ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Modders ปลดล็อก DLSS Multi-Frame Generation บนการ์ดจอรุ่นเก่าได้แล้ว

Modders ปลดล็อก DLSS Multi-Frame Generation บนการ์ดจอรุ่นเก่าได้แล้ว
ความสนใจ|ผู้ชื่นชอบคอมพิวเตอร์

DLSS Multi-Frame Generation คืออะไร และทำไมการปลดล็อกจึงเขย่าโลกเกมพีซี

DLSS Multi-Frame Generation คือเทคโนโลยีสร้างเฟรมภาพเพิ่มจากหลายเฟรมต้นฉบับบนจีพียูของ Nvidia เพื่อเพิ่มอัตราเฟรมต่อวินาทีโดยไม่ต้องเรนเดอร์ทุกเฟรมแบบดั้งเดิม เทคโนโลยีนี้ใช้ข้อมูลการเคลื่อนไหวและเฟรมก่อนหน้าเพื่อคาดเดาเฟรมใหม่ ทำให้ภาพลื่นขึ้นบนการ์ดจอที่ไม่แรงมาก แนวคิดใกล้กับการสร้างเฟรมแบบ DLSS แบบเดิม แต่ขยายจากการสร้างเฟรมต่อเฟรมไปสู่การสร้างหลายเฟรมต่อเฟรม ลดภาระเรนเดอร์จริงและขยับเพดานเฟรมเรตของเกมพีซีให้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หัวใจของข่าวครั้งนี้คือ Modders แสดงให้เห็นชัดว่าฟีเจอร์ที่ Nvidia โปรโมตว่าพิเศษเฉพาะ RTX 50 สามารถทำงานบนฮาร์ดแวร์รุ่นก่อนหน้าได้เช่นกัน เมื่อ Nvidia เปิดตัว GeForce RTX 50 ซีรีส์ ความฮือฮาส่วนใหญ่ผูกกับการรองรับ DLSS Multi-Frame Generation ที่ประกาศว่าผูกกับจีพียู Blackwell เท่านั้น แต่ชุมชนพีซีกลับตอบด้วยการลงมือแก้ข้อจำกัดซอฟต์แวร์ของตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่แค่การแฮกระบบ แต่คือการตั้งคำถามกับการล็อกฟีเจอร์เชิงการตลาด ว่าจริงๆ แล้วผู้ใช้กำลังถูกขีดเส้นแบ่งด้วยโค้ด มากกว่าด้วยความสามารถทางฮาร์ดแวร์

DLSSG SM86 และวิธี RTX 30 แอบใช้ DLSS Multi-Frame Generation ได้แบบเนียนๆ

สำหรับคนใช้การ์ดในกลุ่ม RTX 30 ซีรีส์ ข่าวดีมาในรูปของโปรเจกต์บน GitHub ชื่อ DLSSG SM86 ที่เปิดให้การ์ดรุ่นนี้ใช้ DLSS Multi-Frame Generation ทั้งที่ตามเอกสารเป็นฟีเจอร์เอ็กซ์คลูซีฟบน RTX 50 สิ่งที่น่าตกใจคือวิธีการปลดล็อกไม่ใช่ชุดคำสั่งซับซ้อน แต่แค่เพิ่มไฟล์สองไฟล์ลงในโฟลเดอร์ที่มีไฟล์รันเกม ทำให้ตัวเลือก GPU frame generation โผล่ในเมนูกราฟิกของเกมทันที พร้อมให้เลือกตัวคูณเฟรม 2x 3x และ 4x วิดีโอตัวอย่างหลายคลิปแสดงให้เห็น Cyberpunk 2077 บน RTX 3080 ที่ใช้ม็อดนี้แล้วได้เฟรมเรตสูงขึ้นราวกับกำลังรันบนการ์ดรุ่นใหม่กว่า ในสายตาผู้เล่น สิ่งนี้คือ older graphics card boost ที่แท้จริง เพราะเป็นเฟรมเรตที่ตามสเปกไม่ควรทำได้ หากเชื่อคำอธิบายว่า Multi-Frame Generation ต้องใช้ฮาร์ดแวร์เฉพาะ เมื่อม็อดเล็กๆ กลับทำให้มันใช้งานได้บนสถาปัตยกรรมเดิม คำถามจึงพลิกกลับมาหา Nvidia ว่าแท้จริงแล้วข้อจำกัดอยู่ที่อะไรแน่ ระหว่างชิปกับนโยบายผลิตภัณฑ์

ผลกระทบเชิงปฏิบัติชัดมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้เล่นที่ยึดถือการ์ดระดับกลางมานาน เพราะราคาการ์ดรุ่นใหม่ขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง การที่ DLSS Multi-Frame Generation ทำให้เฟรมเรตเพิ่มบน RTX 30 โดยไม่ต้องอัปเกรดฮาร์ดแวร์ เป็นการยืดอายุระบบเกมมิ่งแบบตรงไปตรงมา แม้จะไม่ใช่การรองรับอย่างเป็นทางการ แต่ม็อดนี้เติมช่องว่างที่ Nvidia ปล่อยว่างไว้ยาวนาน ขณะที่ข้อมูลจากแบบสำรวจฮาร์ดแวร์ของแพลตฟอร์มเกมรายใหญ่ระบุว่า RTX 3060 อายุห้าปียังคงเป็นจีพียูยอดนิยมที่สุดบนแพลตฟอร์ม ทำให้ม็อดแนวนี้มีฐานผู้ใช้ที่พร้อมจะลองจำนวนมาก

Modders ปลดล็อก DLSS Multi-Frame Generation บนการ์ดจอรุ่นเก่าได้แล้ว

จาก RTX 30 สู่ RTX 20 วิธีที่ม็อดบังคับ DLSS ทำงานบนฮาร์ดแวร์เก่ากว่า

สิ่งที่สร้างแรงสั่นสะเทือนรอบล่าสุดคือ Modders ไม่หยุดแค่ RTX 30 แต่ยังดัน DLSS frame generation ลงไปถึง RTX 20 ซีรีส์ที่ Nvidia เลิกสนับสนุนไปแล้วอย่างเป็นทางการด้วยม็อดชุดใหม่ ม็อดนี้เริ่มจากโค้ดตัวเดียวกับที่ใช้ปลดล็อกบน RTX 30 แล้วปรับแต่งให้เข้ากับสถาปัตยกรรม Turing จุดเด่นคือต่างจากแนวทางเก่าที่แปลคำสั่ง DLSS ไปใช้ผ่าน FSR 3 ของ AMD แต่คราวนี้บังคับให้ nvngx_dlssg runtime ของ Nvidia ทำงานตรงบน RTX 20 โดยการเขียนค่า gate และการรายงานสถาปัตยกรรมใหม่ให้สอดคล้องกับที่ Turing รับได้ พูดง่ายๆ ม็อดหลอกระบบให้เชื่อว่าการ์ด RTX 20 เป็น RTX 40 รุ่น Ada Lovelace จากนั้นปรับภาษาคณิตศาสตร์ของโค้ดให้ Tensor core รุ่นเก่าประมวลผลได้ ผลลัพธ์คือเปิดตัวเลือก DLSS frame generation และแม้กระทั่ง DLSS Multi-Frame Generation ในเมนูเกมบนการ์ดที่ตามสเปกไม่รองรับเลย แม้ในสภาพใช้งานจริงยังมีข้อจำกัด ทั้งประสิทธิภาพที่รายงานว่าต่ำกว่า FSR frame generation และบั๊กที่ทำให้บางเกมเปิดไม่ขึ้น เช่น Black Flag Resynced และ Dead Space รีเมก แต่ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ GPU frame generation สามารถทำงานบนฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าได้จริง

รายงานจากผู้ใช้บางส่วนยืนยันว่า DLSS multi-frame generation สามารถทำงานบน RTX 20 ผ่านม็อดนี้ แต่เมื่อดันตัวคูณเกิน 2x จะเริ่มเห็นอาการภาพหลอนหรือ ghosting ชัดเจน นี่คือภาพสะท้อนชัดว่าการจำลองฟีเจอร์รุ่นใหม่บนสถาปัตยกรรมเก่าไม่ไร้ข้อแลกเปลี่ยน ทั้งในด้านคุณภาพภาพและความเสถียร อย่างไรก็ตาม แก่นสำคัญคือม็อดพิสูจน์แล้วว่า older graphics card boost ผ่าน DLSS frame generation เป็นไปได้ในเชิงเทคนิค ผู้พัฒนาเองยังระบุว่าม็อดอยู่ในช่วงพัฒนาแรกๆ มีทั้งบั๊กและการทำงานที่ยังไม่ถูกปรับให้เหมาะสม แต่สำหรับผู้เล่นที่รับความเสี่ยงได้ การทดลองใช้งานคือโอกาสทดสอบว่าระบบของตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน โดยไม่ต้องเปลี่ยนการ์ด

Nvidia พยายามบล็อก แต่ Modders ตอบโต้เร็วกว่า และคำถามเรื่องดีเลย์กับความลื่นไหล

แน่นอนว่าเมื่อม็อดเริ่มปลดล็อก DLSS Multi-Frame Generation บนการ์ดรุ่นก่อนหน้า Nvidia ไม่ได้นิ่งเฉย บริษัทส่งอัปเดตผ่านแอปของตัวเองที่ดูมีเป้าหมายเพื่อบล็อกทางลัดเหล่านี้โดยตรง แต่ไม่นานนักก็มีรายงานว่า Modders หา NVIDIA DLSS workaround ใหม่ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังอัปเดตถูกปล่อยออกมา ที่สำคัญคือชุมชนผู้พัฒนาออกอัปเดตม็อดตามหลังทันทีอย่างน้อยสองครั้งภายในสิบชั่วโมง หลังจากโพสต์บน X แจ้งข่าวการบล็อกครั้งล่าสุด ภาพรวมจึงกลายเป็นเกมไล่จับระหว่างบริษัทที่พยายามรักษาคำโฆษณาว่าฟีเจอร์นี้เป็นของ RTX 50 เท่านั้น กับผู้ใช้ที่แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มพีซีเปิดให้แก้ซอฟต์แวร์ตามใจตัวเองได้เสมอ ในเชิงเทคนิค Nvidia อธิบายว่าการนำ Multi-Frame Generation มาใช้บน RTX 40 รุ่นก่อนหน้าเป็นไปไม่ได้ เพราะจีพียูกลุ่มนี้พึ่งหน่วย optical flow แบบฮาร์ดแวร์ที่ไม่สามารถสร้างเฟรมแทรกหลายเฟรมต่อเฟรมเรนเดอร์หนึ่งเฟรมได้ ขณะที่ Blackwell ใช้วิธี optical flow แบบซอฟต์แวร์บน shader core โดยไม่ต้องพึ่งหน่วยฮาร์ดแวร์เฉพาะ แต่ Modders บางรายระบุว่าตนสามารถยกคำสั่งจัดเวลาเฟรมที่ออกแบบมาสำหรับ Blackwell ไปใช้บน Ada ได้ ทำให้การจัดวางเฟรมในไทม์ไลน์ถูกต้องแม้ไม่มี hardware flip metering ที่ Nvidia เคยบอกว่าจำเป็นสำหรับการรักษา frame pacing

ถึงอย่างนั้น โลกแห่งการม็อดไม่ได้สวยหรูไปหมด ประเด็นใหญ่ที่ผู้เล่นต้องยอมรับคือดีเลย์และความสม่ำเสมอของเฟรมเรตเมื่อใช้ DLSS Multi-Frame Generation บนฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า มีผู้ใช้ RTX 4060 รายหนึ่งทดสอบเกมอย่าง RE9 และ Forza Horizon 6 พร้อมยอมรับว่าแม้ภาพรวมการทำงานจะถือว่าน่าประทับใจ แต่การเพิ่มเฟรมแบบนี้ทำให้เห็นดีเลย์อินพุตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับผู้เล่นสายแข่งขันที่ต้องการความไวในการตอบสนอง การยอมรับแลกดีเลย์กับเฟรมเรตสูงขึ้นอาจไม่คุ้มค่า ส่วนสายเล่นเดี่ยวที่เน้นความลื่นไหลอาจมองว่าคุ้ม เพราะเฟรมที่เพิ่มขึ้นทำให้ประสบการณ์ภาพโดยรวมไหลลื่นกว่าเดิม จุดนี้สะท้อนชัดว่าการปลดล็อกฟีเจอร์ด้วยม็อดไม่ใช่การอัปเกรดฟรีไร้เงื่อนไข แต่เป็นการเลือกชุดข้อแลกเปลี่ยนเอง

ม็อดเหล่านี้ยืดอายุการ์ดระดับกลาง แต่จะเขยือนโยบายของ Nvidia ได้หรือไม่

เมื่อมองจากมุมผู้เล่น การปฏิวัติ DLSS Multi-Frame Generation ผ่านม็อดคือการยืดอายุการ์ดระดับกลางและรุ่นรองให้ยืนระยะได้นานขึ้นอย่างเห็นภาพ การปลดล็อก GPU frame generation บน RTX 30 และ RTX 20 โดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์คือการสร้างพื้นที่หายใจเพิ่มในยุคที่การ์ดรุ่นใหม่กลายเป็นสินค้าระดับพรีเมียมมากขึ้น นี่คือเรื่องของอำนาจต่อรองที่กลับมาอยู่ในมือผู้ใช้ เพราะเมื่อฟีเจอร์ที่ถูกใส่กรอบว่าต้องซื้อรุ่นล่าสุดเท่านั้นจู่ๆ กลับทำงานบนการ์ดที่มีอยู่แล้ว การตัดสินใจอัปเกรดย่อมถูกชะลอออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่ทับซ้อนกับกระแสใหญ่เรื่อง DLSS 5 Neural Rendering ที่เดิมก็ถูกนำเสนอว่าเป็นเอ็กซ์คลูซีฟบน RTX 50 ก่อนที่ Nvidia จะหันมาให้สัญญาว่าการ์ด RTX 40 จะได้ใช้ด้วยในช่วงท้าย การเปลี่ยนใจดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงว่าถูกผลักดันโดยนักแฮ็กที่นำ DLSS 5 Neural Rendering ไปทำงานบนสถาปัตยกรรมเก่าของ Nvidia และแม้แต่บนการ์ดของ AMD Radeon ด้วย เมื่อความจริงที่ว่า DLSS 5 สามารถรันบนฮาร์ดแวร์นอก Blackwell ถูกเผยแพร่ต่อกันอย่างกว้าง การยืนยันเอ็กซ์คลูซีฟเชิงฮาร์ดแวร์ต่อไปย่อมเสี่ยงสูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค

คำถามสุดท้ายคือ Nvidia จะปรับท่าทีต่อ DLSS Multi-Frame Generation ตามรอย DLSS 5 หรือไม่ แหล่งข่าวบางแห่งมองว่าหากบริษัทเลือกเปิดรองรับอย่างเป็นทางการบนการ์ดรุ่นก่อนหน้าจะถือเป็นสัญญาณดีต่อผู้ใช้ที่ภักดีต่อแบรนด์ แต่ก็เตือนว่าความเป็นไปได้นี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวังมากนัก ในกรณี RTX 20 แหล่งข้อมูลอีกแห่งก็แสดงความเห็นในทำนองคล้ายกันว่าคงไม่ควรกลั้นหายใจรอการรองรับอย่างเป็นทางการ เพราะอายุของซีรีส์นี้ถือว่าเก่ามากแล้ว สำหรับผู้เล่นมุมมองที่เป็นประโยชน์ที่สุดอาจไม่ใช่การรอคำตอบจาก Nvidia แต่คือการประเมินความเสี่ยงของการใช้ม็อดด้วยตัวเอง ทั้งในแง่บั๊ก ดีเลย์ ความสอดคล้องกับเกมโปรด และความเสี่ยงด้านซอฟต์แวร์ การที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งซอฟต์แวร์บนฮาร์ดแวร์ของตัวเองได้อย่างอิสระคือจุดแข็งของแพลตฟอร์มพีซี แต่เมื่อบริษัทใช้การล็อกฟีเจอร์เป็นเครื่องมือการตลาด การตัดสินใจว่าจะเดินตามทางที่ถูกจัดวางไว้หรือออกนอกเส้นด้วยม็อดจึงกลายเป็นเรื่องของทัศนคติส่วนตัว ว่าสุดท้ายเราให้คุณค่ากับเฟรมเรตเพิ่มขึ้นหรือกับความเรียบง่ายและการรองรับอย่างเป็นทางการมากกว่า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!