ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

80% หันกินอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ราคาแพงและสารเคมีขวางทาง

80% หันกินอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ราคาแพงและสารเคมีขวางทาง
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

การบริโภคสุขภาพคืออะไร และกำลังเปลี่ยนเป็นกระแสหลักอย่างไร

การบริโภคสุขภาพ คือรูปแบบการกินและใช้ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งดูแลร่างกายแบบต่อเนื่อง ตั้งแต่การเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไปจนถึงอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพ โดยให้ความสำคัญทั้งคุณค่าทางโภชนาการ ความปลอดภัย แหล่งที่มา และผลต่อสุขภาพระยะยาว ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนักหรือกินคลีนระยะสั้น แต่เป็นการปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ

สัญญาณชัดเจนว่าการบริโภคสุขภาพกำลังกลายเป็นกระแสหลัก คือผลสำรวจที่พบว่า 80% ของผู้บริโภคเคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 35% มากกว่าสองเท่า ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะสะท้อนว่าผู้บริโภคกำลังยอมใช้จ่ายกับอาหารเพื่อสุขภาพเป็นกิจวัตร ไม่ใช่แค่สินค้าเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป เราจึงกำลังเห็นการเปลี่ยนจากตลาดสุขภาพไทยที่เคยเป็นช่องเล็กๆ สู่การเป็นตลาดหลักที่ทุกแบรนด์ต้องให้ความสำคัญ

ค่าครองชีพสูงและราคาอาหารสุขภาพ: ความตั้งใจดีที่ติดกำแพงเศรษฐกิจ

แม้ผู้บริโภคจะหันมาให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น แต่ความจริงด้านเศรษฐกิจกลับเป็นตัวขัดขวางสำคัญ ผลสำรวจจากโพลด้านอนามัยพบว่า ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่สูงขึ้นกระทบต่อการกินหรือการซื้ออาหารมากที่สุดที่ร้อยละ 46.23 รองลงมาคือเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.29 เมื่อราคาวัตถุดิบขยับขึ้นต่อเนื่อง ราคาอาหารสุขภาพจึงยิ่งเข้าไม่ถึงสำหรับคนจำนวนมาก

ผลที่เห็นชัดคือ การลดความหลากหลายของเมนูและคุณค่าทางโภชนาการ กลุ่มอาหารที่หาซื้อได้ยากหรือซื้อได้น้อยลง เช่น เนื้อสัตว์ร้อยละ 29.76 น้ำมันประกอบอาหารร้อยละ 26.35 และไข่ร้อยละ 21.15 สถานการณ์นี้บอกเราว่า การผลักดันตลาดสุขภาพไทยให้เติบโตต่อเนื่อง จะทำได้ก็ต่อเมื่อราคาอาหารสุขภาพไม่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำ เพราะวันนี้หลายคนอยากกินดี แต่ต้องลดคุณภาพลงเพื่อเอาตัวรอดจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง

เมื่อผู้บริโภคเลือกสุขภาพแต่ต้องประหยัด: รูปแบบการปรับตัวใหม่

ความน่าสนใจคือ แม้ราคาอาหารสุขภาพจะเป็นอุปสรรค ผู้บริโภคไม่ได้ยอมแพ้ แต่กำลังปรับวิธีการดูแลสุขภาพให้เข้ากับสถานการณ์ผลสำรวจด้านการกินในช่วงค่าครองชีพสูงพบว่าผู้คนส่วนใหญ่เลือกซื้ออาหารที่ราคาถูกลงหรือซื้อช่วงลดราคาร้อยละ 64.82 ทำอาหารกินเองมากขึ้นร้อยละ 37.51 และปลูกผักสวนครัวไว้กินเองร้อยละ 33.58 นี่คือการตอบสนองที่สะท้อนทักษะการเอาตัวรอด ทั้งลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มการควบคุมคุณภาพอาหารในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวบางอย่างมีด้านมืด เช่น การลดจำนวนมื้ออาหารหรือกินน้อยลงถึงร้อยละ 32.83 การลดมื้ออาจช่วยประหยัด แต่หากทำโดยไม่มีการวางแผนโภชนาการ ก็เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารและสุขภาพระยะยาว เราจึงเห็นภาพผู้บริโภคที่พยายามรักษาการบริโภคสุขภาพ แต่ต้องเดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างการประหยัดและการดูแลร่างกาย การทำอาหารเอง เลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล และใช้โปรตีนราคาย่อมเยาอย่างไข่ เต้าหู้ และถั่ว เป็นแนวทางที่ช่วยให้กินดีในงบจำกัดได้จริง หากมีการวางแผนอย่างตั้งใจ

ตลาดสุขภาพไม่ใช่แค่ดีต่อร่างกาย แต่ต้องโปร่งใสและปลอดภัย

สิ่งที่ภาคธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพมองข้ามไม่ได้คือ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ฉลากที่บอกว่าดีต่อสุขภาพ แต่ต้องการหลักฐานและความโปร่งใส ผลสำรวจผู้บริโภคด้านสุขภาพพบว่า คนจำนวนมากกังวลต่ออาหารแปรรูปขั้นสูงและมลพิษ รวมถึงไมโครพลาสติก ข้อมูลนี้ชี้ชัดว่าความปลอดภัยของอาหารกำลังกลายเป็นมาตรฐานกลางของตลาด ไม่ใช่จุดขายเฉพาะกลุ่มดังเช่นในอดีต

เมื่อดูภาพรวมของการบริโภคสุขภาพที่ขยายตัว เราจะเห็นว่าแบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพต้องแข่งขันกันด้วยความโปร่งใสของแหล่งวัตถุดิบ การแปรรูปน้อย ฉลากสะอาด และการสื่อสารข้อมูลที่ตรวจสอบได้ หากผู้บริโภครับรู้ว่าอาหารเพื่อสุขภาพยังมีความเสี่ยงจากสารเคมีหรือกระบวนการผลิตที่ไม่ปลอดภัย มูลค่าของคำว่าอาหารเพื่อสุขภาพจะหายไปทันที ตลาดสุขภาพไทยจึงกำลังบังคับให้ธุรกิจยกระดับมาตรฐาน ทั้งด้านคุณภาพและการเปิดเผยข้อมูล เป็นการสร้างการแข่งขันที่ไม่ใช่แค่รสชาติและราคา แต่รวมถึงจริยธรรมและความปลอดภัยด้วย

จากเฉพาะกลุ่มสู่กระแสหลัก: โอกาสและความท้าทายของตลาดสุขภาพไทย

เมื่อมองภาพรวม เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างชัดเจน ตลาดสุขภาพที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็กกำลังกลายเป็นฐานพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคจำนวนมากซื้อวิตามิน แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นประจำถึง 79% และมีแนวโน้มเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้สด 68% วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 49% และผลิตภัณฑ์จากนม 44% ซึ่งสะท้อนว่าพวกเขากำลังสร้างกิจวัตรด้านสุขภาพจากหลายหมวดหมู่สินค้า

โอกาสของตลาดสุขภาพไทยจึงเปิดกว้างมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจจะได้ประโยชน์เท่าเทียม แบรนด์ที่เติบโตได้จริงต้องตอบโจทย์สามด้านพร้อมกัน หนึ่ง ราคาอาหารสุขภาพต้องไม่ทิ้งคนรายได้น้อยไว้ข้างหลัง สอง ผลิตภัณฑ์ต้องเชื่อถือได้ทั้งด้านคุณค่าและความปลอดภัย สาม ต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคมองสุขภาพแบบองค์รวม ตั้งแต่ร่างกาย จิตใจ ไปจนถึงคุณภาพชีวิต การบริโภคสุขภาพจึงไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการช่วยให้คนจำนวนมากใช้ชีวิตดีขึ้นโดยไม่ถูกค่าครองชีพและสารเคมีขวางทาง หากตลาดเดินไปในทิศทางนี้ได้จริง เราจะเห็นการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงได้มากขึ้น และยั่งยืนกว่าเดิมอย่างแท้จริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!