ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เทศกาลภาพยนตร์ระดับสากล เครื่องยนต์เศรษฐกิจและซอฟต์พาวเวอร์อาเซียนใหม่

เทศกาลภาพยนตร์ระดับสากล เครื่องยนต์เศรษฐกิจและซอฟต์พาวเวอร์อาเซียนใหม่
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากงานฉายหนังสู่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ภูมิภาค

เทศกาลภาพยนตร์ระดับสากลคือเวทีที่ใช้การรวมตัวของผู้สร้าง ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน และนักการทูตวัฒนธรรมจากหลายประเทศรอบภาพยนตร์ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การค้า และซอฟต์พาวเวอร์อาเซียน ผ่านการซื้อขายลิขสิทธิ์ การจับคู่ธุรกิจ และการสร้างภาพลักษณ์เมืองในฐานะจุดหมายท่องเที่ยววัฒนธรรมที่เชื่อมโยงตลาดโลกเข้ากับอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงอย่างเป็นระบบ

การเปิดตัว Bangkok International Film Festival 2026 อย่างเป็นทางการโดยสมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ และได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม แสดงให้เห็นว่าเทศกาลภาพยนตร์มิได้ถูกมองเป็นเพียงงานฉายหนังอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับให้เป็นยุทธศาสตร์ในปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก การกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน ทำให้ช่วงเวลานี้ถูก “ปักหมุด” เป็นฤดูกาลนัดพบของทุนสร้างสรรค์และการค้าโลกที่หลั่งไหลเข้าสู่ภูมิภาค หากมองแบบตรงไปตรงมา เมืองใดครองปฏิทินเทศกาลภาพยนตร์ได้ เมืองนั้นก็ครองจุดนัดพบของเงินทุน เครือข่าย และความสนใจเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย

เทศกาลภาพยนตร์ระดับสากล เครื่องยนต์เศรษฐกิจและซอฟต์พาวเวอร์อาเซียนใหม่

BKKIFF กับเป้าหมาย FIAPF A-List และการผลักดันกรุงเทพเป็นศูนย์กลาง

หัวใจของการยกระดับ BKKIFF ไม่ใช่จำนวนรอบฉาย แต่คือการผลักดันให้กรุงเทพเป็นศูนย์กลางการค้าภาพยนตร์ของอาเซียนอย่างแท้จริง ภาครัฐประกาศชัดว่าต้องการขยายบทบาทจาก “พื้นที่จัดฉาย” ไปสู่ Film Industry Hub ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดพื้นที่สร้างการรับรู้และดึงความเชื่อมั่นจากผู้สร้างและผู้ประกอบการทั่วโลก นี่คือการอ่านเกมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยแบบใหม่: เมืองที่จะเป็นศูนย์กลางไม่ต้องมีโรงถ่ายใหญ่ที่สุด แต่ต้องมีเวทีธุรกิจที่น่าเชื่อถือที่สุด

ดร.สะรณ โกวิทวณิชชาในฐานะ Festival Director ระบุว่ากำลังเดินหน้าตามหลักเกณฑ์เพื่อให้เทศกาลก้าวสู่มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งหากสำเร็จจะทำให้เทศกาลนี้เป็นแห่งแรกในภูมิภาคที่ได้รับการรับรองในระดับดังกล่าว ประโยคนี้มีนัยสำคัญทางการเมืองวัฒนธรรมอย่างชัดเจน: การเป็น A-List ไม่ใช่เพียงตราคุณภาพ แต่คือการจองตำแหน่งของกรุงเทพเป็นจุดนัดพบหลักของคนทำหนัง นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลก เมื่อปฏิทินโลกต้องบรรจุชื่อเมืองลงไป เมืองนั้นก็ถูกยอมรับให้เป็นประตูสู่ตลาดภูมิภาคโดยปริยาย

เทศกาลภาพยนตร์ระดับสากล เครื่องยนต์เศรษฐกิจและซอฟต์พาวเวอร์อาเซียนใหม่

กลไกรัฐ–เอกชน: เมื่อความต่อเนื่องสร้างความเชื่อมั่นและทุนระยะยาว

การผลักดันเทศกาลภาพยนตร์ระดับสากลให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยกลไกร่วมของรัฐ–เอกชนและสมาคมวิชาชีพอย่างเป็นระบบ การจัด BKKIFF ครั้งที่ 9 ถูกระบุชัดว่าเป็นการประสานพลังของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายมืออาชีพ เพื่อให้เทศกาลสร้างผลลัพธ์พร้อมกันทั้งมิติศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และธุรกิจ นี่คือโมเดลการบริหารเทศกาลที่ไม่ยอมให้โครงสร้างศิลปะเดินแยกจากโครงสร้างการค้าหรือการลงทุนอีกต่อไป

อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม ในบทบาท Festival Ambassador ชี้ให้เห็นว่าคำสำคัญของการสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะนักลงทุนและผู้สร้างต่างชาติจะเกิดความเชื่อมั่นและวางแผนเข้ามาทำงานร่วมกันได้ก็ต่อเมื่อเห็นเทศกาลจัดขึ้นเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอไม่สะดุด หากเทศกาลถูกจัดแบบครั้งคราว เมืองก็เป็นเพียงที่จัดงาน แต่ถ้าเทศกาลมีความต่อเนื่อง เมืองจะกลายเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจระยะยาวที่ทุนสากลกล้าสร้างความสัมพันธ์และลองเสี่ยงลงทุน

เทศกาลภาพยนตร์ระดับสากล เครื่องยนต์เศรษฐกิจและซอฟต์พาวเวอร์อาเซียนใหม่

Rising Star และการออกแบบซอฟต์พาวเวอร์อาเซียนบนพรมแดง

หนึ่งในมิติที่น่าสนใจของ BKKIFF คือการออกแบบเทศกาลให้เป็นแพลตฟอร์มผลักดันบุคลากรรุ่นใหม่สู่เวทีระดับภูมิภาคและโลก เทศกาลให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ผู้คน” ไม่ใช่แค่เชื่อมโยงภาพยนตร์เข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่เปิดพื้นที่ให้นักแสดงดาวรุ่งในเอเชียได้พบปะผู้สร้าง ผู้ผลิต และบุคลากรจากหลายประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายและต่อยอดโอกาสในการทำงาน นี่คือซอฟต์พาวเวอร์อาเซียนในรูปแบบที่จับต้องได้: การส่งออกคนเก่งพร้อมเรื่องเล่า ผ่านพรมแดงที่กลายเป็นโต๊ะเจรจาธุรกิจ

แนวคิดเช่นนี้สอดคล้องกับเป้าหมายกว้างของภูมิภาคที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในฐานะจุดหมายท่องเที่ยววัฒนธรรมและศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย เมื่อ Rising Star จากหลายประเทศในเอเชียมาเจอกันในกรุงเทพ เมืองไม่เพียงได้รับแสงแฟลช แต่ได้รับทุนทางความสัมพันธ์และความไว้วางใจในฐานะเมืองที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโต การเชื่อมโยงคนเก่งให้พบกันซ้ำทุกปีคือการลงทุนระยะยาวในซอฟต์พาวเวอร์ มากกว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว

บทสรุป: หากอยากเป็นศูนย์กลาง ต้องคิดเทศกาลเป็นนโยบายเศรษฐกิจ

เมื่อมองภาพรวม BKKIFF แสดงให้เห็นชัดว่ายุทธศาสตร์เทศกาลภาพยนตร์ระดับสากลกำลังเคลื่อนจากการจัดงานเพื่อคนดู ไปสู่การออกแบบปฏิทินเพื่อทุน เครือข่าย และซอฟต์พาวเวอร์อาเซียน เทศกาลถูกใช้เป็นเครื่องมือปั้นกรุงเทพเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งเชิงศิลปะและเชิงธุรกิจ พร้อมตั้งเป้า FIAPF A-List เพื่อจองตำแหน่งในเวทีโลก แก่นความคิดคือ เมืองที่กล้าออกแบบเทศกาลเป็นนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ย่อมมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าและท่องเที่ยววัฒนธรรมมากกว่าที่เอาเทศกาลไปวางไว้ในหมวด “งานอีเวนต์” เท่านั้น

หากภูมิภาคอาเซียนต้องการน้ำหนักต่อรองบนโต๊ะเศรษฐกิจโลกมากขึ้น การผลักดันเทศกาลภาพยนตร์ระดับสากลอย่างเป็นระบบคือหนึ่งในทางเลือกที่มีต้นทุนทางสังคมต่ำแต่ให้ผลตอบแทนระยะยาวสูง เพราะมันสร้างการรับรู้ สร้างความเชื่อมั่น และสร้างความสัมพันธ์พร้อมกันในครั้งเดียว เทศกาลภาพยนตร์จึงไม่ใช่แค่คืนพรมแดง แต่คือสนามประลองวิสัยทัศน์ว่าภูมิภาคนี้จะวางตัวเองในอนาคตอย่างไร: จะเป็นเพียงตลาดผู้ชม หรือจะเป็นผู้กำหนดเกมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของโลก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!