แบรนด์ไทยรุกค้าปลีกและคาเฟ่เต็มตัว จากร้านเล็กสู่เครือข่าย

แบรนด์ไทยรุกค้าปลีกและคาเฟ่เต็มตัว จากร้านเล็กสู่เครือข่าย
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

คลื่นใหม่ของแบรนด์ไทยขยายสาขา: เกมรุกเชิงกลยุทธ์มากกว่าการโตตามน้ำ

คลื่นใหม่ของแบรนด์ไทยขยายสาขา คือการเร่งลงทุนสร้างเครือข่ายค้าปลีกและร้านกาแฟเครือข่ายที่ตอบรับเทรนด์การใช้ชีวิตยุคเมืองและเศรษฐกิจขี้เกียจ โดยใช้โมเดล Grab & Go การออกแบบพื้นที่ไลฟ์สไตล์ และการรีโนเวตสาขาเดิมให้รองรับลูกค้าหลายเจเนอเรชั่น เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนสาขา แต่คือการยึดจุดสัมผัสผู้บริโภคในชีวิตประจำวันให้ถี่และใกล้ขึ้น เพื่อแปลงพฤติกรรมเดินห้าง ดื่มกาแฟ และช้อปปิ้งให้กลายเป็นยอดขายยั่งยืนในระยะกลางของธุรกิจค้าปลีกและ F&B ไทย.

ทิศทางนี้ชัดเจนเมื่อดูจาก White Story ที่เริ่มจากคาเฟ่บ้านไม้สีขาวริมถนน ก่อนพัฒนาเป็นแบรนด์อาหารและเบเกอรี Grab & Go ที่กระจายตัวทั่วเมือง ฝั่งค้าปลีก บิ๊กซีประกาศงบลงทุนเพื่อเปิดสาขาใหม่และรีโนเวตครั้งใหญ่ ขณะที่ยัสปาลใช้แบรนด์แฟชั่นเดิมเป็นฐานกระโดดสู่ธุรกิจคาเฟ่ภายใต้ C.P.S. COFFEE ภาพรวมสะท้อนว่าแบรนด์ไทยไม่พอใจการเติบโตแบบตั้งรับ แต่กำลังวางหมากเพื่อเป็นเจ้าของพื้นที่ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในระยะยาว.

White Story: จากบ้านไม้สีขาวสู่เป้า 100 สาขาและยอดขายพันล้านในยุค Lazy Economy

เรื่องของ White Story เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าแบรนด์อาหารไทยสามารถใช้การขยายสาขาเป็นเครื่องมือฉีกตัวเองออกจากความเป็นร้านเล็กมาเป็นเครือข่ายเต็มรูปแบบ จุดตั้งต้นจากคาเฟ่บ้านไม้สีขาวริมถนนนครอินทร์ ที่ตกแต่งด้วยงบจำกัดแต่มีแนวคิดชัดเจนเรื่องการให้ลูกค้ามาเติมเรื่องราวของตัวเอง เมื่อตลาดเปลี่ยนผ่านสู่พฤติกรรมคนเมืองที่ชอบเดินห้างและคอมมูนิตี้มอลล์ ประกอบกับการเห็นโอกาสจากเทรนด์ Lazy Economy และเทรนด์รักสุขภาพในกลุ่มอาหารที่เติบโต แบรนด์จึงกล้าเปลี่ยนโมเดลให้เน้น Grab & Go เต็มตัว.

การตัดสินใจสร้างครัวกลางและลงทุนด้านการบริหารจัดการก่อนวิกฤตโรคระบาด กลายเป็นแต้มต่อสำคัญ เมื่อผู้บริโภคลดการนั่งกินในร้าน แบรนด์กลับเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤต จากสาขาราว 12 ร้าน ขยายเฉลี่ยปีละ 20 สาขาในช่วงปี 2020–2024 ข้อมูลรายได้ก็สะท้อนความทะเยอทะยาน: ปี 2022 รายได้ 165 ล้านบาท เพิ่มเป็น 394 ล้านบาทในปี 2023 และ 598 ล้านบาทในปี 2024 พร้อมวางเป้า 800 ล้านบาทในปี 2025 และยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี ณ สิ้นมิถุนายน 2025 มีสาขา 92 ร้าน และตั้งเป้าแตะ 100 สาขา โดยโฟกัสทำเลโรงพยาบาลและหัวเมืองปริมณฑล นี่คือการขยายแบบมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่เปิดสาขาให้ครบเลขสวย.

แบรนด์ไทยรุกค้าปลีกและคาเฟ่เต็มตัว จากร้านเล็กสู่เครือข่าย

บิ๊กซี: การลงทุนค้าปลีกกว่า 6,000 ล้านเพื่อแปลงห้างให้เป็นพื้นที่ใช้ชีวิต

ฝั่งค้าปลีกขนาดใหญ่ บิ๊กซีแสดงให้เห็นว่าการขยายสาขาและรีโนเวตไม่ใช่แค่เรื่องโลจิสติกส์ แต่คือการออกแบบประสบการณ์ชีวิตของลูกค้าใหม่ทั้งระบบ แผนปี 2568 วางงบลงทุน 6,091 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ 207 สาขา แบ่งเป็นสาขาขนาดใหญ่ 7 สาขา และสาขาขนาดเล็ก 200 สาขา พร้อมรีโนเวตสาขาขนาดใหญ่ 17 สาขา และสาขาขนาดเล็กอีก 100 สาขา ทำเลที่เลือกอย่างหัวหิน ประตูน้ำ สวนนงนุช และโครงการอื่น ๆ แสดงการมุ่งเข้าไปอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวและคอมมูนิตี้สำคัญ ไม่ใช่แค่โซนอยู่อาศัย.

สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดการเปลี่ยนห้างให้เป็นมากกว่าพื้นที่ช้อปปิ้ง ด้วยการออกแบบโซนกิจกรรม พื้นที่พบปะสังสรรค์ และการเพิ่มร้านค้าใหม่ที่ล้ำสมัย รวมถึงร้านอาหารที่เน้นความอร่อยสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน สำหรับผู้บริโภค ผลลัพธ์คือพื้นที่ใช้ชีวิตที่หลากหลายขึ้นในทำเลใกล้บ้าน ลดช่องว่างระหว่างการซื้อของจำเป็นกับการพักผ่อน และเมื่อผสานเข้ากับโปรโมชั่นและกิจกรรมเปิดสาขาใหม่ ผู้ใช้ทั่วไปจะได้ทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ช้อปปิ้งที่สนุกขึ้น มุมมองเชิงกลยุทธ์คือ บิ๊กซีไม่ได้แข่งขันด้วยราคาต่ำอย่างเดียว แต่กำลังยึดเวลาว่างและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้ผูกกับแบรนด์มากขึ้น.

แบรนด์ไทยรุกค้าปลีกและคาเฟ่เต็มตัว จากร้านเล็กสู่เครือข่าย

C.P.S. COFFEE: ร้านกาแฟเครือข่ายที่เชื่อมแฟชั่นกับไลฟ์สไตล์รีเทล

กรณีของ C.P.S. COFFEE แสดงภาพอีกมุมหนึ่งของการขยายตัวในธุรกิจ F&B เมื่อบริษัทแม่อย่างยัสปาลใช้ความแข็งแกร่งในแฟชั่นรีเทลกว่า 50 ปีเป็นฐานเข้าสู่ไลฟ์สไตล์รีเทลครบวงจร และเลือกธุรกิจคาเฟ่เป็นหนึ่งในหัวหอกหลัก เทรนด์การดื่มกาแฟที่เติบโตต่อเนื่องจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เริ่มเปิดตัวแบรนด์นี้ตั้งแต่ปี 2561 ภายใต้แนวคิด COFFEE, PASSION และ SPECIALITY ซึ่งเน้นความหลงใหลและความใส่ใจในเมนู เมล็ดกาแฟ และฝีมือบาริสต้า ปัจจุบันมี 2 โมเดลหลัก คือ “คอฟฟี่บาร์” ดีไซน์เท่พื้นที่ 60–80 ตร.ม. ในห้างใหญ่ และแฟล็กชิปสโตร์สุขุมวิท 53 ที่มีพื้นที่กว่า 210 ตร.ม.

แฟล็กชิปสโตร์ถูกออกแบบให้เหนือกว่าแค่คาเฟ่ ด้วย Exclusive Menu เช่น Dirty Coffee ที่ใช้เมล็ดกาแฟ Blend Black : 19-0915 จากเชียงราย รวมถึงเมนูเบเกอรีอย่างแซนวิช พาย และเบอร์เกอร์อบร้อนที่รองรับการใช้เวลานานในร้าน ทำเลสุขุมวิท 53–ทองหล่อถูกเลือกเพื่อดึงดูดกลุ่มคนที่เป็น Trend Setter และเซเลบริตี้ พร้อมพื้นที่จอดรถและโซน Pet Friendly ที่ตอบโจทย์คนรักสัตว์โดยตรง เมื่อดูแผนระยะกลาง บริษัทตั้งเป้าขยาย C.P.S. COFFEE อีก 30 สาขาใน 5 ปี พร้อมเพิ่มโมเดลร้านหลายรูปแบบเพื่อครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ นี่คือการสร้างร้านกาแฟเครือข่ายที่เชื่อมอัตลักษณ์แฟชั่นเข้ากับประสบการณ์กาแฟอย่างมีจุดยืน.

แบรนด์ไทยรุกค้าปลีกและคาเฟ่เต็มตัว จากร้านเล็กสู่เครือข่าย

บทสรุป: แบรนด์ไทยต้องเป็นคนกำหนดเทรนด์ ไม่ใช่แค่ตามเกมคนอื่น

เมื่อมองภาพรวม White Story บิ๊กซี และ C.P.S. COFFEE จะเห็นคำตอบชัดว่าการขยายสาขาเป็นเพียงเปลือกภายนอก แก่นแท้คือการยึดพื้นที่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคให้กลายเป็นโครงสร้างรายได้ระยะกลางที่มั่นคง แบรนด์อาหารใช้โมเดล Grab & Go และครัวกลางเพื่อรองรับ Lazy Economy และเทรนด์รักสุขภาพ ค้าปลีกปรับห้างให้เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตมากกว่าที่ซื้อของ คาเฟ่เชื่อมตัวเองกับแฟชั่นและไลฟ์สไตล์รีเทลเพื่อสร้างความต่าง หากแบรนด์ F&B ไทยยังคิดแค่ตามกระแสเมนูกาแฟหรือเค้กยอดนิยมต่อไป ย่อมถูกเหนี่ยวรั้งด้วยสงครามราคาที่ไม่มีวันจบ.

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรถอดบทเรียนจากกรณีเหล่านี้คือ การขยายสาขาต้องมาพร้อมแนวคิดที่ชัดเจนว่าเราต้องการกำหนดเทรนด์แบบไหน ทั้งในระดับเมนู การออกแบบพื้นที่ และการเลือกทำเล ที่สำคัญ ต้องมองผู้บริโภคมากกว่ามุมรายได้ระยะสั้น การสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพื้นที่ของแบรนด์คือส่วนหนึ่งของชีวิต เช่น การมีโซนกิจกรรมในห้าง หรือโซน Pet Friendly ในร้านกาแฟ คือคำตอบเชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืนกว่า ส่วนในฝั่งผู้บริโภค คลื่นการลงทุนครั้งนี้หมายถึงตัวเลือกใหม่ที่หลากหลายขึ้น ใกล้บ้านขึ้น และสะท้อนรสนิยมของตัวเองมากขึ้น ถ้าแบรนด์ไทยกล้าคิดแบบ Trend Setter ก็มีโอกาสกลายเป็นชื่อที่ผู้คนเลือกเอง ไม่ใช่แค่เดินผ่านแล้วแวะตามกระแส.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!