ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

โครงการอุดหนุนท่องเที่ยวใหม่ ไทยเที่ยวไทยพลัสคุ้มแค่ไหนสำหรับสายประหยัด

โครงการอุดหนุนท่องเที่ยวใหม่ ไทยเที่ยวไทยพลัสคุ้มแค่ไหนสำหรับสายประหยัด
ความสนใจ|เที่ยวประหยัด

ไทยเที่ยวไทยพลัสคืออะไร และทำไมสายประหยัดไม่ควรมองข้าม

โครงการอุดหนุนท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทยพลัส คือมาตรการสนับสนุนการเดินทางภายในประเทศที่ภาครัฐออกแบบให้ประชาชนได้รับส่วนสนับสนุนค่าที่พักและคูปองท่องเที่ยวในจำนวนจำกัด โดยเน้นให้คนออกเดินทางไปพักโรงแรม ใช้บริการร้านค้าและกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ ด้วยหลักการรัฐช่วยจ่ายบางส่วน ประชาชนจ่ายเองบางส่วน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นโดยใช้งบประมาณจากเงินกู้ในกรอบที่กำหนด

หัวใจของบทความนี้คือ การชี้ให้เห็นว่า ไทยเที่ยวไทยพลัสไม่ใช่แค่โครงการเรียกเสียงฮือฮาเรื่องสิทธิ์ท่องเที่ยวฟรี แต่เป็นเครื่องมือการคลังที่เล็งเป้ากลุ่มนักเดินทางประหยัดอย่างชัดเจน รัฐเตรียมนำโครงการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 กันยายน พร้อมกรอบงบประมาณ 4,000 ล้านบาท เพื่อหวังกระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจให้มากกว่าวงเงินที่อัดฉีดเข้าไป หากออกแบบและกำกับดูแลดีพอ โครงการแบบนี้อาจเป็นสะ bridge ระหว่างคนรายได้จำกัดกับการเข้าถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ปกติอาจเกินกำลัง

กลไกโครงการ: สิทธิ์ที่พัก 2,000 บาท และคูปองท่องเที่ยวที่ใช้ได้จริงหรือแค่ตัวเลข

ไทยเที่ยวไทยพลัสวางโครงสร้างแบบตรงไปตรงมา แต่มีรายละเอียดที่สายประหยัดต้องอ่านให้ทะลุ หนึ่งสิทธิ์จะได้รับการสนับสนุนค่าที่พักแบบอัตราคงที่ โดยรัฐจ่ายตามจริงแต่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อสิทธิ์ ถ้าค่าที่พักเกินจากนี้ ผู้ใช้สิทธิ์ต้องจ่ายส่วนต่างเอง หากค่าที่พักต่ำกว่า 2,000 บาท ก็สนับสนุนเท่าที่จ่ายจริง จุดนี้ทำให้โครงการเอื้อคนที่เลือกที่พักระดับราคากลางลงมามากกว่าคนที่อยากใช้โครงการไปนอนหรู

อีกด้านคือคูปองท่องเที่ยวซึ่งเป็นระบบร่วมจ่ายแบบคนละครึ่ง รัฐบาลช่วยออก 50% และนักท่องเที่ยวจ่าย 50% มูลค่าคูปองต่อหนึ่งสิทธิ์อยู่ที่ 1,500 บาทในเมืองหลัก และ 2,000 บาทในเมืองรอง จุดที่น่าสนใจคือคูปองนี้ไม่ได้จำกัดแค่ร้านอาหาร แต่ขยายไปถึงสปา ร้านของที่ระลึก บริการนวด และแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างๆ ทำให้เกิดโอกาสสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายเล็กมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ต้องควักเงินร่วมจ่ายเองครึ่งหนึ่งก็เป็นตัวกรองคนที่ตั้งใจท่องเที่ยวจริง ไม่ใช่แค่ล่าเงินฟรี

สิทธิ์มีจำนวนจำกัด ใครได้ประโยชน์มากสุด และต้องเตรียมตัวอย่างไร

ในเฟสนี้ ไทยเที่ยวไทยพลัสจัดสรรไว้ 1 ล้านสิทธิ์ และกำหนดให้ประชาชน 1 คนใช้ได้สูงสุดไม่เกิน 5 สิทธิ์ สิ่งนี้บอกเราว่า รัฐต้องการกระจายสิทธิ์ออกไปกว้าง แต่ก็ยังเปิดช่องให้คนที่วางแผนหลายทริปได้รับประโยชน์มากกว่าใคร ที่สำคัญคือช่วงเวลาลงทะเบียนจะอยู่ในเดือนตุลาคม และเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ช่วงพฤศจิกายนถึง 15 ธันวาคม ก่อนหยุดช่วงปีใหม่ แล้วกลับมาใช้ได้อีกครั้ง 16 มกราคมถึง 28 กุมภาพันธ์ รวมเวลาการใช้สิทธิ์ 3 เดือนเต็ม

หากมองจากมุมสายประหยัด คนที่ได้เปรียบที่สุดคือกลุ่มที่มีความยืดหยุ่นด้านเวลา สามารถวางแผนเดินทางตามกรอบเวลาที่กำหนด เพราะต้องแย่งชิงสิทธิ์ที่มีจำกัด การสมัครช้าอาจหมายถึงพลาดสิทธิ์ทั้งหมด อีกทั้งคนที่พร้อมจ่ายเงินส่วนต่างค่าที่พักและร่วมจ่ายในคูปองจะใช้ประโยชน์ได้คุ้มกว่า ดังนั้นใครที่หวังสิทธิ์ท่องเที่ยวฟรี 100% อาจต้องปรับความคาดหวัง เพราะโครงการนี้ตั้งใจให้คุณมีส่วนร่วมลงทุนในการเดินทางด้วย

คุมไม่ให้ขึ้นราคา: มาตรการป้องกันโรงแรมฉวยโอกาสและบทเรียนจากโครงการเก่า

คำถามใหญ่ของทุกโครงการอุดหนุนท่องเที่ยวคือ โรงแรมจะถือโอกาสขึ้นราคาหรือไม่ ครั้งนี้ภาครัฐพยายามตอบโจทย์ด้วยการออกแบบให้สนับสนุนค่าที่พักแบบอัตราคงที่ และบังคับให้ผู้ประกอบการแสดงราคาที่พักเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อป้องกันการดันราคาในช่วงไฮซีซั่นที่เริ่มโครงการ มีการเปิดช่องให้ประชาชนแจ้งกรณีพบการขึ้นราคาผิดปกติ โดยตำรวจท่องเที่ยวจะเข้าดำเนินการ

การใช้รูปแบบ Flat Rate ช่วยลดแรงจูงใจในการตั้งราคาที่พักให้สูงเกินจริง เพราะไม่ว่าห้องจะแพงแค่ไหน รัฐก็ช่วยจ่ายได้สูงสุดเท่าเดิมเท่านั้น กระทรวงการคลังเชื่อว่าการออกแบบเช่นนี้ทำให้การขึ้นราคาไม่มีประโยชน์ อีกด้าน รัฐยังใช้บทเรียนจากโครงการเดิมที่เคยพบการทุจริตและขึ้นแบล็กลิสต์ทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวไว้จำนวนหนึ่ง ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมอีก ความเข้มงวดนี้เป็นดาบสองคม เพราะช่วยรักษาเม็ดเงินภาษี แต่ก็ต้องระวังไม่ให้มาตรการตรวจสอบซับซ้อนจนผู้ประกอบการรายเล็กถอดใจไม่เข้าร่วม

ไทยเที่ยวไทยพลัสจะคุ้มค่าเม็ดเงินรัฐหรือไม่ และสายประหยัดควรตัดสินใจอย่างไร

ไทยเที่ยวไทยพลัสตั้งใจให้เป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ของปีถัดไป โดยวางกรอบเวลาการใช้สิทธิ์คร่อมสองช่วงเศรษฐกิจสำคัญ ฝั่งรัฐหวังผลคูณทางเศรษฐกิจจากงบ 4,000 ล้านบาทให้หมุนเวียนในระบบมากกว่าวงเงินเริ่มต้น ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นกับสองปัจจัยหลัก คือ คนออกมาใช้สิทธิ์จริงแค่ไหน และภาคเอกชนปรับตัวรองรับได้ดีเพียงใด

ในมุมสายประหยัด ไทยเที่ยวไทยพลัสคือโอกาสลดภาระค่าที่พักและค่าใช้จ่ายด้านกิจกรรมท่องเที่ยว หากคุณพร้อมวางแผนล่วงหน้า เลือกที่พักราคากลางหรือต่ำ และยอมจ่ายร่วมกับรัฐ โครงการนี้มีศักยภาพทำให้ทริปที่เคยแพงเกินเอื้อมกลายเป็นเรื่องจับต้องได้ แต่ถ้าคุณหวังสิทธิ์ท่องเที่ยวฟรีแบบไม่ต้องควักเงินเองเลย โครงการนี้อาจไม่ตอบโจทย์ ในท้ายที่สุด ความคุ้มค่าจะเกิดจริงก็ต่อเมื่อคุณใช้สิทธิ์อย่างมีแผน ไม่ปล่อยให้คูปองหมดอายุ และไม่ปล่อยให้โครงการนี้กลายเป็นแค่ข่าวดังระยะสั้นโดยไม่มีผลต่อชีวิตการท่องเที่ยวของคุณ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!