ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Agentic Cloud architecture พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐาน AI ขององค์กรสู่ความร่วมมือแบบเปิด

Agentic Cloud architecture พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐาน AI ขององค์กรสู่ความร่วมมือแบบเปิด
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

Agentic Cloud architecture คืออะไร และทำไมองค์กรควรสนใจ

Agentic Cloud architecture คือแนวคิดการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อรองรับเอเจนต์ AI ที่สามารถตัดสินใจ ทำงานต่อเนื่อง และโต้ตอบกับระบบธุรกิจได้แบบอัตโนมัติ โดยเน้นทั้งการจัดสรรพลังประมวลผล การจัดการหน่วยความจำ และแพลตฟอร์มโมเดลที่เปิดให้เลือกใช้หลากหลาย พร้อมผสานโครงสร้างพื้นฐาน แอปพลิเคชัน และระบบนิเวศอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อให้องค์กรสามารถสร้าง ติดตั้ง และขยายโซลูชัน AI ได้ทั่วทั้งองค์กรอย่างยืดหยุ่นและไม่ผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว สิ่งที่น่าสนใจคือ Huawei เลือกชู Agentic Cloud แบบเปิด แทนการปิดระบบไว้ภายใต้แพลตฟอร์มเดียว แนวทางนี้สะท้อนมุมมองว่าคลื่น AI ระลอกใหม่จะไม่ชนะกันด้วยการล็อกลูกค้า แต่ด้วยการเปิดโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศให้พันธมิตรและนักพัฒนาร่วมสร้างคุณค่า การประกาศตัว Agentic Cloud ในงาน HUAWEI CONNECT จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าศึก Enterprise AI infrastructure รอบต่อไปจะตัดสินกันด้วยความเปิดกว้างมากกว่าการปิดกั้น

Huawei + Partners SCALE ระบบพันธมิตรเปิดที่ผลักดัน Enterprise AI infrastructure

หัวใจของกลยุทธ์ Agentic Cloud ของ Huawei คือการสร้างระบบความร่วมมือ Huawei + Partners ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยเปิดตัวระบบสนับสนุนพันธมิตร SCALE ใหม่ในงาน HUAWEI CONNECT ซึ่งมุ่งช่วยพันธมิตรขยายโครงการอุตสาหกรรมอัจฉริยะจากระดับต้นแบบไปสู่การใช้งานในสเกลใหญ่ได้จริง ความท้าทายห้าด้านตั้งแต่การพัฒนาโซลูชัน การทดสอบการผสานรวม ไปจนถึงการดำเนินงานและบำรุงรักษา ถูกออกแบบให้มีชุดการสนับสนุนเฉพาะด้าน ทั้งโซลูชันตามสถานการณ์ นวัตกรรมร่วม การตลาด การบริการในพื้นที่ และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มุมมองเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ Huawei ไม่พยายามสร้าง Enterprise AI infrastructure แบบปิด แต่เลือกปล่อยผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เปิดกว้างและผสานรวมได้ง่าย ครอบคลุมการประมวลผล การจัดเก็บ เครือข่าย ความปลอดภัย และการปกป้องข้อมูล เพื่อให้พันธมิตรนำไปต่อยอดโซลูชันของตนเองได้เร็วขึ้น นี่คือสัญญาณชัดว่าการเติบโตของ AI ในองค์กรจะพึ่งระบบพันธมิตรเปิดมากกว่าแพลตฟอร์มเดียวที่ควบคุมทุกอย่าง

Agentic Cloud architecture พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐาน AI ขององค์กรสู่ความร่วมมือแบบเปิด

Agentic Infra, AICS และแพลตฟอร์ม Agentic Cloud เปิดทางสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI ยุคใหม่

ในระดับเทคนิค Huawei Cloud กำลังยกระดับ Enterprise AI infrastructure ผ่านแนวคิด Agentic Infra ซึ่งวางองค์ประกอบสำคัญสี่ด้านคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลในระดับโทเคน การยกระดับความสามารถด้านหน่วยความจำ การจัดสรรทรัพยากรประมวลผลทั่วไปและ AI แบบรวมศูนย์ และการทำงานแบบอัตโนมัติที่ปลอดภัย โครงสร้างนี้ออกแบบมาเพื่อให้เอเจนต์ AI ทำงานยาวนาน มีบริบทต่อเนื่อง และเชื่อถือได้ในสภาพแวดล้อมจริง โซลูชัน AI Cluster Service AICS รุ่นล่าสุดเป็นตัวอย่างชัดว่าการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Agentic Cloud architecture ไม่ใช่แค่เพิ่มพลัง GPU แต่ต้องจัดการความเสถียรและประสิทธิภาพตลอดวงจรการฝึกโมเดล โดย AICS รองรับการฝึกโมเดลต่อเนื่องได้มากกว่า 40 วัน และสามารถกู้คืนจากความขัดข้องได้ภายใน 10 นาที พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลโทเคนได้สูงกว่ารุ่นก่อนหน้า 20 เปอร์เซ็นต์ นี่คือคำกล่าวอ้างที่ท้าทายผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นให้ปรับโครงสร้างพื้นฐานให้ตอบโจทย์งานเอเจนต์ AI ที่เน้นความต่อเนื่องมากกว่างานแบบสั้น

ด้านหน่วยความจำ Context Memory Storage CMS ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานเอเจนต์ AI ที่ต้องเก็บความทรงจำยาวนาน โดยรองรับพื้นที่หน่วยความจำระดับเพตะไบต์มากเป็นสองเท่าของผลิตภัณฑ์ระดับเดียวกันในอุตสาหกรรม และรองรับการอ่านหน่วยความจำความเร็วสูงระดับเทราไบต์ด้วยประสิทธิภาพสูงกว่าผลิตภัณฑ์เทียบเคียงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แนวทางนี้สะท้อนว่าการแข่งขัน Enterprise AI infrastructure กำลังขยับจากแค่จำนวนหน่วยประมวลผล ไปสู่การจัดการกับบริบทและข้อมูลระยะยาวของเอเจนต์ AI ในระดับแพลตฟอร์ม Huawei Cloud ผลักดัน Agentic Model as a Service รวมโมเดลหลากหลายไว้แพลตฟอร์มเดียว และ AgentArts แพลตฟอร์มเอเจนต์ AI ระดับองค์กรที่ให้บริการแล้วมากกว่า 100 แห่ง รวมถึง Industry AI Foundry ที่รวบรวมสินทรัพย์ AI สำหรับอุตสาหกรรมมากกว่า 1,000 รายการ และมีโครงการใช้งานจริงเกิน 1,000 โครงการ แนวทางแบบเปิดนี้ทำให้ลูกค้าไม่ถูกบังคับใช้โมเดลเดียว แต่เลือกโมเดลและเอเจนต์ให้ตรงบริบทงานของตน

Agentic computing บน SuperPoDs และ SuperClusters กับระบบนิเวศเปิด

บนชั้นโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล Huawei เสนอแนวทาง agentic computing ใหม่ที่มี SuperPoDs และ SuperClusters เป็นศูนย์กลาง เพื่อรองรับโมเดลขนาดใหญ่ระดับหลายล้านล้านพารามิเตอร์และเอเจนต์ AI ที่ต้องทำงานงานซับซ้อนระยะยาว จุดสำคัญไม่ใช่เพียงปริมาณพลังประมวลผล แต่คือการกระจายงานและการเชื่อมต่อให้ตอบโจทย์เวลาในการได้โทเคนแรก การใช้แบนด์วิดท์ระหว่างโหนด และการเติบโตของรอยเท้าหน่วยความจำของโมเดล Huawei วางห้ามิติสำคัญของการพัฒนาบน SuperPoDs และ SuperClusters ตั้งแต่การขยับจากการพัฒนาบนเซิร์ฟเวอร์เดียวไปสู่ SuperPoD การเปลี่ยนจากการเขียนโปรเซสไปสู่การพัฒนาเอเจนต์ด้วย ThinkPro การขยับจาก SIMD ไปสู่การผสาน SIMD + SIMT แบบใหม่ การเปลี่ยนจาก HiF8 ไปสู่ HiF4 ความแม่นยำต่ำ และจากการเขียนโอเปอเรเตอร์แบบแมนนวลไปสู่การเขียนและจูนโดยเอเจนต์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่รายละเอียดเชิงวิศวกรรม แต่คือการนิยามใหม่ว่าระบบ Agentic Cloud architecture ต้องรองรับรูปแบบการพัฒนาและการปรับแต่งแบบอัตโนมัติ

การเปิด Ascend open source communities ให้พันธมิตรและนักพัฒนาสามารถเข้าถึงทรัพยากรประมวลผลระดับ 10k NPU ที่แชร์ร่วมกัน เป็นอีกสัญญาณชัดว่า Huawei ต้องการสร้างระบบนิเวศ AI แบบเปิดมากกว่าปิดล้อมผู้ใช้ไว้ในฟาร์มฮาร์ดแวร์ของตน การเคลื่อนตัวไปในทิศทาง open AI partnership ตอกย้ำด้วยแผนลงทุนสามปีเพื่อรวบรวมมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย พันธมิตรอุตสาหกรรม และนักพัฒนาให้ร่วมสร้างระบบนิเวศคอมพิวติ้งใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย open source และ open systems เมื่อประกอบเข้ากับการเพิ่มโซน Smart Government Zone และ AI Hardware Zone ใน Industry AI Foundry ที่มีพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้งแล้ว 24 ราย Smart Government Zone แสดงให้เห็นว่าการเติบโตของ Huawei Cloud solutions กำลังพึ่งความร่วมมือแบบเปิดกับพันธมิตรจำนวนมาก แทนการควบคุมแนวดิ่งตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงแอปพลิเคชัน นี่คือทิศทางที่ผู้ใช้ระดับองค์กรควรจับตามอง เพราะจำนวนพันธมิตรและสินทรัพย์ AI ที่เพิ่มขึ้นจะลดต้นทุนการเปลี่ยนแพลตฟอร์มและลดความเสี่ยงจากการถูกล็อกอินระบบ

Agentic Cloud architecture พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐาน AI ขององค์กรสู่ความร่วมมือแบบเปิด

ข้อสรุปเชิงมุมมอง อนาคต Enterprise AI infrastructure จะเป็นของผู้เล่นที่เปิดมากกว่า

เมื่อนำทุกชิ้นส่วนมาประกอบกัน ตั้งแต่ Agentic Infra, AICS, CMS, Agentic MaaS, AgentArts, Industry AI Foundry ไปจนถึงระบบ Huawei + Partners SCALE จะเห็นภาพชัดว่า Huawei กำลังวาง Agentic Cloud architecture เป็นแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรที่เปิดในทุกระดับ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน แพลตฟอร์ม โมเดล และระบบพันธมิตร แนวทางนี้แตกต่างจากผู้ให้บริการคลาวด์ที่เน้นสร้างระบบปิด ผูกทุกอย่างเข้าไปในสแต็กเดียว แม้บทความนี้ไม่ได้ลงรายละเอียดการเปรียบเทียบกับผู้เล่นรายอื่น แต่ทิศทางการเปิดโครงสร้างพื้นฐานและโมเดลหลากหลายย่อมช่วยลดต้นทุนการเปลี่ยนแพลตฟอร์มในระยะยาว และลดความเสี่ยงจาก vendor lock in ในมุมผู้บริหารเทคโนโลยี การเลือก Enterprise AI infrastructure ยุค Agentic ไม่ควรมองแค่เรื่องประสิทธิภาพการประมวลผล แต่ต้องพิจารณาว่าระบบนั้นเปิดให้พันธมิตรและนักพัฒนาร่วมสร้างคุณค่ามากแค่ไหน ขยายไปหลายอุตสาหกรรมได้ง่ายหรือไม่ และช่วยให้ทีมไอทีหลุดจากวงจรการผูกติดฟีเจอร์เฉพาะของแพลตฟอร์มเดียวหรือเปล่า แนวทาง Agentic Cloud แบบเปิดของ Huawei จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับองค์กรในอนาคตจะชนะกันด้วยความร่วมมือแบบเปิด มากกว่าความพยายามล็อกลูกค้าไว้ในกำแพงแพลตฟอร์ม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!