ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่องานคราฟต์กลายเป็นฉากเล่าเรื่อง แฟชั่น SS27 ของ Ralph Lauren และ LUAR

เมื่องานคราฟต์กลายเป็นฉากเล่าเรื่อง แฟชั่น SS27 ของ Ralph Lauren และ LUAR
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

แฟชั่นฤดูร้อนแบบเล่าเรื่อง คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ

แฟชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนแบบเล่าเรื่อง คือการออกแบบคอลเล็กชั่นที่ใช้เสื้อผ้า สถานที่ และบรรยากาศทำงานร่วมกัน เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ ตัวตน และโลกทัศน์ของแบรนด์อย่างมีโครงเรื่อง แทนที่จะเป็นเพียงการเดินแบบบนรันเวย์ธรรมดา การเลือกผ้า ลวดลาย โทนสี ไปจนถึงสถานที่จัดแสดง จึงกลายเป็นภาษาที่ช่วยเล่าเรื่องรากเหง้า วัฒนธรรม และวิสัยทัศน์ร่วมสมัยให้ผู้ชมอ่านออกจากทุกลุคบนรันเวย์

ฤดูกาล SS27 ทำให้เห็นชัดว่าแบรนด์หรูไม่ได้แข่งกันแค่ความหรู แต่แข่งกันที่เรื่องเล่าที่จับต้องได้ Ralph Lauren SS27 collection เลือกกลับไปหาหัวใจของแบรนด์ผ่านความโรแมนติกและงานคราฟต์ที่สั่งสมเกินหกทศวรรษ ขณะที่ LUAR Spring Summer 2027 เลือกใช้สถาปัตยกรรมอย่าง Unisphere เป็นเวทีเล่าชีวิตและรากเหง้าของดีไซเนอร์ ความเคลื่อนไหวนี้ตั้งคำถามชัดเจนว่า แฟชั่นลักชัวรีต่อไปจะขายเสื้อผ้าหรือขายเรื่องเล่ากันแน่

เมื่องานคราฟต์กลายเป็นฉากเล่าเรื่อง แฟชั่น SS27 ของ Ralph Lauren และ LUAR

Ralph Lauren SS27 งานคราฟต์ 60 ปีถูกเล่าใหม่ผ่านความโรแมนติกและความย้อนแย้ง

Ralph Lauren SS27 ไม่ใช่คอลเล็กชั่นที่พยายามหนีอดีต แต่เลือกเผชิญหน้ากับมรดกของตัวเองอย่างภาคภูมิ คอลเล็กชั่นนี้นำเสนอความโรแมนติกในมุมมองใหม่ ผ่านการจับคู่งานเทเลอริ่งเฉียบคมกับความดิบเท่ในโทนสีขาว กรมท่า และอูฐ การเลือกโทนคลาสสิกเช่นนี้บอกชัดว่าแบรนด์เชื่อในความยืนยาว มากกว่าความตื่นเต้นสั้นๆ แบบเทรนด์ไวรัล

สิ่งที่ทำให้คอลเล็กชั่นนี้ทรงพลังคือการใช้ชิ้นไฮไลต์เป็นตัวเล่าเรื่องความทรงจำของแบรนด์ ทั้งกางเกงทรงวอลลุ่มเอวต่ำคู่แจ็กเก็ตยีนส์ประดับขนนกสีขาว แจ็กเก็ตโบรเคดกับกางเกงคาร์โก หรือคอร์เซ็ตเอวทรง V-Point และเนกไทเส้นใหญ่ 4 นิ้วจากปี 1967 ที่ถูกตีความใหม่ในแบบร่วมสมัย เสื้อผ้าแต่ละชิ้นทำหน้าที่เหมือนบทในนิยายที่เล่าให้เห็นว่าลักชัวรีแท้คือการเก็บรายละเอียดของงานฝีมือมนุษย์อย่างไม่ประนีประนอม “Ralph Lauren แสดงให้เห็นว่าการรักษางานฝีมือเกิน 60 ปี สามารถกลายเป็นภาษาดีไซน์ร่วมสมัยได้โดยไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์หวือหวา”

อาร์ไคฟ์และเทคนิคช่างฝีมือเมื่ออดีตกลายเป็นวัตถุดิบหลักของอนาคต

หัวใจของ Ralph Lauren SS27 อยู่ที่การกล้าหยิบอาร์ไคฟ์กลับมาเล่าใหม่อย่างมีชั้นเชิง แทนที่จะปล่อยให้ชิ้นในประวัติศาสตร์กลายเป็นแค่ตำนานในตู้เก็บ คอลเล็กชั่นนี้นำกางเกงทรงวอลลุ่มผ่าข้างติดกระดุมมาแมตช์กับเวสต์โค้ตลายพินสไตรป์ชายยาวลากพื้นสไตล์ The Gilded Age ชุดสูทกางเกงโครงสร้างคมกริบแบบ Made in Italy และเชิ้ตคอตตอนตกแต่งเชือกผูก การจับคู่แบบเก่าใหม่ชนกันอย่างตั้งใจ ทำให้เสื้อผ้าดูร่วมสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิก

ในระดับเทคนิค แบรนด์ผลักดันงานช่างฝีมือไปอีกขั้น ทั้งผ้าไหมและผ้าลาเมเพนต์มือผ่านเทคนิค Burn-out เดรสปักลูกปัดสีทองแบบ Ombré และผ้าออร์แกนซ่า Sun-bleached หรือ Tie-dyed ก่อนจะปิดลุคด้วยรองเท้าส้นเตี้ยผ้ายกดอก และกระเป๋า Ralph Bag เวอร์ชั่นใหม่กับ Madison Bag ทรงกว้าง นี่ไม่ใช่เพียงการทำของสวย แต่เป็นการประกาศว่าลักชัวรีวันนี้เท่ากับเวลาที่ทุ่มให้รายละเอียด งานคราฟต์จึงกลายเป็นหลักฐานทางกายภาพของความหรูหราที่จับต้องได้

LUAR และ Unisphere เมื่อสถาปัตยกรรมกลายเป็นรันเวย์และบทชีวิตดีไซเนอร์

ด้าน LUAR Spring Summer 2027 เลือกเดินคนละเส้นทางกับแบรนด์ใหญ่ แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการเล่าเรื่อง ในวันที่ 14 กันยายน แบรนด์เนรมิต Unisphere ด้านนอก Queens Museum ให้เป็นพื้นที่จัดแสดงคอลเล็กชั่น “Christopher Street Columbus” รันเวย์กลางแจ้งที่ส่องสว่างใต้ท้องฟ้ายามเย็นโอบล้อมโครงสร้างโลหะมหึมาของ Unisphere และเริ่มโชว์พร้อมจังหวะที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า นี่คือ luxury runway design ที่ใช้สถานที่เป็นนักแสดงหลัก ไม่ใช่แค่ฉากหลัง

คอลเล็กชั่นดังกล่าวสำรวจประวัติศาสตร์ในรากเหง้าแคริบเบียนของ Raul Lopez และช่วงวัยที่ถูกหล่อหลอมบนถนน Christopher Street ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้สัมผัสฉากไนต์ไลฟ์ของชาวเควียร์ ก่อนต่อยอดสุนทรียะแบบขบถของ LUAR ให้ประณีตขึ้น เส้นทางชีวิตจึงถูกแปลเป็นเสื้อผ้า ตั้งแต่สูทกระดุมสองแถวสีเทาคู่กางเกงขาสั้นพองแบบสเปน ไปจนถึงสูทดำมินิมัลที่เผยปลายแขนลูกไม้ขาว และต่อเนื่องด้วยกางเกงทรงสเปนในหลายความยาว แจ็กเก็ตมอเตอร์ไซค์หนัง ปั๊มลายหนังจระเข้ และกระเป๋าถือที่ใช้พื้นผิวหนังสัตว์ หนังฟอกสีซีด และกำมะหยี่สีน้ำเงินสดตามแบบเอสทีติกของแบรนด์

เมื่องานคราฟต์กลายเป็นฉากเล่าเรื่อง แฟชั่น SS27 ของ Ralph Lauren และ LUAR

จากไนต์ไลฟ์ถึงชุดราตรี เรื่องเล่าที่ถูกห่อหุ้มในซิลูเอตยูนิเซ็กส์

LUAR ไม่หยุดแค่การใช้สถานที่เล่าเรื่อง แต่ยังขยายจักรวาลแบรนด์ผ่านความร่วมมือกับ Lunazul ในคอลเล็กชั่นเสื้อผ้า LUAR x Lunazul รุ่นลิมิเต็ด ซึ่งเปิดตัวคู่กับคอลเล็กชั่นหลัก ชุดเดนิมสองชิ้นและหมวกเบสบอลทรงคลาสสิกถูกออกแบบให้หัวใจอยู่ที่หนังอะกาเวจากพืชสีน้ำเงินของ Lunazul ที่สะท้อนแรงบันดาลใจจากดวงจันทร์ร่วมกันของทั้งสองแบรนด์ Raul Lopez เองย้ำว่า การนำพืชอย่างอะกาเวมาเปลี่ยนเป็นหนังวีแกนเพื่อสวมใส่ในชีวิตประจำวัน คือความน่าทึ่งของงานคราฟต์ร่วมสมัย

ช่วงท้ายโชว์คือการย้ำภาพว่ารันเวย์นี้ถูกออกแบบให้ไหลต่อสู่พรมแดง ชุดราตรีระยิบระยับหลายลุคตั้งแต่เดรสแม็กซี่คอตั้งดำขาวที่เผยเลื่อมผ่านช่องคัตเอาต์แนวตั้ง ไปจนถึงชุดราตรียาวปักลายเพชรไล่ระดับพร้อมฟรินจ์พลิ้วที่ปลายแขนและชายกระโปรง ก่อนจะปิดด้วยชุดฟินาเล่ทรงอสมมาตรประดับเลื่อมเงินทั้งตัว แต่งด้านหน้าด้วยพู่ขนนกสีชมพูและชายกระโปรงสีเงินทอดยาว ในโลกของ LUAR ความหรูไม่จำเป็นต้องมีเพศ เสื้อผ้า กลางคืน สถาปัตยกรรม และรากเหง้ากลายเป็นรันเวย์เดียวกันที่ทุกเพศเข้ามาเดินร่วมเรื่องได้

เมื่องานคราฟต์กลายเป็นฉากเล่าเรื่อง แฟชั่น SS27 ของ Ralph Lauren และ LUAR

เมื่อเรื่องเล่าและสถานที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของแฟชั่นลักชัวรี

เมื่อมองร่วมกัน Ralph Lauren และ LUAR ชี้ให้เห็นแนวโน้มเดียวกันอย่างชัดเจน แฟชั่นลักชัวรีฤดูกาลนี้กำลังย้ายศูนย์กลางจากโลโก้และสถานะ ไปสู่เรื่องเล่าและสถานที่ Ralph Lauren ยืนยันว่ามรดกกว่า 60 ปีสามารถสร้างภาษาความโรแมนติกและงานคราฟต์ที่ร่วมสมัยได้ ขณะที่ LUAR ใช้ Unisphere และประวัติชีวิตดีไซเนอร์เป็นแกนหลักของคอลเล็กชั่น ทั้งสองกรณีสะท้อนว่า storytelling และ location ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบประกอบโชว์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ luxury runway design อย่างเต็มตัว

ธีมที่ผุดขึ้นชัดคือการกลับไปหางานช่างฝีมือและเรื่องเล่ารากเหง้าในฐานะหัวใจของคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ไม่ว่าจะผ่านอาร์ไคฟ์ที่ถูกตีความใหม่ใน Ralph Lauren หรือประวัติศาสตร์แคริบเบียนและไนต์ไลฟ์ใน LUAR สำหรับคนดู แฟชั่นจึงไม่ใช่แค่การเลือกแนวเสื้อผ้า แต่เป็นการเลือกเรื่องเล่าที่อยากพาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้น บทสรุปคือ ในโลกที่ภาพถูกส่งออกทุกวินาที แบรนด์ที่ผูกงานคราฟต์ เข้ากับสถานที่และเรื่องเล่าอย่างแน่นแฟ้น จะมีโอกาสสร้าง “โมเมนต์แฟชั่น” ที่ฝังอยู่ในความทรงจำได้นานกว่าเทรนด์ใด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!