น้ำมันเมล็ดคามีเลียคืออะไร และทำไมจึงกลับมาอยู่แถวหน้าเทรนด์สุขภาพ
น้ำมันเมล็ดคามีเลียคือไขมันจากเมล็ดชาน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหารและดูแลสุขภาพมาช้านาน มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง นิยมเทียบกับน้ำมันมะกอกเพราะมีโอเมก้า 9 และสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะกับการดูแลหัวใจและลดการอักเสบในร่างกาย จึงถูกพูดถึงมากในแวดวง Longevity wellness ที่เน้นการมีสุขภาพดีอย่างยาวนาน ไม่ใช่เพียงอายุยืนอย่างโดดเดี่ยว แก่นสำคัญคือ น้ำมันเมล็ดคามีเลียไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมที่ถูกฟื้นขึ้นมาในบริบทสุขภาพสมัยใหม่ ผ่านการทำงานของมูลนิธิและภาคเอกชนที่มองเห็นศักยภาพของวัตถุดิบดั้งเดิมในการตอบโจทย์สุขภาพแบบยั่งยืน และไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการทางเลือกไขมันดีแทนไขมันทรานส์และอาหารแปรรูป

จากผลิตภัณฑ์สู่สุขภาพแบบยั่งยืน เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย 2569 เล่าอะไรให้เรา
สิ่งน่าสนใจของเทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ มหัศจรรย์น้ำมันแห่งสุขภาพ ปี 2569 คือการประกาศชัดว่ากำลังพาน้ำมันชนิดนี้เดินทางจากคำว่า “ผลิตภัณฑ์” ไปเป็น “Sustainable Lifestyle” หรือสุขภาพแบบยั่งยืน การยกประสบการณ์ “ฟาร์มแห่งความสุข” มาอยู่กลางศูนย์การค้าในรูปแบบ Booth Festival สื่อให้เห็นว่าไขมันดีไม่ควรอยู่แค่บนฉลาก แต่ต้องเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านอาหาร การใช้ชีวิต และบรรยากาศที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ การ Collaboration กับร้านดังและร้านระดับมิชลินกว่า 35 ร้านค้า ทำให้เราเห็นภาพชัดว่า สุขภาพหัวใจไม่ใช่เรื่องยากหรือจืดชืด ทุกจานที่ใช้น้ำมันเมล็ดคามีเลียคือคำชวนให้คิดใหม่ว่า ความอร่อยกับสุขภาพระยะยาวอยู่ด้วยกันได้ หากวัตถุดิบหลักถูกเลือกอย่างมีสติและมองไกลเกินมื้อวันนี้

ภูมิปัญญาดั้งเดิมในครัวหลวง สู่ Longevity wellness บนโต๊ะอาหารคนรุ่นใหม่
ภาพของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโสมูลนิธิชัยพัฒนา ปรุงเมนูผัดถั่วงอก เมนูทรงโปรดในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยใช้น้ำมันเมล็ดคามีเลีย สะท้อนว่าไขมันดีชนิดนี้ฝังอยู่ในครัวไทยมาเนิ่นนานในระดับภูมิปัญญาไทยดั้งเดิม ไม่ใช่กระแสสุขภาพชั่วครั้งชั่วคราว อีกด้านหนึ่ง หมอท๊อป นพ นันทพล พงศ์รัตนามาน ศัลยแพทย์หลอดเลือดและเจ้าของเพจ Doctor Top Longevity นำแนวคิด Longevity wellness มาเชื่อมกับอาหารต้านการอักเสบในหัวข้อ “Anti-Inflammatory Dish” โดยชี้ว่าการอักเสบเรื้อรังคือไฟสุมอ่อน ๆ ในร่างกายจากพฤติกรรมกินหวาน เครียด พักผ่อนน้อย และไขมันทรานส์ และว่าการกินอาหารที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบก็เหมือนการส่งรถดับเพลิงไปดับไฟในร่างกาย เมื่อวัตถุดิบหลักคือไขมันดีอย่างน้ำมันเมล็ดคามีเลีย แนวคิดครัวหลวงจึงมาบรรจบกับวิทยาศาสตร์สุขภาพยุคใหม่อย่างน่าเชื่อถือ

น้ำมันมะกอกแห่งตะวันออก กับบทบาทใหม่ในอาหารและไลฟ์สไตล์ยืนยาว
หมอท๊อปเรียกน้ำมันเมล็ดคามีเลียว่า “น้ำมันมะกอกแห่งตะวันออก” และชี้ให้เห็นตัวเลขสำคัญว่า กรดโอเลอิก หรือโอเมก้า 9 ในไขมันชนิดนี้สูงถึง 80 – 85% ซึ่งสูงกว่าน้ำมันพืชทั่วไป พร้อมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มวิตามินอีและโพลีฟีนอล นี่ไม่ใช่แค่ข้อมูลทางโภชนาการ แต่คือคำเชิญชวนให้เรากลับมาทบทวนว่า ไขมันที่ใช้ทุกวันกำลังสะสมไฟสุมหรือกำลังดับไฟในหลอดเลือด เทรนด์ Longevity ในแวดวงอาหารและเครื่องดื่มกำลังผลักให้ส่วนผสมธรรมชาติแบบดั้งเดิมกลับมาเป็นพระเอก โดยเน้นวัตถุดิบที่ช่วยลดการอักเสบ ดูแลหัวใจ และไม่สร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อม น้ำมันเมล็ดคามีเลียจึงถูกวางบทบาทใหม่ในจานผัด จานทอด ไปจนถึงเมนูสร้างสรรค์ร่วมสมัย ทำให้การกินเพื่ออายุยืนไม่ใช่การนับแคลอรี่ แต่เป็นการเลือกไขมันที่ให้อายุเซลล์ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

จากเทศกาลสู่ชีวิตประจำวัน จะเริ่มใช้ประโยชน์จากน้ำมันเมล็ดคามีเลียอย่างไร
หัวใจของสุขภาพแบบยั่งยืนคือการเปลี่ยนทางเลือกดี ๆ ให้กลายเป็นนิสัยในทุกวัน เสียงจากผู้จัดงานย้ำว่าความตั้งใจคือทำให้น้ำมันเมล็ดคามีเลียเป็น Everyday Healthy Choice ที่คนเลือกใช้ดูแลสุขภาพในทุกมื้อ ไม่ใช่จำกัดอยู่ในงานเทศกาลเพียงปีละครั้ง แนวทางปฏิบัติไม่ซับซ้อน แค่เริ่มลองเปลี่ยนเมนูผัดหรือเมนูทอดบางส่วนมาใช้ไขมันชนิดนี้ แล้วสังเกตว่าร่างกายรับรู้ความเบาสบายมากขึ้นเท่าไร ในเชิงไลฟ์สไตล์ ผู้สนใจสามารถสัมผัสทั้งบรรยากาศ “ฟาร์มแห่งความสุข” เมนูอาหารจากร้านดัง และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำมันเมล็ดคามีเลียได้ในงานเทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ มหัศจรรย์น้ำมันแห่งสุขภาพ ระหว่างวันที่ 2 – 18 ตุลาคม 2569 ณ EM Market Hall ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ รวมทั้งเลือกซื้อสินค้าที่ผลิตจากน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ ได้ที่ Gourmet Market ทุกสาขา ทางเลือกเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่จะพาเราขยับจากการอยากมีสุขภาพดี ไปสู่การออกแบบชีวิตที่ยืนยาวอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติและภูมิปัญญาดั้งเดิม







