหรือนอนมุ้งทุกคืน พร้อมระวังละอองน้ำจากระบบปรับอากาศหรือหอพักที่ไม่ได้บำรุงรักษาอย่างเหมาะสม

ท้องร่วงฤดูฝนและมือเท้าปาก เมื่ออาหารและมือไม่สะอาดคือปัจจัยร่วม

ฝนตก ถนนแฉะ น้ำขัง ไม่ได้ทำให้แค่ยุงเพิ่ม แต่ยังผลักโรคทางเดินอาหารอย่างโรคอุจจาระร่วงและโรคมือเท้าปากให้พุ่งขึ้นด้วย อาหารที่ปรุงไม่สุก น้ำดื่มปนเปื้อน และมือที่ไม่ได้ล้างสะอาดคือสามปัจจัยที่จับมือกันสร้างปัญหา ท้องร่วงฤดูฝนจึงไม่ได้เป็นเพียงอาการไส้บิดเล็กน้อย แต่ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรงได้

โรคมือเท้าปากพบมากในเด็กต่ำกว่า 5 ปี โดยมีผู้ป่วยสะสมเกือบ 60,000 ราย และมักเริ่มด้วยไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย ก่อนพบตุ่มพองในปากและตามมือเท้า ซึ่งส่วนใหญ่หายเองใน 3–5 วัน แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรงขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส

แนวทางป้องกันที่ได้ผลที่สุดในกลุ่มโรคเหล่านี้คือสุขอนามัยพื้นฐานแบบไม่ต่อรอง ล้างมือบ่อย โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำและก่อนกินอาหาร ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน ระวังอาหารสุกใหม่สะอาด เลี่ยงอาหารดิบและน้ำแข็งที่ไม่แน่ใจแหล่งที่มา ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนควรคัดกรองเด็กก่อนเข้า แยกเด็กป่วย จัดอ่างล้างมือและสบู่ให้เพียงพอ และหากเด็กป่วยควรหยุดเรียนอย่างน้อย 5 วันหรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ

จากเตือนภัยสู่แผนลงมือทำ วัคซีน การเฝ้าระวัง และการดูแลตัวเอง

ข่าวดีท่ามกลางโรคฤดูฝนคือระบบเฝ้าระวังและการสร้างภูมิคุ้มกันกำลังเข้มแข็งขึ้น หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้เพิ่มโรคลีเจียนแนร์ RSV และโรคอื่นเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติที่เชื่อมข้อมูลวัคซีนจากสถานพยาบาลทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน

สำหรับประชาชน สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่รอฟังสถิติ แต่คือเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นแผนชีวิต เช่น กลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน และพิจารณาวัคซีนทางเลือกหรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสำหรับ RSV ตามคำแนะนำแพทย์ ส่วนไข้เลือดออกก็มีวัคซีนทางเลือกภายใต้การประเมินของแพทย์เช่นกัน

ท้ายที่สุด การป้องกันโรคฤดูฝนไม่ได้ซับซ้อนเท่าเดดไลน์งานหรือค่าใช้จ่ายรายเดือน สิ่งที่ต้องมีคือความสม่ำเสมอในสามเรื่องใหญ่ หนึ่ง สุขอนามัยล้างมือ กินสุก ดื่มสะอาด สอง ควบคุมยุงและแหล่งน้ำขังรอบบ้าน และสาม หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย สวมหน้ากากเมื่อไม่สบาย และไปพบแพทย์เร็วเมื่อมีสัญญาณเตือน หากทำได้ครบ ฤดูฝนก็จะเป็นเพียงฤดูกาล ไม่ใช่ฤดูของการนอนโรงพยาบาล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!