ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เพลงอะคูสติกเปลือยเสียงและคลาสสิกสุดแปลกที่ทำให้หูฟังระดับพรีเมียมไปไม่รอด

เพลงอะคูสติกเปลือยเสียงและคลาสสิกสุดแปลกที่ทำให้หูฟังระดับพรีเมียมไปไม่รอด
ความสนใจ|หูฟังสายออดิโอไฟล์

ทำไมเพลงอะคูสติกเปลือยเสียงถึงเป็นเครื่องมือโหดสำหรับทดสอบหูฟัง

เพลงทดสอบหูฟังคือแทร็กหรืออัลบั้มที่ถูกเลือกมาใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ประสิทธิภาพหูฟังในด้านความถี่ การแยกรายละเอียด เวทีเสียง และความผิดเพี้ยน โดยมักใช้เพลงอะคูสติกที่โปรดักชันเปลือยเสียงและอัลบั้มคลาสสิกอ้างอิงเพื่อให้ได้ยินข้อบกพร่องทั้งหมดที่เพลงป๊อปที่ปรุงแต่งแล้วมักกลบซ่อนเอาไว้ เพลงแบบนี้บังคับให้หูฟังเปิดเผยตัวตนจริง ทั้งเรื่องบาลานซ์ย่านเบส มิด และแหลม ไปจนถึงความสามารถของไดรเวอร์ในการควบคุมไดนามิกและฮาร์มอนิกดิสทอร์ชัน ไม่ว่าหูฟังจะราคาแรงหรือแบรนด์ดังแค่ไหน ถ้าผ่านเพลงทดสอบได้ไม่หมด ก็ยังไม่คู่ควรกับคำว่าพรีเมียม

เมื่อคุณตัดลูกเล่นและเอฟเฟกต์ออกจากเพลง เสียงจะใกล้ชิดและซื่อตรงต่อการบันทึกมากขึ้น ทำให้เราและระบบเสียงสามารถมองทะลุเข้าไปถึงรายละเอียดเล็กที่สุดและเนื้อเสียงที่ละเอียดอ่อน นี่คือช่วงเวลาที่โทนเสียงเบี้ยว ปลายแหลมแข็ง หรือย่านมิดรุงรังถูกเปิดโปงแบบไม่มีที่หลบ การใช้เพลงอะคูสติกเปลือยเสียงเป็นเพลงทดสอบหูฟังจึงเป็นการประเมินคุณภาพเสียงที่ซื่อสัตย์กว่าการฟังเพลงป๊อปโปรดักชันจัดเต็ม เพราะมันไม่ให้หูฟังแอบซ่อนหลังความอลังการของมิกซ์ ทำให้เห็นชัดว่าไดรเวอร์ทำงานได้ดีจริงหรือไม่ในทุกย่านความถี่ที่ควรตอบสนอง

กรณีศึกษาเพลงอะคูสติก: จาก Fast Car ถึงเวอร์ชัน MTV Unplugged

ถ้าต้องเลือกเพลงอะคูสติกเปลือยเสียงมาเป็นเพลงทดสอบหูฟังสำหรับประเมินคุณภาพเสียงของระบบระดับจริงจัง Fast Car ของ Tracy Chapman จากอัลบั้มปี 1988 คือชื่อที่โผล่ขึ้นมาเสมอ กีตาร์อะคูสติกในเพลงนี้ทำให้คุณได้ยินเสียงนิ้วเสียดสายในสาย ถ้าหูฟังควบคุมเนื้อเสียงไม่ดี สิ่งเหล่านี้จะฟังดูเป็นเสียงจิ้ดรบกวนแทนที่จะเป็นรายละเอียด ส่วนกลองที่ระเบิดพลังในท่อนฮุคคือสนามสอบไดนามิก ถ้าเบสยวบหรือเสียงแตก คุณจะรู้ทันทีว่าการทดสอบความถี่เบสของหูฟังตัวนั้นยังไปไม่สุด

อีกตัวอย่างที่โหดกับหูฟังคือ Take On Me เวอร์ชัน MTV Unplugged Summer Solstice ปี 2017 ที่ลดทอนเหลือแค่เสียงร้อง เปียโน และกีตาร์ เสียงร้องของ Morten Harket มีไดนามิกละเอียดและการคุมโทนที่ประณีต ถ้าหูฟังมีปัญหาบาลานซ์ย่านมิด คุณจะได้ยินเสียงร้องบางหรือขุ่นทันที เพลงแบบนี้เป็นเหมือนกล้องขยายความผิดเพี้ยนของไดรเวอร์ เพราะไม่มีอะไรในมิกซ์มาช่วยซ่อนข้อบกพร่อง นี่คือเหตุผลที่ทีมรีวิวระดับมืออาชีพยังพึ่งเพลงอะคูสติกแบบนี้เพื่อประเมินความสามารถและข้อด้อยของระบบเสียงอยู่เสมอ

เพลงอะคูสติกเปลือยเสียงและคลาสสิกสุดแปลกที่ทำให้หูฟังระดับพรีเมียมไปไม่รอด

พลังของอัลบั้มคลาสสิก obscure: Ivan Wyschnegradsky และสองเปียโนคนละคีย์

ในโลกของอัลบั้มคลาสสิกอ้างอิงเพื่อใช้เป็นเพลงทดสอบหูฟัง ชื่อที่สายออดิโอไฟล์จำนวนมากมองข้ามคือ Ivan Wyschnegradsky คอมโพสเซอร์สายอวองการ์ดที่เกิดในปี 1893 ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เขาศึกษาทั้งฮาร์โมนี การประพันธ์ และการออร์เคสตราก่อนจะไปเรียนกฎหมาย สิ่งที่ทำให้ผลงานของเขากลายเป็นอาวุธลับสำหรับการประเมินคุณภาพเสียงคือแนวคิดเรื่อง “pansonority” ที่มองว่าดนตรีทั่วไปเป็นการตัดเสียงออกจากผืนเสียงต่อเนื่องของจักรวาล แล้วพยายามแก้ด้วยการจูนเปียโนสองตัวให้ห่างกันหนึ่งควอเตอร์โทน ซึ่งเล็กกว่ากึ่งเสียงแบบปกติครึ่งหนึ่ง

ผลลัพธ์คืออัลบั้ม Étude Sur Les Mouvements Rotatoires, 24 Préludes ที่เต็มไปด้วยคอร์ดและไลน์เปียโนที่ซ้อนกันด้วยระยะห่างควอเตอร์โทนตลอดทั้งงาน ถามว่าทำไมผลงานสุดประหลาดนี้ถึงเป็นการประเมินหูฟังที่ดีคำตอบง่ายมาก เมื่อสองเปียโนจูนไม่ตรงกันอย่างตั้งใจ หูฟังต้องแยกรายละเอียดของแต่ละคีย์ออกมาโดยไม่ให้เสียงกลืนเป็นโคลน ถ้าไดรเวอร์ควบคุมฮาร์มอนิกดิสทอร์ชันไม่ได้ คุณจะได้ยินเสียงแตกเลอะ หรือโทนเสียงสั่นเหมือนโฟกัสไม่ชัด แม้อัลบั้มนี้จะไม่ใช่เพลงสำหรับออกกำลังกายทั้งชุด แต่ใครที่อยากสำรวจมุมมืดของคลาสสิกอวองการ์ดและพร้อมจะเอาหูฟังคู่ใหม่ไปสู้กับอะไรที่แปลกเกินคาด ผลงานชุดนี้คือคำตอบที่ชัดเจน

เพลงอะคูสติกเปลือยเสียงและคลาสสิกสุดแปลกที่ทำให้หูฟังระดับพรีเมียมไปไม่รอด

แนวทางทดสอบหูฟังด้วยเพลงอ้างอิง: ฟังแบบเปรียบเทียบไม่ใช่ฟังแบบหลงรัก

การใช้เพลงทดสอบหูฟังให้มีประโยชน์สูงสุดต้องคิดแบบนักรีวิว ไม่ใช่แบบคนฟังเพลิน จุดเริ่มต้นคือสร้างเพลย์ลิสต์ที่มีทั้งเพลงอะคูสติกเปลือยเสียงอย่าง Fast Car หรือเวอร์ชัน MTV Unplugged ของ Take On Me รวมถึงอัลบั้มคลาสสิกอ้างอิงสุดแปลกอย่าง Étude Sur Les Mouvements Rotatoires, 24 Préludes จากนั้นให้เล่นแทร็กเดียวกันผ่านหูฟังหลายรุ่นที่คุณสนใจ เพื่อดูว่าแต่ละคู่ให้บาลานซ์เสียง รายละเอียด และเวทีเสียงแตกต่างกันอย่างไร ทีมรีวิวมืออาชีพใช้เพลงลักษณะนี้เพื่อชี้ทั้งจุดเด่นและจุดอ่อนของระบบที่กำลังทดสอบอยู่เป็นประจำ

อุดมคติคือการฟังแบบเปรียบเทียบตรงจุด ยกตัวอย่าง ใช้ Old Churchyard ของ The Wailin’ Jennys ที่เปิดด้วยเสียงแอคคอร์เดียนเบาบางและค่อย ๆ ใส่เสียงร้องทีละคน เพื่อดูว่าหูฟังถ่ายทอดความใกล้ชิดและฮาร์มอนีได้เนียนแค่ไหน แม้เพลงจะไม่มีเบสสะเทือนพื้น แต่กลับทดสอบเรื่องความละเอียดและความประณีตของระบบได้มากกว่า จากนั้นลองเปลี่ยนไปใช้เพลงที่มีไดนามิกสวิงแรงอย่างแทร็กอะคูสติกของ Bon Iver เพื่อดูว่าหูฟังควบคุมเสียงเบาเสียงดังต่อเนื่องได้ดีหรือไม่ หูฟังที่ผ่านทุกเพลงโดยไม่แสดงอาการแตก ล้า หรือโทนเสียงเพี้ยนคือคู่ที่คุณควรให้ผ่านด่านประเมินคุณภาพเสียง

เพลงอะคูสติกเปลือยเสียงและคลาสสิกสุดแปลกที่ทำให้หูฟังระดับพรีเมียมไปไม่รอด

ข้อจำกัด สิ่งที่ต้องยอมรับ และบทสรุปสำหรับสายออดิโอไฟล์

แม้เพลงทดสอบหูฟังเหล่านี้จะโหดสำหรับระบบเสียง แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจ Old Churchyard ของ The Wailin’ Jennys ใช้วิธีโปรดักชันแบบเปลือยแทบไม่มีอะไรให้เสียงดังสนั่น จึงไม่ใช่แทร็กที่จะโชว์พลังเบสหรือเสียงกระหึ่ม แต่กลับเพิ่มภาระให้หูฟังต้องมีความละเอียดและการจูนที่เนี้ยบมากขึ้น ขณะเดียวกัน บางเวอร์ชันอันพลัดของเพลงดัง เช่น Dancing on My Own ฉบับไลฟ์ที่หลายคนชอบใช้ทดสอบ ก็มีปัญหาเรื่องการเข้าถึง เพราะหาในบริการสตรีมมิงทั่วไปไม่ได้ ต้องมีแผ่นรวมเพลงเวอร์ชันปี 2010 ถึงจะฟังได้ ส่วน Wyschnegradsky เองก็ไม่ใช่เพลย์ลิสต์สำหรับทุกสถานการณ์ ยกเว้นบางพรีลูดที่พอจะเหมาะกับคนที่อยากยกเวทไปพร้อมคลาสสิกศตวรรษที่ 20

ในมุมมองของคนฟังสายละเอียด เพลงทดสอบหูฟังที่ดีไม่ใช่เพลงที่ทำให้ระบบเสียงฟังดูสวยงาม แต่ต้องเป็นเพลงที่พร้อมเปิดแผลของหูฟังให้เห็น เด็กดีในโลกหูฟังคือรุ่นที่สามารถผ่านทั้งเพลงอะคูสติกเปลือยเสียง เพลงโฟล์กฮาร์มอนีจัดจ้าน และคลาสสิกอ้างอิงสุดแปลกโดยไม่เสียบาลานซ์หรือเพิ่มดิสทอร์ชันอย่างน่ารำคาญ ใครที่อยากอัพเกรดไปหูฟังระดับพรีเมียมควรหยุดฟังเพลงแบบหลงรัก แล้วเริ่มใช้เพลงทดสอบเหล่านี้เป็นมีดผ่าตัดแทน เพราะหูฟังที่ผ่านด่านโหดของอัลบั้ม obscure และแทร็กอะคูสติกเปลือยเสียงได้อย่างมั่นคง คือคู่ที่จะตอบแทนคุณด้วยการประเมินคุณภาพเสียงที่ซื่อสัตย์ทุกครั้งที่กดเล่น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!