จากการรู้จัก AI สู่การเป็นผู้นำที่คิดด้วย AI
AI-native leadership คือแนวคิดการพัฒนาผู้นำที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรู้จักเครื่องมือ AI แต่สามารถออกแบบคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล ใช้ AI ประกอบการตัดสินใจ และแปลงผลลัพธ์ให้เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ขององค์กร พร้อมตรวจสอบคุณภาพของคำตอบและใช้ดุลยพินิจของมนุษย์ในจุดที่เทคโนโลยียังไปไม่ถึง ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ประเด็นที่เขย่าโลกธุรกิจไม่ใช่เพียงว่า AI จะมาแทนมนุษย์หรือไม่ แต่คือคำถามว่าจะมาแทนผู้บริหารที่ไม่ใช้ AI มากกว่าผู้บริหารที่เรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับ AI เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของธุรกิจ มหาวิทยาลัยชั้นนำจึงเริ่มออกแบบการศึกษาผู้บริหาร AI ให้ตอบโจทย์ยุคนี้ ไม่ใช่แค่เพิ่มวิชาด้านเทคโนโลยี แต่ยกระดับวิธีคิดและการตัดสินใจของนักบริหารยุคใหม่ให้กลายเป็น AI นักบริหารยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นคู่คิดเชิงกลยุทธ์

DPU กับ Executive MBA สาย AI-Augmented Leaders
สิ่งที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ทำกับหลักสูตร Executive MBA คือการประกาศชัดว่าเป้าหมายไม่ใช่สร้างผู้บริหารแบบเดิม แต่สร้าง AI-Augmented Leaders ที่ใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการคิดเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริมในปลายน้ำ ผู้อำนวยการหลักสูตรอธิบายตรงไปตรงมาว่า การแข่งขันยุคใหม่คือระหว่างผู้บริหารที่ใช้ AI เป็น กับผู้บริหารที่ยังทำงานแบบเดิม ภายใต้แนวคิด Executive Learning for the AI Economy หลักสูตรนี้ผสมผสานองค์ความรู้ด้านการบริหาร การเงิน กลยุทธ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน จุดสำคัญคือผู้เรียนไม่ได้เรียน AI เพื่อจบเป็นนักเทคโนโลยี แต่เรียนเพื่อใช้ AI, Data Analytics และ Digital Strategy ไปพร้อมกับภาวะผู้นำและการตัดสินใจในบริบทธุรกิจจริง การเปิดให้ทำ Business Plan แทนวิทยานิพนธ์แบบเดิมยิ่งตอกย้ำว่าหลักสูตรต้องการให้ผู้บริหารนำความรู้ไปแปลงเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจทันที ไม่ใช่แค่เก็บใบปริญญาไว้บนผนัง

มหาวิทยาลัยกรุงเทพและ AI Lab ที่ฝัง AI ในทุก Workflow ธุรกิจ
ขณะที่บางหลักสูตรยังสอน AI แบบทฤษฎี มหาวิทยาลัยกรุงเทพเลือกเปลี่ยนห้องคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็น Business AI Lab อย่างเต็มตัว เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือเสริมไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลกธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจจึงขยับจากการสอนให้นักศึกษาเพียงรู้จัก AI ไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้สามารถคิด ทำงาน และสร้าง Business Value ร่วมกับ AI ได้จริง AI Experience Centre for Business ใช้ AI-Powered PC เป็นโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ ทำให้ AI เข้าไปอยู่ในทุกขั้นการทดลอง วิเคราะห์ สร้างสรรค์ และตัดสินใจใน Workflow จริง ตั้งแต่ Marketing Analytics Generative AI สำหรับงานคอนเทนต์ การตีความข้อมูลลูกค้า ไปจนถึงการใช้ AI สนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ จุดยืนที่น่าสนใจคือเป้าหมายไม่ใช่การสร้าง AI Engineer แต่สร้าง AI-Native Business Talent ที่เข้าใจโจทย์ธุรกิจ เลือกใช้ AI เหมาะสม ตรวจสอบผลลัพธ์ และแปลงเทคโนโลยีเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง

SPU และ Future Skills ที่เน้นคิดเป็น ปรับตัวเป็น มากกว่าท่องเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยศรีปทุมเลือกโจทย์ต่างออกไป แต่ตั้งคำถามเดียวกันว่า ในโลกที่ AI ทำอะไรได้มากขึ้น คนทำงานจะรักษาคุณค่าของตัวเองไว้ตรงไหน วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการจึงเปิดปีการศึกษา 2569 ด้วยหัวข้อ Future Skills ที่ชวนผู้เรียนมองความสามารถของมนุษย์ควบคู่กับความเปลี่ยนแปลงของ AI สิ่งที่ SPU เน้นคือสามเสาหลัก คิดเป็น ปรับตัวเป็น และสร้างคุณค่าได้จริง ไม่ให้การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษากลายเป็นแค่การสะสมความรู้ แต่เป็นการตรวจสอบวิธีคิดเดิม เปิดรับมุมมองใหม่ และฝึกใช้ความรู้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แนวคิดนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงว่า การเข้าถึง Generative AI ในวันนี้ง่ายกว่าที่เคย แต่การใช้ AI ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ AI ได้อย่างมีคุณภาพ คนทำงานยุคใหม่จำเป็นต้องตั้งโจทย์ให้ดี เข้าใจข้อมูล ประเมินคุณภาพของผลลัพธ์ และรู้ว่าควรใช้ดุลยพินิจของมนุษย์เมื่อใด

มาตรฐานใหม่ของการศึกษาผู้บริหาร AI และข้อคิดต่อผู้นำยุคหน้า
เมื่อดูภาพรวมของ DPU มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ SPU จะเห็นชัดว่าการศึกษาผู้บริหารกำลังย้ายจากการสอนให้รู้เรื่อง AI ไปสู่การฝัง AI ไว้ในวิธีคิดและการตัดสินใจของผู้นำ ไม่ว่าจะผ่านหลักสูตร Executive MBA ที่ปั้น AI-Augmented Leaders AI Lab ที่ผูก Business กับ Industry Technology ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Com7 AMD Acer ASUS HP และ Lenovo หรือกรอบ Future Skills ที่ย้ำว่าคนต้องคิดเป็นและปรับตัวเป็นควบคู่กับเทคโนโลยี งานวิจัยจาก MIT และ Stanford แสดงให้เห็นว่าการใช้ Generative AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เฉลี่ยประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มีประสบการณ์น้อยที่เรียนรู้ได้เร็วขึ้นจากแนวทางที่ AI ถ่ายทอด แต่ตัวเลขนี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อผู้นำรู้วิธีตั้งโจทย์และตัดสินใจร่วมกับ AI มาตรฐานของผู้บริหารยุคใหม่จึงไม่ใช่ทำงานหนักกว่าเดิม แต่ทำงานฉลาดกว่าเดิม ใช้ AI เป็นผู้ช่วย และใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลางของวิสัยทัศน์ วัฒนธรรม และความรับผิดชอบทางจริยธรรม






