เพลงใหม่ศิลปินไทยที่เล่าเรื่องหัวใจอย่างตรงไปตรงมา
เพลงใหม่ศิลปินไทยคือผลงานดนตรีที่ศิลปินปล่อยออกมาเพื่อสื่อสารตัวตนและเรื่องราวร่วมสมัย ผ่านแนวดนตรีหลากหลาย ตั้งแต่โซล ป๊อป ไปจนถึงบทร้องบัลลาด โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงความรู้สึกกับผู้ฟัง สร้างภาพจำทางเสียง และต่อยอดเส้นทางในอุตสาหกรรมเพลงของศิลปินรุ่นใหม่ในระยะยาว
จุดร่วมที่น่าสนใจของกระแสเพลงใหม่ช่วงนี้คือศิลปินรุ่นใหม่หันมาขุดลึกความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น แทนการพึ่งสูตรสำเร็จตลาด เพลงไม่ได้เป็นแค่ซาวด์เทร็กต์ประกอบชีวิตรักหวานชั่วคราว แต่กลายเป็นบันทึกอารมณ์ที่มีมิติ ทั้งความเขินจากการตกหลุมรักแบบไม่ทันตั้งตัว และความคิดถึงคนที่ไม่มีวันกลับมา เมื่อฟังควบคู่กัน เราจะเห็นว่าดนตรีป๊อปยุคนี้กำลังให้ค่ากับความเป็นส่วนตัวและความเปราะบางอย่างเปิดหน้า มากกว่าการสร้างภาพสวยงามเกินจริง
Pawitt กับโซลยุค 70 ที่พาใจลอยในเพลง ไม่หลับไม่นอน (So High)
หลังจากสร้างกระแสจากเพลง Make Friends ที่มียอดวิดีโอเล่นแผ่นเสียงมากกว่า 59,000 วิดีโอ และยอดวิวทะลุ 800,000 วิว เด็กชายภาวิต ไววิทยะ หรือ Pawitt เดินหน้าปล่อยซิงเกิล ไม่หลับไม่นอน (So High) ในฐานะศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตา เพลงรักนี้เล่าอาการตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัว ผ่านดนตรี Soul music ยุค 70 ที่ชัดเจนทั้งกลิ่นอายและองค์ประกอบดนตรี ตั้งแต่เสียงเครื่องเป่า บรรยากาศโรแมนติก ไปจนถึงการใช้ Bass Synthesizer และ Sitar ผสมกับเสียงหวานจาก Sandy Yanisa ช่วยประสานเสียง พร้อมการบันทึกด้วยเครื่องดนตรีสดทั้งหมด ทำให้ซาวด์ออกมาอบอุ่นและแน่น รายละเอียดระดับนี้ทำให้เพลงดูโตเกินวัยของศิลปิน แต่กลับสอดรับกับความขี้เขินของตัวเนื้อหาได้ลงตัว
สิ่งที่เพลงนี้เล่าไม่ใช่ความรักใหญ่โต แต่เป็นจังหวะเล็กๆ เช่น การ Say Hi การสบตา หรือรอยยิ้มที่ทำให้ใจสั่น จนต้องเอากลับมาคิดซ้ำตอนกลางคืนจนไม่หลับไม่นอน ช่วงเวลาที่เราเริ่มสงสัยว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไรแน่ ถูกถ่ายทอดแบบเป็นธรรมชาติและน่ารัก เหมือนการจดบันทึกครั้งแรกที่หัวใจเต้นเกินจังหวะปกติ สำหรับผู้ฟัง เพลงนี้แทบจะเป็นไทม์แมชชีนพาย้อนกลับไปนึกถึงรักครั้งแรกของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า Soul music ยุค 70 ไม่ได้ไกลตัว หากถูกนำมาผูกกับประสบการณ์วัยเรียนที่ทุกคนเคยมี

ส้ม มารี กับบทร้องบัลลาดที่โอบกอดความสูญเสียใน ขอฝัน (Wish)
ในอีกฟากอารมณ์ ส้ม มารี ปล่อยซิงเกิล ขอฝัน (Wish) ที่ดึงเอาความสูญเสียส่วนตัวมาแปรเป็นบทร้องบัลลาดว่าด้วยความคิดถึงคุณแม่ที่จากไปครบ 3 ปี แต่เจ้าตัวยังไม่เคยฝันเห็นแม่เลย เพลงจึงเกิดจากความปรารถนาอยากย้อนกลับไปพูดคุยและโอบกอดกันอีกครั้ง แม้จะเกิดขึ้นได้เพียงในความฝัน ด้านดนตรีได้โปรดิวเซอร์คู่บุญ ปกป้อง จิตดี มาดูแลเหมือนผลงานเดิมอย่าง ถ้าคนจะใช่ (มันใช่ไปนานแล้ว) หยุดรัก และ ตัวแทนของใคร ทำให้ซาวด์อยู่ในโทนป๊อปบัลลาดที่คุ้นหู แต่เพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์มากขึ้น
มิวสิกวิดีโอช่วยย้ำอารมณ์อย่างแรง ด้วยการพาผู้ชมเดินทางกลับเข้าสู่ความทรงจำวัยเด็ก ภาพส้ม มารี ในวันที่ยังใช้ชีวิตร่วมกับแม่ ทำให้เพลงข้ามจากการพูดถึงการจากลา ไปสู่การเป็นตัวแทนของความทรงจำและความรักที่ยังคงอยู่ แม้ไม่มีใครให้กอดตรงหน้าแล้ว บทร้องบัลลาดในเพลงนี้จึงไม่ได้เสนอให้ลืมความเจ็บปวด แต่ยอมรับว่าความคิดถึงเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตต่อไป สำหรับผู้ที่เคยผ่านการสูญเสีย เพลงนี้มีศักยภาพจะกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ร้องไห้ พร้อมกันในห้องนั่งเล่น
เมื่อเพลงรักพาใจลอย และเพลงเศร้าพาหัวใจพัก
หากวาง ไม่หลับไม่นอน (So High) และ ขอฝัน (Wish) ไว้ข้างกัน เราจะเห็นสเปกตรัมอารมณ์ที่เพลงใหม่ศิลปินไทยกำลังโอบรับ ตั้งแต่ความตื่นเต้น เขิน และสับสนของการเริ่มชอบใครสักคน ที่แค่รอยยิ้มก็ทำให้วันธรรมดากลายเป็นวันพิเศษ ไปจนถึงความคิดถึงที่ขมหวานต่อคนที่ไม่มีวันกลับมา แต่ยังอยู่ในใจเสมอ และเชื่อว่าบทเพลงสามารถแตะหัวใจคนที่เคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกันได้
ทั้งสองซิงเกิลยังตอกย้ำว่าการฟังเพลงยุคนี้ไม่ใช่แค่ความบันเทิงฉาบฉวย แต่เป็นการหาพื้นที่ให้ความรู้สึกที่เราอาจไม่กล้าพูดออกมาดังๆ เพลงของ Pawitt เปิดช่องให้คนทุกวัยได้ย้อนคิดถึงรักครั้งแรก ส่วนเพลงของส้ม มารี กลายเป็นพิธีกรรมเล็กๆ ให้คนที่คิดถึงใครบางคนได้บอกลาและกล่าวคำว่ารักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านการกดเล่นในทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิง ทั้งคู่จึงไม่ได้แค่เพิ่มเพลงใหม่ในเพลย์ลิสต์ แต่เพิ่มทางเลือกในการเยียวยาหัวใจของผู้ฟังยุคนี้







