ลาคอสต์ 2026 นิยามใหม่ของแฟชั่นสปอร์ต Fall Winter
ลาคอสต์ 2026 ในคอลเลกชัน Fall Winter คือการพัฒนาแนวคิดแฟชั่นสปอร์ตที่ผสานฟังก์ชันจากโลกเทนนิสเข้ากับความเป็นแฟชั่นไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ผ่านการเล่าเรื่องด้วยสองคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันของเซเลบริตี้แอมบาสเดอร์ ทำให้เสื้อผ้าแบบสปอร์ตไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนามกีฬา แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของลุคชีวิตประจำวันของผู้คนที่ต้องการความคล่องตัวและภาพลักษณ์ที่ดูพรีเมียมในเวลาเดียวกัน
หัวใจของการเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าฤดูหนาวใหม่ แต่คือการประกาศบทบาทของแบรนด์ในฐานะสะพานเชื่อมแฟชั่นสปอร์ต Fall Winter กับสตรีตสไตล์ที่แต่งได้ทุกวัน ลาคอสต์ในฐานะแบรนด์สปอร์ตแฟชั่นจากฝรั่งเศสใช้ดีเอ็นเอเทนนิสของตัวเองมาตีความผ่านสองสไตล์ Tennis Heritage และ Lifestyle อย่างชัดเจน พร้อมตั้งคำถามกับวงการว่า เสื้อผ้าที่เกิดจากสนามแข่งขันจะก้าวขึ้นมาเป็นภาษากลางของแฟชั่นยุคใหม่ได้แค่ไหน

สองเซเลบริตี้แอมบาสเดอร์ สองเสียงของแบรนด์เดียว
การเลือกใช้ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ และ ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร เป็นเซเลบริตี้แอมบาสเดอร์คู่ ทำให้การสื่อสารของลาคอสต์มีมิติมากกว่าการใช้พรีเซนเตอร์ทั่วไป เพราะทั้งคู่ไม่ได้มาในฐานะคนดังที่สวมโลโก้จระเข้เท่านั้น แต่ถูกวางบทให้เป็นตัวแทนสองโลกแฟชั่นที่แบรนด์ต้องการจับกลุ่ม ทั้งสายสปอร์ตที่หรูสง่าและสายไลฟ์สไตล์ที่ชอบลุคสบายแต่มีรายละเอียด
ใน Tennis Heritage หลิงหลิงถูกอ่านให้เป็นภาพของความพลิ้วไหวและเนี้ยบแบบนักเทนนิสหญิงสมัยใหม่ ส่วนต่อคือตัวแทนความคลาสสิกแบบชายหนุ่มที่มั่นใจและใส่ใจดีเทล เมื่อขยับมาที่ Lifestyle ทั้งคู่เปลี่ยนบทเป็นคนเมืองที่หยิบเสื้อสเวตเชิ้ตและสเวตเตอร์มาแต่งได้อย่าง effortless การมีสองคาแรกเตอร์นี้เปิดทางให้ลาคอสต์พูดกับคนเมืองหลายกลุ่มในเวลาเดียวกัน

Tennis Heritage เมื่อเทคโนโลยีกีฬาแปลงร่างเป็นความสง่างาม
เซ็กชัน Tennis Heritage คือบทพิสูจน์ว่าฟังก์ชันแบบนักกีฬาไม่จำเป็นต้องแลกกับความสวยงาม หลิงหลิงมาในเดรสที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดแข่งขันเทนนิสของลาคอสต์ในรายการสำคัญที่ออสเตรเลีย ดีไซน์ใช้ Stretch Rib Knit ที่ยืดหยุ่น ใส่สบาย พร้อมเทคโนโลยี Ultra Dry จัดการความชื้น และการปกป้องรังสี UV ระดับ UPF 50+ รายละเอียดอย่าง Heritage Badge เส้นขอบสีตัดและโลโก้จระเข้ ทำให้เดรสชิ้นนี้อ่านได้ทั้งในฐานะชุดสปอร์ตและเดรสแฟชั่น
ด้านต่อเลือกเสื้อโปโลซิลูเอตคลาสสิกที่ถูกอัปเดตให้ร่วมสมัย ผลิตจากผ้า Stretch Interlock Knit พร้อม Ultra Dry และ UPF 50+ โปโลตัวนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ยูนิฟอร์มเทนนิส แต่กลายเป็นยูนิฟอร์มของคนที่ต้องการลุคสุภาพในวันที่มีตารางชีวิตแน่นตั้งแต่เช้าถึงเย็น จุดแข็งของลาคอสต์คือการยืนยันผ่านคอลเลกชันนี้ว่า เสื้อผ้าสำหรับวิถีกระฉับกระเฉงไม่จำเป็นต้องหน้าตาเหมือนชุดออกกำลังกายแบบเดิมอีกต่อไป

Lifestyle Style จากสนามสู่ลุค Casual Chic ทุกวัน
เมื่อขยับจากคอร์ทเทนนิสเข้าสู่ถนนเมือง ลาคอสต์ใช้แนวคิด Lifestyle Style ต่อยอดจากดีเอ็นเอสปอร์ตสู่แฟชั่นชีวิตประจำวันอย่างตั้งใจ ต่อปรากฏตัวในสเวตเชิ้ตคอตตอนเฟลซซิลูเอตคลาสสิกที่พิมพ์กราฟิกขนาดใหญ่ เล่าเรื่อง René Lacoste ผ่านตัวอักษร L ลายเซ็น และช่วงเวลาแห่งชัยชนะ พร้อมรายละเอียด Satin L Branding และโลโก้จระเข้ด้านหลัง นี่ไม่ใช่แค่เสื้อยืดลายโลโก้ แต่คือการสวมประวัติศาสตร์ของแบรนด์ในรูปแบบที่แต่งง่ายและเข้ากับเสื้อผ้าอื่น
ฝั่งหลิงหลิงเลือกสเวตเตอร์ Cable Knit ตกแต่งตัวอักษร L แบบ Embroidered และ Fuzzy Intarsia บริเวณหน้าอก พร้อมขอบ Ribbed และโลโก้จระเข้ปักโทนเดียวกัน ลุคนี้ขยับภาพของแฟชั่นสปอร์ต Fall Winter ให้เข้าใกล้คำว่า Casual Chic อย่างชัดเจน เสื้อหนึ่งตัวตอบโจทย์ทั้งการทำงานวันธรรมดาและการไปคาเฟ่สุดสัปดาห์ โดยไม่หลุดจากซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีจุดเด่น
กลยุทธ์สะพานเชื่อมสปอร์ตพรีเมียมและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
สารสำคัญของคอลเลกชัน Fall Winter 2026 คือการประกาศตัวว่าแบรนด์ต้องการยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเสื้อผ้าสปอร์ตระดับพรีเมียมและแฟชั่นไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เสื้อผ้าถูกออกแบบให้ไม่จำกัดอยู่เพียงในสนามกีฬา แต่ปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว กลยุทธ์นี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการให้หนึ่งไอเทมหมุนใช้ได้หลายโอกาส ตั้งแต่การเดินทางทำงาน ไปจนถึงกิจกรรมแอคทีฟหลังเลิกงาน
การใช้สองคาแรกเตอร์ของหลิงหลิงและต่อทำให้เรื่องราวของคอลเลกชันแยกชัดเป็นสองเส้น ทั้งสปอร์ตและไลฟ์สไตล์ แต่ยังเชื่อมกันที่ดีเอ็นเอเดียวกันของลาคอสต์ สำหรับผู้บริโภคทั่วไป ผลลัพธ์คือทางเลือกที่หลากหลายขึ้นในหมวดคอลเลกชันพรีเมียมที่แต่งได้ทุกวัน และสำหรับแบรนด์ การวางตัวเป็นสะพานเชื่อมสองโลกแฟชั่น คือการสร้างตำแหน่งที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยากในระยะยาว คอลเลกชันนี้วางจำหน่ายแล้วทั้งในร้านและช่องทางออนไลน์ของลาคอสต์






