จุดเปลี่ยนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อยี่ห้อจีน EV ครองตลาด
ยี่ห้อจีน EV ครองตลาด คือปรากฏการณ์ที่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนเข้ายึดส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างเด่นชัด ทั้งในแง่ยอดจดทะเบียนและยอดขาย จนทำให้รถเครื่องยนต์สันดาปที่เคยครองอันดับต้น ๆ ถูกเบียดหลุดจากชาร์ตรุ่นขายดี การครองตลาดนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านราคา แต่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไฟฟ้า การออกแบบรถให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นผ่านบริการหลังการขายและการรับประกันระยะยาว ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมองรถ EV เป็นตัวเลือกหลักแทนรถน้ำมัน
ภาพรวมสำคัญที่ต้องมองตรง ๆ คือ ยี่ห้อจีน EV ไม่ได้มาแบบลองตลาดอีกต่อไป แต่กำลังตั้งกติกาใหม่ให้ทั้งอุตสาหกรรม เมื่อเดือนสิงหาคมมีข้อมูลทั้งจากยอดจดทะเบียนและยอดขายที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า รถไฟฟ้ากำลังขยับจากกลุ่มเฉพาะทางสู่กระแสหลัก ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจไม่หวนกลับไปเหมือนเดิม เพราะทันทีที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกับสมรรถนะและต้นทุนการใช้รถไฟฟ้าแล้ว รถน้ำมันจะต้องต่อสู้หนักขึ้นทุกปี

OMODA JAECOO ยอดจดทะเบียนพุ่ง สะท้อนความมั่นใจต่อแบรนด์จีน
ฝั่งยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเดือนสิงหาคม OMODA และ JAECOO กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของการที่แบรนด์จีนสามารถเจาะตลาดรถนั่งส่วนบุคคลได้สำเร็จ OMODA & JAECOO คว้าอันดับ 1 ในหมวดรถสัญชาติจีน และขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 รวมทุกแบรนด์ ด้วยยอดจดทะเบียน 4,004 คัน เติบโตถึง 23.16 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน นี่ไม่ใช่ตัวเลขสวยงามชั่วคราว แต่สะท้อนว่าแนวโน้มการยอมรับรถไฟฟ้าแบรนด์จีนกำลังขยายวงออกไปอย่างรวดเร็ว
รุ่นที่แบกยอดจดทะเบียนอย่างแท้จริงคือ JAECOO 5 EV ที่กินส่วนแบ่งสูงถึง 65.31 เปอร์เซ็นต์ของยอดจดทะเบียน OMODA & JAECOO ในเดือนเดียว ทำให้เห็นชัดว่ากลุ่มรถ Compact SUV ไฟฟ้าเป็นจุดหวานของตลาด การออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่และครอบครัว รวมกับข้อเสนอด้านบริการ เช่นเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 100 แห่ง และแพ็กเกจรับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้า คือเหตุผลเชิงโครงสร้างที่ทำให้ผู้ใช้กล้าสลับจากรถน้ำมันมาใช้ EV ของแบรนด์จีนมากขึ้น

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเดือนสิงหาคม รถน้ำมันหลุด Top 10 ซ้ำอีกครั้ง
ข้อมูลจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเดือนสิงหาคมในจีนยิ่งยืนยันว่าโครงสร้างตลาดกำลังเปลี่ยนไปอย่างแรง ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในเดือนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารถไฟฟ้าแบบ BEV ครอง 9 จาก 10 อันดับแรกของรถขายดีที่สุด ขณะที่รถเครื่องยนต์สันดาปไม่มีแม้แต่รุ่นเดียวติด Top 10 ที่น่าคิดคือ นี่เป็นครั้งที่สองในปีเดียวที่รถน้ำมันถูกเบียดออกจาก 10 อันดับแรก สะท้อนว่าความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่จังหวะขึ้นลงชั่วคราว แต่เป็นเทรนด์ที่เริ่มนิ่ง
ตัวเลขของรถน้ำมันยิ่งตอกย้ำความจริงอันไม่สบายใจสำหรับค่ายดั้งเดิม รถเครื่องยนต์สันดาปรุ่นแรกที่โผล่มาในตารางเดือนสิงหาคมต้องรอจนถึงอันดับ 13 อย่าง Toyota Corolla Cross ด้วยยอดขาย 14,675 คัน ขณะที่ในอดีต รถน้ำมันเคยเป็นผู้เล่นหลักใน Top 5 อย่างสม่ำเสมอ การที่ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่รุ่นใน Top 20 หมายถึงยุคที่รถน้ำมันเป็นตัวเลือกอัตโนมัติสำหรับคนซื้อรถกำลังปิดฉากลงทีละขั้น และยี่ห้อจีน EV คือผู้ดันประตูออกจากตำแหน่งเดิมนั้น
Geely EX2 และคู่แข่ง EV หน้าใหม่ พลิกสมดุลตลาดเดิม
เมื่อมองลึกเข้าไปใน 10 อันดับรถขายดีที่สุดในจีนเดือนสิงหาคม รถที่ขึ้นมาเป็นดาวเด่นคือ Geely EX2 ที่ทำยอดขายสูงสุด 39,651 คัน และขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตรถขายดี EX2 ถูกวางตำแหน่งในกลุ่มแฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดเล็ก แข่งกับรุ่นยอดนิยมในตลาดเดียวกัน นี่คือสัญญาณว่ารถ EV ขนาดเล็กกำลังกลายเป็นหัวใจใหม่ของตลาด เพราะตอบโจทย์การใช้งานในเมือง ราคาเข้าถึงง่าย และต้นทุนการใช้ระยะยาวต่ำกว่า สมดุลตลาดเดิมที่เคยเอียงไปทางรถน้ำมันไซซ์คอมแพกต์จึงถูกพลิกอย่างสิ้นเชิง
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการไต่ขึ้นของแบรนด์หน้าใหม่อย่าง Leapmotor A10 ที่ครองอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 30,652 คัน และแรงกดดันที่ส่งต่อไปยังผู้เล่นระดับโลกอย่าง Tesla ที่ยังเกาะอันดับสูงด้วย Model Y และ Model 3 ใน Top 10 สถานการณ์นี้บอกชัดว่า การแข่งในตลาด EV จีนไม่ใช่เวทีของแบรนด์ใหญ่ไม่กี่เจ้าอีกต่อไป แต่เป็นสงครามรุ่นที่เปิดกว้างให้ผู้ผลิตจีนรายใหม่ที่กล้าออกแบบ แตกต่าง และตั้งราคาสู้คำว่าพรีเมียมแบบเดิม ผลลัพธ์คือคนใช้รถมีตัวเลือกหลากหลายขึ้น และไม่จำเป็นต้องผูกกับแบรนด์เดิมที่เคยครองตลาด

บทเรียนจากจีน สำหรับยุคที่รถน้ำมันไม่ใช่มาตรฐานกลางแล้ว
เมื่อรวมภาพจากทั้งยอดจดทะเบียนของ OMODA & JAECOO และโครงสร้างยอดขายในจีนเดือนสิงหาคม สิ่งที่เห็นชัดคือ วงการรถยนต์กำลังเดินเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่รถ EV เป็นตัวตั้งและรถน้ำมันกลายเป็นตัวเลือกเฉพาะกลุ่ม รถไฟฟ้าครอง 9 ใน 10 อันดับขายดี โดยมี Geely EX2 เป็นผู้นำ ขณะเดียวกันแบรนด์จีนอย่าง OMODA & JAECOO ก็พิสูจน์ว่าหากมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ พร้อมบริการหลังการขายและการรับประกันที่สร้างความอุ่นใจ ยอดจดทะเบียนสามารถเติบโตสองหลักในเวลาไม่กี่เดือน นี่คือรูปแบบการแข่งขันใหม่ที่แบรนด์ดั้งเดิมต้องยอมรับ
สำหรับผู้ใช้รถ บทสรุปสำคัญคือ ถึงเวลาเลิกมองรถ EV เป็นของไกลตัว และเริ่มคิดในฐานะตัวเลือกหลักที่มีให้เลือกหลายขนาด หลายแบรนด์ โดยเฉพาะจากค่ายจีนที่โชว์ให้เห็นแล้วว่าทำทั้งเทคโนโลยีและบริการได้ในระดับที่คนใช้รถยอมรับได้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจไม่ต้องรอให้กฎหมายหรือมาตรการใดผลักดัน เพราะตัวผู้บริโภคเองกำลังโหวตผ่านการซื้อว่าต้องการอนาคตแบบไหน ยี่ห้อจีน EV ครองตลาดจึงไม่ใช่แค่ข่าวใหญ่ในวันนี้ แต่เป็นคำใบ้แรงว่ามาตรฐานใหม่ของโลกยานยนต์กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยไฟฟ้าแทนน้ำมัน







