ดูข่าวความรุนแรงบ่อยๆ ทำไมถึงบั่นทอนสุขภาพจิต และเราปกป้องตัวเองได้อย่างไร

ดูข่าวความรุนแรงบ่อยๆ ทำไมถึงบั่นทอนสุขภาพจิต และเราปกป้องตัวเองได้อย่างไร
ความสนใจ|สุขภาพจิต

ข่าวความรุนแรงกระทบจิตอย่างไร: มากกว่าความสะเทือนใจชั่วคราว

ข่าวความรุนแรงกระทบจิต คือสภาวะที่การรับรู้เหตุการณ์รุนแรงผ่านสื่อต่อเนื่อง ทำให้สมองและร่างกายตอบสนองเหมือนเผชิญอันตรายตรงหน้า จนก่อให้เกิดความเครียด วิตกกังวล รู้สึกไม่ปลอดภัย และอาจเปลี่ยนรูปเป็นอาการทางกาย เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตตามปกติในระยะยาวได้.

ปัญหาไม่ใช่การรับรู้ข่าวสาร แต่คือการปล่อยให้ตัวเองอยู่ในกระแสข่าวรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนจิตใจไม่มีโอกาสได้พัก ดร.ชลาลัย แต้ศิลปสาธิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อธิบายว่า การเห็นหรืออ่านเหตุการณ์ฆาตกรรม กราดยิง หรือการคุกคามทางเพศต่อเนื่อง สามารถทำให้คนทั่วไปเริ่มรู้สึกหวาดระแวงกับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์ถูกกระทำมาก่อน ยิ่งเสี่ยงให้แผลเดิมในใจถูกกระตุ้นกลับมาอีกครั้ง เมื่อความวิตกกังวลสะสม ไม่ได้รับการดูแล ก็อาจลุกลามกลายเป็นความเครียดเรื้อรังและภาวะซึมเศร้าได้ในอนาคต.

ดูข่าวความรุนแรงบ่อยๆ ทำไมถึงบั่นทอนสุขภาพจิต และเราปกป้องตัวเองได้อย่างไร

เมื่อสมองเสพข่าวลบซ้ำๆ จนเหมือนติด: ความกลัวที่ค่อยๆ กัดกินชีวิต

การเลื่อนฟีดดูข่าวคดีอุกฉกรรจ์ทุกวันไม่ใช่เรื่องเล็ก วิจัยและประสบการณ์ทางคลินิกจำนวนมากชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การเสพข้อมูลด้านลบซ้ำๆ กระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัวตลอดเวลา ร่างกายจึงตอบสนองด้วยอาการใจเต้นแรง เหงื่อออกตามฝ่ามือ หรือปวดเกร็งกล้ามเนื้อ ทั้งที่เรานั่งอยู่หน้าจอไม่ใช่ในที่เกิดเหตุ ความรู้สึกกลัวจึงไม่ได้หายไปพร้อมปิดข่าว แต่ค้างอยู่ในหัวเหมือนเสียงสะท้อน.

รูปแบบนี้ทำให้เราค่อยๆ พึ่งพาข่าวสารเหมือนหนึ่งการเสพติด เปิดข่าวเพื่อเช็กว่ามีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่ยิ่งเปิดยิ่งเครียด วิตกกังวลจากข้อมูลไม่สิ้นสุด บางคนเริ่มหลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะ ลดการออกจากบ้าน หรือกินนอนไม่ปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณชัดว่าข่าวความรุนแรงกระทบจิตแล้ว “ในหลายราย ความอยากอาหารลดลง นอนไม่หลับ และหากเกิดต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้าในอนาคตได้” ตามคำอธิบายของดร.ชลาลัย.

ดูข่าวความรุนแรงบ่อยๆ ทำไมถึงบั่นทอนสุขภาพจิต และเราปกป้องตัวเองได้อย่างไร

เสพข่าวอย่างมีสติ: ขั้นแรกของการลดความเครียดจากข่าว

หากเรายังต้องการรับรู้โลก แต่ไม่อยากให้ข่าวความรุนแรงกระทบจิตเกินจำเป็น การจำกัดการเสพข่าวคือด่านแรกที่ต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้ระบบแจ้งเตือนและอัลกอริทึมเป็นผู้กำหนดอารมณ์ในแต่ละวัน เราต้องเลือกเองว่าจะให้ข่าวรุนแรงเข้ามาในชีวิตแค่ไหนและเมื่อไร.

แนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอคือ ตั้งขอบเขตเวลาเสพข่าววันละช่วง เช่น ตอนเช้าและเย็นเท่านั้น หลีกเลี่ยงการดูภาพหรือคลิปที่เน้นเร้าอารมณ์ และให้ความสำคัญกับช่องทางที่นำเสนอข้อเท็จจริงมากกว่าการเล่าแบบดราม่า หากรู้สึกว่าข่าวหนึ่งเรื่องทำให้ใจเต้นแรง มือเย็น หรือรู้สึกคล้ายจะร้องไห้ การปิดหน้าจอและพักจากข้อมูลคือการปกป้องสุขภาพจิต ไม่ใช่การหนีปัญหา ตรงกันข้าม มันคือการยอมรับว่าใจเรามีขีดจำกัด และควรได้รับการดูแล.

ดูแลใจตัวเองและคนรอบข้าง: จากสำรวจอารมณ์สู่การขอความช่วยเหลือ

การลดความเครียดจากข่าวไม่ได้จบที่การปิดโทรศัพท์ แต่เริ่มจากการหันกลับมาเดินสำรวจข้างในใจตัวเอง ถามตรงๆ ว่าเรากำลังรู้สึกอะไรเมื่ออ่านข่าวรุนแรง เรากลัว โกรธ หรือสิ้นหวัง การตั้งชื่ออารมณ์ได้ คือก้าวแรกของการควบคุมอารมณ์แทนที่จะปล่อยให้มันควบคุมเราเอง.

หากพบว่าตัวเองอ่อนไหวง่ายขึ้น หวาดระแวงมากขึ้น หรือแม้หยุดอ่านข่าวไปแล้วแต่ภาพเหตุการณ์ยังวนซ้ำในหัวจนรบกวนการนอนและการทำงาน นั่นคือตัวแดงเตือนว่าควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต การไปพบจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือการรับผิดชอบต่อตัวเองและคนที่เรารัก เพราะเมื่อใจเราเหนื่อยน้อยลง เราจะมีแรงดูแลคนรอบข้าง และสามารถกลับมารับรู้ข่าวสารอย่างมีสติได้อีกครั้ง.

ไม่ใช่แค่เรื่องของปัจเจก: บทบาทสื่อและรัฐต่อสุขภาพจิตและสื่อ

การปกป้องสุขภาพจิตจากข่าวความรุนแรงไม่ควรเป็นภาระของประชาชนเพียงฝ่ายเดียว เพราะโครงสร้างสื่อและระบบยุติธรรมมีบทบาทสำคัญต่อความรู้สึกปลอดภัยของทั้งสังคม เมื่อสื่อเน้นภาพเลือด ภาพศพ การสัมภาษณ์แบบจี้อารมณ์คนใกล้ชิดเหยื่อ ก็เท่ากับเพิ่มภาระให้ผู้ชมต้องรับความสะเทือนใจโดยไม่จำเป็น.

ดร.ชลาลัยเน้นว่ารัฐต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าพื้นที่สาธารณะไม่ใช่สนามของความรุนแรง ขณะเดียวกันสื่อควรเปลี่ยนทิศทางจากการเร้าอารมณ์มาเป็นการให้ความรู้และสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางข้อมูล เมื่อสังคมมีข่าวเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น คนจะไม่ถูกกดด้วยภาพความรุนแรงฝ่ายเดียว สุขภาพจิตและสื่อจึงต้องเดินไปด้วยกัน เพราะสื่อที่รับผิดชอบคือเกราะป้องกันจิตใจของคนหมู่มาก ไม่ใช่เพียงช่องทางทำกำไรจากความกลัว.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!