ร้านอาหารและร้านค้าปลีกเร่งขยายสาขา-ออกเมนูใหม่แย่งพื้นที่ในใจลูกค้า

ร้านอาหารและร้านค้าปลีกเร่งขยายสาขา-ออกเมนูใหม่แย่งพื้นที่ในใจลูกค้า
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

เทรนด์ใหม่: ขยายสาขาร้านอาหารและค้าปลีกพร้อมเมนูสร้างประสบการณ์

เทรนด์สำคัญของธุรกิจอาหารและร้านค้าปลีกในตอนนี้คือการเร่งขยายสาขาร้านอาหารและร้านค้าปลีกใหม่ควบคู่กับการพัฒนาเมนูของหวานและเมนูใหม่ไอศกรีมที่เน้นประสบการณ์เฉพาะตัว เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมากและเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว ทำให้แบรนด์ใหญ่ต้องลงทุนในแผนลงทุน F&B อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเปิดสาขาในทำเลใหม่ การรีโนเวตสาขาเดิม ไปจนถึงการออกคอนเซปต์เมนูที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองและคนรุ่นใหม่ที่มองหาทั้งความอร่อย ความสนุก และภาพจำที่แชะแล้วแชร์ได้บนโซเชียลมีเดีย

มุมมองสำคัญคือเกมแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ราคาต่ำสุด แต่คือการสร้างเหตุผลให้ลูกค้าตั้งใจเดินเข้าร้าน เพราะวันนี้ไม่ว่าศูนย์การค้าหรือถนนสายกินก็เต็มไปด้วยร้านขนมและร้านอาหารที่เปิดใหม่เป็นแถว ผู้เล่นรายใหญ่จึงเลือกใช้กลยุทธ์ "ขยายสาขา" เพื่อให้แบรนด์อยู่ใกล้ลูกค้าและ "สร้างประสบการณ์" เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ ซึ่งทั้งสองขานี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด F&B ในยุคที่ใครช้าแปลว่าหายไปจากวงจรการบริโภคอย่างรวดเร็ว

ค้าปลีกลุยหนัก: บิ๊กซีทุ่มงบ-ปรับร้านให้เป็นมากกว่าที่ช้อปปิ้ง

ฝั่งร้านค้าปลีกใหม่ แบรนด์ใหญ่เลือกตอบโจทย์ด้วยการลงเงินก้อนโตและขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมหลากหลายทำเล บิ๊กซีประกาศเตรียมงบลงทุน 6,091 ล้านบาท เพื่อเปิดเพิ่ม 207 สาขา แบ่งเป็นสาขาขนาดใหญ่ 7 สาขา และสาขาขนาดเล็ก 200 สาขาในปี 2568 พร้อมเดินหน้ารีโนเวตสาขาปัจจุบันอีก 117 สาขา ทั้งใหญ่ 17 แห่งและเล็กอีก 100 แห่ง นี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนจุดขาย แต่เป็นการย้ำว่าซูเปอร์เซ็นเตอร์กำลังปรับบทบาทจากพื้นที่ช้อปปิ้งไปสู่ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ที่คนมาใช้เวลาได้ทั้งวัน

การรีโนเวตถูกออกแบบให้โซนต่าง ๆ กลายเป็นพื้นที่กิจกรรม พื้นที่พบปะสังสรรค์ และโซนร้านอาหารรสเลิศที่ตอบโจทย์ครอบครัวและกลุ่มเพื่อน พร้อมโปรโมชั่นและแคมเปญเปิดสาขาใหม่เพื่อดึงลูกค้าให้ลองเข้ามาสัมผัสร้านรูปแบบใหม่ จุดแข็งคือเมื่อผู้บริโภคเข้าไปซื้อของใช้ประจำวัน ก็ถูกเชิญชวนให้ลองร้านอาหารและร้านขนมในพื้นที่เดียวกัน จึงเป็นการจับทั้งกระเป๋าในบ้านและกระเป๋าไลฟ์สไตล์ในทริปเดียว ผู้เล่นรายอื่นที่ยังมองสาขาเป็นแค่ที่ขายของมีโอกาสหลุดวงโคจรความคาดหวังของลูกค้ากลุ่มใหม่อย่างรวดเร็ว

ร้านอาหารและร้านค้าปลีกเร่งขยายสาขา-ออกเมนูใหม่แย่งพื้นที่ในใจลูกค้า

ขนมหวานไม่ยอมแพ้: Swensen’s และ After You ใช้เมนูใหม่จูงใจลูกค้า

ในตลาดของหวาน เกม "เมนูใหม่" สำคัญไม่แพ้การขยายสาขาร้านอาหาร เพราะลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และครอบครัวมองการกินหวานเป็นประสบการณ์มากกว่าพลังงาน Swensen’s ซึ่งอยู่รอดในตลาดไอศกรีมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทท่ามกลางคู่แข่งที่เข้ามาใหม่ทุกวัน เลือกเปิดร้านคอนเซปต์ใหม่ The Creation ร้านไอศกรีมผัดแบบพรีเมียมที่ศูนย์การค้าใจกลางเมือง เจาะกลุ่ม Gen Z ที่ชอบลองของใหม่และมักเป็นผู้กำหนดเทรนด์ให้คนรุ่นอื่นตาม รูปแบบร้านให้ลูกค้าเดินเลือกท็อปปิ้ง ตักเอง แล้วดูไอศกรีมถูกผัดตรงหน้า จึงกลายเป็นทั้งเมนูและกิจกรรมในเวลาเดียวกัน

After You เลือกเส้นทางอีกแบบ แต่ยังใช้สูตร "เมนูในตำนาน + ขยายสาขา" เป็นหัวใจ ปี 2567 ทำรายได้ถึง 1,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% กำไร 296 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 66% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 64 สาขาในประเทศ พร้อมแผนขยายแฟรนไชส์ไปยังอินโดนีเซียและดูไบ รวมถึงการส่งสินค้าเข้า 7-Eleven และช่องทางผู้แทนจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ทิศทางนี้สะท้อนว่าร้านขนมหวานไม่ได้คิดแค่เปิดสาขาเพิ่ม แต่กำลังจะกลายเป็นแบรนด์ F&B แบบหลายช่องทางที่อยู่ทั้งหน้าร้าน ซูเปอร์มาร์เก็ต และต่างประเทศในเวลาเดียวกัน

ร้านอาหารและร้านค้าปลีกเร่งขยายสาขา-ออกเมนูใหม่แย่งพื้นที่ในใจลูกค้า

YOLK และศึกการเป็น Trend Setter ในตลาดทาร์ตไข่

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจในตลาดขนมหวานคือ YOLK ทาร์ตไข่ระดับพรีเมียมที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของ Holiday Pastry Group ที่มุ่งเฟ้นหาสินค้าที่เป็นกระแสอยู่ทั่วโลกหมุนเวียนมาให้คนไทยได้ลอง ทาร์ตไข่ฮ่องกงถูกนำมาปรับสูตรให้ถูกปากคนท้องถิ่น ใช้ครัวซองต์อบกรอบ เนยหมักบ่มพิเศษ และวานิลลาจากแหล่งคุณภาพ ก่อนจะเปิดแบรนด์ YOLK จนขายได้กว่า 100,000 ชิ้นต่อเดือน และตั้งเป้าหมาย 1 ล้านชิ้นต่อเดือนเมื่อเปิดครบ 7 สาขา สาขาแรกที่บรรทัดทองใช้เงินลงทุนกว่า 10 ล้านบาท และครัวกลางอีก 18 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าธุรกิจที่เริ่มจากไวรัลกำลังยกระดับกลายเป็นอาณาจักรขนมหวานเต็มรูปแบบ

สิ่งที่ทำให้ YOLK ต่างจากร้านไวรัลทั่วไปคือแนวคิดที่เลือกสิ่ง "คลาสสิก" มากกว่าของ "กระแส" และย้ำว่าต้อง "Up to Trend" ตลอดเวลา พร้อมพยายามเป็น Trend Setter ไม่ใช่ Trend Follower ปีที่ 6 กับก้าวใหม่ แผนการตลาดปี 2568 จะมาพร้อมแคมเปญ collaboration จับมือกับ SME เพื่อออกโปรดักส์รสชาติพิเศษไม่น้อยกว่า 5 รสชาติ เริ่มด้วยทาร์ตไข่โมจิสดกับแบรนด์มัจฉะสเปเชียลตี้ และเตรียมปล่อยรสชาติพิเศษทุกสองเดือนตลอดทั้งปี แนวทางนี้ชี้ว่าในตลาดขนมหวาน การชนะใจลูกค้าไม่ได้มาจากการเป็นเจ้าตลาดรายเดียว แต่มาจากการใช้พันธมิตรและเทรนด์เป็นตัวขยายจักรวาลรสชาติอย่างต่อเนื่อง

ร้านอาหารและร้านค้าปลีกเร่งขยายสาขา-ออกเมนูใหม่แย่งพื้นที่ในใจลูกค้า

บทสรุป: ใครกล้าลงทุนและคิดเมนูต่าง คือคนที่อยู่รอด

เมื่อมองภาพรวม ทั้งค้าปลีกและ F&B กำลังเดินไปในทิศทางเดียวกันคือ "ลงทุนหนัก ขยายเร็ว และสร้างเมนูประสบการณ์" บิ๊กซีใช้เงิน 6,091 ล้านบาทเพื่อปักหมุดสาขาใหม่และรีโนเวตร้านค้าปลีกให้เป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ Swensen’s พลิกเกมด้วยร้านไอศกรีมผัดแบบพรีเมียมที่ให้ลูกค้าออกแบบรสชาติเอง After You ขยายสาขาในประเทศไปถึง 64 แห่งและเตรียมสยายปีกสู่ต่างประเทศพร้อมรายได้ที่เติบโตโดดเด่น ขณะที่ YOLK ใช้แนวคิดคลาสสิกผสมเทรนด์ สร้างอาณาจักรทาร์ตไข่ด้วยการ Collaboration และเมนูใหม่อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับผู้บริโภค ผลกระทบชัดเจนคือมีตัวเลือกมากขึ้น ทั้งร้านค้าปลีกใหม่ที่รีโนเวตร้านให้เป็นจุดนัดพบ ร้านอาหารและขนมที่สร้างเมนูให้ลอง และประสบการณ์หน้าร้านที่ตั้งใจออกแบบให้คนมานั่งใช้เวลา ไม่ใช่แค่ซื้อแล้วกลับบ้าน ร้านขนมหวานที่แข่งกันสร้างประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่องกล่าวว่า ลูกค้าต้องได้สัมผัสกลิ่น เสียง สีของร้าน และมีที่นั่งให้ใช้เวลาร่วมกัน ในโลกที่เทรนด์มาไวไปไว ธุรกิจที่กล้าคิดและลงมือก่อนจึงมีโอกาสได้พื้นที่ในใจลูกค้าไปนานกว่าผู้เล่นที่รอให้ตลาดบอกทิศทาง

ร้านอาหารและร้านค้าปลีกเร่งขยายสาขา-ออกเมนูใหม่แย่งพื้นที่ในใจลูกค้า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!