ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

อีเวนต์เทคใหญ่กำลังปั้นคนทำงานให้รอดในยุค AI อย่างไร

อีเวนต์เทคใหญ่กำลังปั้นคนทำงานให้รอดในยุค AI อย่างไร
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI career readiness คืออะไร และทำไมคุณต้องสนใจตอนนี้

AI career readiness คือการที่คนทำงานเตรียมทักษะ ความคิด และวิธีทำงานใหม่ เพื่อใช้ AI เป็นตัวขยายศักยภาพ แทนที่จะปล่อยให้เทคโนโลยีมากดดันหรือแย่งงาน โดยรวมทั้งทักษะเทคนิค การทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ และสมรรถนะด้านมนุษย์ที่ AI แทนไม่ได้ เช่น ความเข้าใจผู้อื่น ความคิดสร้างสรรค์ และภาวะผู้นำ เพื่อให้แต่ละคนยังมีคุณค่าและแข่งขันได้ในตลาดแรงงานยุค AI ที่เปลี่ยนเร็วมาก

ถ้าดูจากภาพรวมของงานเทคขนาดใหญ่ช่วงนี้จะเห็นชัดว่าองค์กรไม่ได้ถามแล้วว่า AI จะมาไหม แต่กำลังลงมือปั้นคนทำงานให้พร้อมอยู่กับมัน ทั้งในมุมทักษะ การทดลองใช้จริง และการตั้งคำถามด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบ นี่ไม่ใช่การอัปสกิลแบบสมัครใจอีกต่อไป แต่คือเงื่อนไขใหม่ของความมั่นคงในอาชีพในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

KBTG Techtopia เมื่อ AI คือเครื่องทวีคูณศักยภาพ ไม่ใช่คู่แข่ง

หัวใจของงาน KBTG Techtopia คือการพลิกมุมมองจากกลัว AI แย่งงาน ไปสู่การเห็นมันเป็นเครื่องมือขยายขีดความสามารถของเราเอง หลายคนถูกย้ำชัดว่าเทคโนโลยีไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นตัวช่วยที่ทำให้มนุษย์ไปได้ไกลกว่าเดิม ภายใต้ธีม Human of Tomorrow งานปีนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 80 คนจากหลายอุตสาหกรรม บนเวทีที่พูดกันตรงๆ ว่าคนกับ AI จะเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันได้อย่างไร

สิ่งที่น่าสนใจคือการขยับจากภาพ AI แบบแชตบอต ไปสู่ AI Agent หรือ Digital Workforce ที่วางแผน วิเคราะห์ และลงมือทำงานได้เอง โดยองค์กรกำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม Multi‑Agent ภายในชื่อ Athena Mind เพื่อดึง AI เข้ามาในวงจรพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Human‑in‑the‑loop และตั้งเป้าลดต้นทุนการพัฒนาลง 15 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2028 นี่คือการเตรียม AI workplace adaptation ในระดับโครงสร้างงาน ไม่ใช่แค่ติดตั้งเครื่องมือให้พนักงานใช้กันแบบลอยๆ

ในระดับบุคคล งานนี้ก็ชัดเจนว่า AI career readiness ไม่ได้แปลว่าต้องโค้ดเก่งอย่างเดียว ผลสำรวจที่หยิบมาพูดกันบนเวทีระบุว่าภายในปี 2030 แรงงานกว่า 39 เปอร์เซ็นต์จำเป็นต้อง Reskill แต่คุณค่าจริงของมนุษย์ยังอยู่ที่ Empathy Creativity และ Leadership การเป็นคนทำงานยุคใหม่จึงต้องยอมรับว่าเราต้องกลายเป็น Master of the Machine ใช้ AI ทำงานที่กินเวลา แล้วเอาเวลาที่คืนมาไปสร้างสรรค์และพลิกธุรกิจ

อีเวนต์เทคใหญ่กำลังปั้นคนทำงานให้รอดในยุค AI อย่างไร

เวิร์กชอปและวงคุยลึก เหมือนบูตแคมป์ย่อมๆ ด้าน AI workplace adaptation

สิ่งที่ทำให้ KBTG Techtopia โดดเด่นในฐานะ tech skills training events คือโซน Playground Workshops และ Community Circles ที่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เพราะเป็นพื้นที่ให้คนทำงานลงมือฝึกของจริง จากการเขียน PRD แล้วใช้ Google AI Studio เปลี่ยนเป็นแอปที่รันได้ภายใน 15 นาที ไปจนถึงการใช้ AI Agent อย่าง IBM Bob ช่วยรีแฟกเตอร์โค้ดเก่า และเรียนรู้กรอบ AI‑Driven Development Lifecycle ที่ให้มนุษย์เป็นคนตัดสินใจหลักตลอดวงจรพัฒนา

ด้าน human skills ก็ไม่ได้ถูกทิ้ง มีเวิร์กชอป Listen Like Leaders ที่ให้ผู้เข้าร่วมงดใช้เครื่องมือสื่อสารสองชั่วโมงเต็ม เพื่อฝึก Empathic Listening และการสร้างความไว้วางใจที่ AI ทำแทนไม่ได้ รวมถึง 10 วงสนทนา Community Circle ว่าด้วยการเป็น Human of Tomorrow การรีไวร์ตัวเอง และการออกแบบชีวิตการเงินและอาชีพยุคใหม่ ถ้านิยาม professional development programs ในยุคนี้ งานลักษณะนี้คือบรรทัดฐานใหม่ เพราะผสมทั้งทักษะเทคนิคและทักษะมนุษย์ในแพ็กเดียว

อีเวนต์เทคใหญ่กำลังปั้นคนทำงานให้รอดในยุค AI อย่างไร

Krungsri Tech Day เมื่อทุกสายอาชีพต้องจับ AI ให้เป็นเรื่องปกติ

อีกฟากหนึ่งของภาคการเงิน งาน Krungsri Tech Day แสดงชัดว่าการเตรียมคนทำงานสู่ AI workplace adaptation ไม่ใช่เรื่องของทีมไอทีอย่างเดียว ธนาคารจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ภายใต้แนวคิด Simplifying Life Shifting Business with AI เพื่อให้คนทำงานทุกสายเข้าใจทิศทาง AI เห็นเทคโนโลยีและโซลูชันใหม่ พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริงที่ต่อยอดได้ทั้งงาน ธุรกิจ และชีวิตประจำวัน

โครงสร้างงานแบ่งเป็นสองเวทีหลัก Envisioning Stage สำหรับวิสัยทัศน์และเทรนด์ และ Execution Stage สำหรับกรณีใช้จริง ตั้งแต่เพิ่มประสิทธิภาพงาน แก้โจทย์ธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างโอกาสใหม่ รอบๆ เวทีมีโซน AI and Technology Exhibition ให้ลองใช้เทคโนโลยีด้วยตัวเอง เวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการ และ Business Clinic ที่ผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์โจทย์ธุรกิจแบบตัวต่อตัว สิ่งสำคัญคืองานเปิดให้ผู้บริหาร นักธุรกิจ นักการตลาดดิจิทัล สตาร์ตอัป คนสายเทค นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI นักศึกษา และคนสนใจทั่วไปเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แค่ลงทะเบียนล่วงหน้า

มุมมองส่วนตัวคือ ถ้าคุณยังมองอีเวนต์แบบนี้เป็นแค่ที่ไปฟัง Keynote คุณกำลังพลาดโอกาสฝึก AI career readiness แบบต้นทุนต่ำที่สุดในตลาด เพราะคุณไม่เพียงอัปเดตความรู้ แต่ได้ลองวางเคสของตัวเองบนโต๊ะ และรับคำแนะนำว่าจะเอา AI ไปใช้ให้เหมาะกับบริบทธุรกิจจริงของคุณ

Siriraj x MIT Hacking Medicine เมื่อคำถามไม่ใช่แค่ AI ทำได้ไหม แต่ใครรับผิดชอบ

ด้านสาธารณสุข งาน Siriraj x MIT Hacking Medicine กำลังยกระดับ AI career readiness ของแพทย์และผู้บริหารโรงพยาบาลด้วยคำถามที่ยากกว่าวิธีใช้เครื่องมือ ธีม Agentic Healthcare เน้นการขยับจากโมเดลอัจฉริยะสู่ระบบการแพทย์ที่เชื่อถือได้ และตั้งคำถามใหญ่ว่าเมื่อ AI เริ่มลงมือทำในกระบวนการรักษา ใครต้องรับผิดชอบผลลัพธ์

การประชุมวิชาการหลักวันที่ 20 ตุลาคม รวมผู้บริหารและนักวิจัยด้าน AI ทางการแพทย์จาก MIT Stanford UCLA Tsinghua และ Peking บนเวทีเดียวกัน เพื่อหารือเรื่องนี้อย่างจริงจัง จุดยืนของงานคือเสียงจากโรงพยาบาลจริง ไม่ใช่แค่จากบริษัทเทคโนโลยี แถมยังมีเวิร์กชอป LLM‑athon ที่ให้ลงมือทดลองใช้โมเดลภาษาในโจทย์คลินิกจริง ที่ศูนย์ KX ในวันที่ 19 ตุลาคม นี่คือ tech skills training events สำหรับสายแพทย์ที่ไม่หยุดแค่การโค้ด แต่ครอบคลุมจริยธรรม การกำกับดูแล และแบบจำลองธุรกิจสุขภาพด้วย

ที่สำคัญ งานนี้สะท้อนว่าการสร้าง AI workplace adaptation ในโรงพยาบาลไม่ใช่เรื่องของแพทย์อย่างเดียว แต่เชื่อมถึงบริษัทประกัน หน่วยงานกำกับดูแล และนักลงทุน เพราะคำตอบว่าใครรับผิดชอบเมื่อ AI พลาด จะกำหนดตั้งแต่การจัดซื้อเทคโนโลยีไปจนถึงมูลค่ากิจการ HealthTech ในตลาด นี่คือ professional development programs แบบข้ามสายวิชาชีพในความหมายที่แท้จริง

อีเวนต์เทคใหญ่กำลังปั้นคนทำงานให้รอดในยุค AI อย่างไร

ข้อสรุปสำหรับคนทำงานยุค AI จากฟินเทคถึงโรงพยาบาล

เมื่อดูภาพรวมจากสามเวทีใหญ่ สิ่งที่สะท้อนชัดคือหลายภาคส่วน ทั้งการเงิน เทคโนโลยี และการแพทย์ ต่างเร่งสร้าง AI career readiness ให้คนของตัวเองผ่านโปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะ ตั้งแต่เวิร์กชอปลงมือทำ วงคุยเชิงลึก ไปจนถึงการถกเรื่องความรับผิดชอบของ AI ในระบบที่แตะชีวิตคนจริง

ข้อเท็จจริงก็คือ ถ้าคุณเป็นคนทำงานยุคนี้ คุณไม่มีทางอยู่เฉยแล้วรอดจากการเปลี่ยนแปลง AI workplace adaptation กำลังถูกฝังเข้าไปในทุกอาชีพ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสายฟินเทค การตลาด วิศวกรรม แพทย์ หรือธุรกิจส่วนตัว ทางเลือกจึงไม่ใช่จะใช้ AI หรือไม่ใช้ แต่คือจะฝึกตัวเองให้เป็นคนที่ทำงานกับ AI ได้ดีแค่ไหน คำแนะนำตรงๆ คือเริ่มมองหา professional development programs และ tech skills training events ที่ตอบโจทย์อาชีพของคุณ แล้วลงมือสมัครให้เร็วที่สุด เพราะช่องว่างระหว่างคนที่พร้อมกับไม่พร้อมกำลังขยายตัวแบบทวีคูณ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!