AAM 2026 คืออะไร และทำไมการเป็นเจ้าภาพจึงสำคัญ
การบินแห่งอนาคต หรือ Advanced Air Mobility คือระบบคมนาคมทางอากาศรูปแบบใหม่ที่ใช้ยานพาหนะบินได้ขนาดเล็ก อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน และเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ เชื่อมการเดินทางในเมืองและระหว่างเมืองเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานการบินเดิม โดยอาศัยระบบบริหารจัดการการบินอัจฉริยะ กฎระเบียบความปลอดภัย และโครงข่ายดิจิทัลรองรับ เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทาง ลดภาระบนถนน และสร้างเศรษฐกิจนวัตกรรมการบินแห่งอนาคต การลงนามความตกลงจัดเตรียมการเป็นเจ้าภาพ The Second Advanced Air Mobility Symposium 2026 หรือ ICAO AAM 2026 มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานในพิธีลงนามร่วมกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ การประชุมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 ธันวาคม ที่กรุงเทพฯ ภายใต้หัวข้อ From Vision to Implementation: Enabling the AAM Ecosystem สิ่งนี้ไม่ใช่แค่งานประชุม แต่คือเวทีวางเข็มทิศนโยบายการบินแห่งอนาคตที่ผู้กำหนดเกมการบินโลกจะมารวมตัวกัน

เวที 193 ประเทศกับ Bangkok Statement: ใครได้กำหนดกติกา AAM
ICAO AAM 2026 จะเชิญผู้แทนจากรัฐสมาชิกทั้ง 193 ประเทศ คาดว่ามีผู้เข้าร่วมราว 1,500 คน ครอบคลุมผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแลการบินพลเรือน ผู้บริหารระดับสูง และภาคอุตสาหกรรมการบินจากทั่วโลก นี่คือขนาดของเวทีที่กำลังตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ตั้งมาตรฐาน และใครจะต้องวิ่งตาม หัวใจของการประชุมคือการจัดทำ Bangkok Statement เอกสารผลลัพธ์ร่วมที่สำนักงานการบินพลเรือนและ ICAO กำลังพัฒนา เพื่อต่อยอดจาก Call to Action ของงาน AAM 2024 ที่มอนทรีออล Bangkok Statement มีเป้าหมายกำหนดทิศทางนโยบายการบินสากลสำหรับ Advanced Air Mobility ทั้งด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจของสาธารณะ การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานการบิน และการสนับสนุนการพัฒนากฎระเบียบและมาตรฐานใหม่ ใครมีชื่ออยู่ในเอกสารนี้ ก็มีเสียงบนโต๊ะเจรจาในอนาคต

จากธีม "From Vision to Implementation" สู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการบินจริง
การประชุม ICAO AAM 2026 ถูกออกแบบให้ขยับจากแนวคิดไปสู่การลงมือทำตามธีม From Vision to Implementation: Enabling the AAM Ecosystem งานแบ่งเป็นสามส่วนหลักคือ การประชุมสัมมนาระดับนานาชาติสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และถกทิศทางการกำกับดูแล การจัดแสดงนิทรรศการด้านเทคโนโลยีและระบบที่เกี่ยวข้องกับ AAM และอากาศยานไร้นักบิน และการบินสาธิตเพื่อแสดงการใช้งานจริงของเทคโนโลยีเหล่านี้และสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคม รัฐบาลมองว่า Advanced Air Mobility ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีอากาศยานใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคมนาคมแห่งอนาคตที่ต้องเตรียมพร้อมทั้งกฎหมาย ความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานการบิน เทคโนโลยี บุคลากร และระบบนิเวศเอื้อต่อการลงทุน นี่หมายความว่า ทุกเวทีพูดคุยในงานจะเชื่อมตรงกับการตัดสินใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการบินใหม่ ไม่ว่าจะเป็นลานบินสำหรับยานบินขนาดเล็ก ระบบบริหารจราจรทางอากาศอัตโนมัติ หรือศูนย์ข้อมูลการบินดิจิทัล

โอกาสเศรษฐกิจและงานใหม่จากการบินแห่งอนาคต
การเป็นเจ้าภาพ ICAO AAM 2026 ถูกวางให้เป็นตัวเร่งเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม รัฐบาลคาดหวังให้การประชุมเปิดโอกาสดึงดูดการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Advanced Air Mobility อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน เทคโนโลยีการบิน โครงสร้างพื้นฐานการบิน ระบบบริหารจัดการการบิน และการวิจัยพัฒนา “การจัดงานจะช่วยแสดงให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนจากทั่วโลกเห็นถึงความพร้อมในการรองรับอุตสาหกรรมการบินรูปแบบใหม่ และเปิดโอกาสในการดึงดูดการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Advanced Air Mobility” คือประโยคที่สะท้อนทิศทางนโยบายจากคำกล่าวของรองนายกรัฐมนตรีด้านคมนาคม ผลต่อประชาชนอยู่ที่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ การจ้างงาน และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีการบิน รวมถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาจะได้เชื่อมต่อองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับนานาชาติ ก่อให้เกิดหลักสูตรใหม่ สตาร์ทอัพด้านการบินแห่งอนาคต และความร่วมมือวิจัยที่มีตลาดโลกเป็นปลายทาง

จากเจ้าภาพสู่ผู้นำ: เงื่อนไขที่จะไม่ปล่อยให้ AAM 2026 เป็นแค่โชว์
จุดแข็งของการได้จัด ICAO AAM 2026 คือการได้อยู่กลางวงสนทนาการบินสากล แต่จะกลายเป็นจุดอ่อนทันทีหากปล่อยให้เวทีนี้จบลงเพียงงานอีเวนต์ สิ่งที่ต้องตามมาคือการนำบทเรียนจาก Symposium นิทรรศการ และการบินสาธิตมาปรับเป็นแผนปฏิบัติในระดับนโยบายและโครงการลงทุนจริง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานการบิน กรอบกฎหมาย และมาตรฐานความปลอดภัยที่สอดคล้องกับ Bangkok Statement หากใช้เวทีนี้วางรากฐานนโยบายการบินสากลให้ชัดเชื่อมกับแผนการพัฒนาศูนย์กลางการบินในปีถัดไป การเป็นเจ้าภาพจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแปรคำว่า การบินแห่งอนาคต จากคำขวัญสู่ระบบคมนาคมที่ประชาชนใช้ได้จริง มีงานใหม่ให้คนรุ่นใหม่ และดึงการลงทุนเทคโนโลยีเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง







