ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

กขค.ออกกฎเหล็กคุมแอปเรียกรถ-เดลิเวอรี่ เกมใหม่ของแพลตฟอร์มยักษ์

กขค.ออกกฎเหล็กคุมแอปเรียกรถ-เดลิเวอรี่ เกมใหม่ของแพลตฟอร์มยักษ์
ความสนใจ|แอปมือถือ

แอปเรียกรถ กฎเหล็ก คืออะไร และทำไมทุกคนหนีไม่พ้นผลกระทบ

แอปเรียกรถ กฎเหล็ก คือชุดกติกาใหม่ที่หน่วยงานการแข่งขันทางการค้ากำหนดขึ้นเพื่อควบคุมแพลตฟอร์มเรียกรถโดยสารและแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ตั้งแต่โครงสร้างค่าธรรมเนียม ไรเดอร์ค่าตอบแทน เงื่อนไขการค้า การใช้ระบบอัลกอริทึม ไปจนถึงมาตรฐานความปลอดภัยและความโปร่งใสของข้อมูล โดยมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการใช้อำนาจเหนือตลาดของแพลตฟอร์มรายใหญ่ ปิดช่องเอาเปรียบแรงงานดิจิทัล และสร้างสมดุลใหม่ให้ผู้บริโภค ร้านค้า และคนขับในระบบเดียวกัน

หัวใจของเรื่องนี้คือ กขค.ไม่ยอมให้แพลตฟอร์มทำตัวเป็น “คนกลางไร้ความรับผิดชอบ” อีกต่อไป สภาพตลาดที่เคยมีผู้เล่น 5-6 รายแต่เหลือเพียง 2 ราย ทำให้แพลตฟอร์มบางเจ้ากล้าเล่นเกมค่าธรรมเนียมและอัลกอริทึมในแบบที่คนขับและร้านค้าต้องจำใจยอม ขณะที่มูลค่าตลาด Ride-hailing พุ่งแตะประมาณ 45,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเกิน 49,000 ล้านบาท พร้อมไรเดอร์มากกว่า 400,000 ราย แปลว่าถ้าปล่อยให้เกมนี้เดินต่อไปโดยไม่มีการกำกับ คนตัวเล็กจะเป็นฝ่ายเจ็บตัวเสมอ

กขค.ออกกฎเหล็กคุมแอปเรียกรถ-เดลิเวอรี่ เกมใหม่ของแพลตฟอร์มยักษ์

ตลาดกึ่งผูกขาดของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ

ภายหลังยุคโควิด ธุรกิจแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่และ Ride-hailing โตพุ่ง แต่การเติบโตนี้กลับมาพร้อมความเหลื่อมล้ำรอบใหม่ ผู้ให้บริการรายใหญ่บางรายถอนตัวออก ทำให้เหลือผู้เล่นหลักเพียงสองรายในตลาด Ride-hailing และบริการจัดส่งออนดีมานด์ ส่งผลให้โครงสร้างตลาดกระจุกตัวแบบ Duopoly เมื่อคู่แข่งหายไป แรงกดดันจากการแข่งขันก็หายตาม แพลตฟอร์มยักษ์จึงมีอำนาจต่อรองสูงทั้งกับไรเดอร์และร้านค้า

ในทางปฏิบัติ เราเห็นกรณีค่าธรรมเนียม GP ที่ขยับสูงกว่า 30% ในบางกรณี ข้อกำหนดการเข้าร่วมโปรโมชั่น การบังคับใช้เงื่อนไขเฉพาะช่องทาง และการปิดระบบร้านหรือไรเดอร์ที่ไม่ยอมทำตาม ขณะที่แท็กซี่สาธารณะต้องแบกรับต้นทุนจากกฎหมาย ใบขับขี่สาธารณะ ประกันภัย และมาตรฐานความปลอดภัย แต่รถที่เข้าผ่านแพลตฟอร์มบางรายกลับไม่ได้ถูกตรวจเข้มระดับเดียวกัน ทำให้สนามแข่งขันไม่เท่าเทียมตั้งแต่ต้น

ไรเดอร์ค่าตอบแทนถูกบีบ: บทเรียนแรงจากกรณี Lalamove

ภาพที่ชัดที่สุดของการเอาเปรียบในยุคแพลตฟอร์มคือเสียงของไรเดอร์เอง กลุ่มไรเดอร์ Lalamove กว่า 200 คนต้องรวมตัวกันไปยื่นหนังสือถึงหน่วยงานกำกับดิจิทัล หลังค่ารอบเฉลี่ยจากเดิมกิโลเมตรละ 10 บาทถูกลดเหลือเพียง 3 บาท แถมยังถูกหักค่าบริการและภาษีรวม 23% โดยไม่มีสวัสดิการใดรองรับ ประโยคที่ควรจดคือ “งานระยะ 100 กิโลเมตรที่เคยได้ราว 950 ถึง 1,000 บาท วันนี้เหลือเพียงประมาณ 220 ถึง 292 บาทหลังหักค่าบริการแพลตฟอร์ม”

เมื่อลองหักต้นทุนค่าน้ำมันที่เฉลี่ยราวกิโลเมตรละ 1 บาทและค่าบริการระบบประมาณ 0.75 บาทต่อกิโลเมตร ไรเดอร์เหลือรายได้แท้จริงไม่ถึง 1.3 บาทต่อกิโลเมตร ยังไม่รวมค่าสึกหรอรถหรือค่าอาหารระหว่างทำงานด้วย ที่ร้ายกว่านั้นคือแพลตฟอร์มโฆษณาส่วนลดลูกค้า 55% แต่ภาระส่วนลดกลับถูกผลักไปกดค่ารอบฝั่งไรเดอร์ พร้อมบังคับให้รับงานพ่วง 3-4 งานเพื่อรักษาคำสัญญา “ส่งไวภายใน 1 ชั่วโมง” นี่คือภาพตรงของไรเดอร์ค่าตอบแทนที่ถูกรีดจนบางตามตรรกะของอัลกอริทึม ไม่ใช่การเจรจาอย่างเป็นธรรม

กขค.ออกกฎเหล็กคุมแอปเรียกรถ-เดลิเวอรี่ เกมใหม่ของแพลตฟอร์มยักษ์

อัลกอริทึม GPS และ Dark Patterns เมื่อแอปกลายเป็นกติกาที่ไม่มีใครเห็น

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าค่าธรรมเนียมคือ “กติกาที่ซ่อนอยู่ในโค้ด” กขค.พบปัญหาระบบอัลกอริทึมหลายรูปแบบ ทั้งการบังคับใช้ระบบพ่วงงานหรือ batching ให้ไรเดอร์รับงานสองร้านส่งสองจุดพร้อมกัน แต่กลับลดค่ารอบลง แทนที่จะเพิ่มค่าตอบแทนตามภาระงาน ยังมีระบบจัดลำดับงานที่เอื้อให้ไรเดอร์ระดับสูงได้งานมากกว่า ขณะที่คนใหม่หรือคนที่ไม่ทำตามเงื่อนไขถูกดันลงท้ายคิวโดยอัตโนมัติ

ปัญหา GPS ที่ระยะทางในแอปไม่ตรงกับความเป็นจริงทำให้ไรเดอร์เสียทั้งเวลาและต้นทุนโดยไม่ได้รับค่าชดเชยที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ใช้แอปอีกฝั่งต้องเผชิญ Dark Patterns หรือการออกแบบหน้าจอที่จงใจทำให้เข้าใจผิด เช่น ปุ่มสั่งซื้อหรือรับโปรโมชั่นที่ตั้งค่าล่วงหน้าให้ผู้ใช้จ่ายมากกว่าที่คิด โดยไม่แสดงข้อมูลค่าธรรมเนียมอย่างโปร่งใส เมื่ออัลกอริทึมกลายเป็นศาลที่ตัดสินรายได้และต้นทุนของทุกฝ่าย กฎเหล็กชุดใหม่ของ กขค.ที่บังคับให้เปิดเผยหลักเกณฑ์ ราคา และตรรกะของระบบจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ภาระเกินเหตุของแพลตฟอร์ม

กขค. ควบคุมแพลตฟอร์มต่อไปอย่างไร และคนใช้แอปควรจับตาอะไร

กขค.กำลังยกระดับจากไกด์ไลน์ Food Delivery เดิม ไปสู่ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัล” ที่ครอบคลุมทั้งเรียกรถ ส่งอาหาร และส่งสินค้า โดยมีการกำกับ GP ค่าโฆษณา ค่าพร้อมโปรโมชัน ป้องกันการบังคับใช้เงื่อนไขเฉพาะช่องทางและการบังคับให้ราคาเท่ากันทุกช่องทาง หน่วยงานยังบังคับให้แพลตฟอร์มตรวจสอบคนขับ เก็บข้อมูลด้านความปลอดภัย และเพิ่มความโปร่งใสด้านราคาและอัลกอริทึม พร้อมจัดทำ Code of Practice เป็นขั้นแรกแล้วจึงยกระดับเป็นข้อกำหนดที่มีผลใช้บังคับ

บน Road Map การทำงาน ช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคมเป็นระยะศึกษาโครงสร้างและพฤติกรรมตลาด พร้อมยกร่างมาตรฐานบริการ จากนั้นเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและประชาชน ก่อนสรุปผลในวันที่ 23 กันยายน และเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อบอร์ดในวันที่ 28 กันยายน สำหรับผู้ใช้แอปและไรเดอร์ นี่คือจังหวะทองในการส่งเสียง เพราะกฎใหม่จะนิยามว่า “ความยุติธรรมบนแพลตฟอร์ม” หมายถึงอะไร หากปล่อยให้การออกแบบอยู่ในมือทุนแพลตฟอร์มเพียงฝ่ายเดียว กฎเหล็กอาจกลายเป็นแค่กระดาษ แต่ถ้าคนตัวเล็กเข้าไปมีส่วนร่วม มันสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสมดุลใหม่ที่ทุกฝ่ายพอรับได้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!