ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

แฟชั่นแบรนด์ไทยบุกแคตวอล์กระดับโลกจากนิวยอร์กถึงยุโรป

แฟชั่นแบรนด์ไทยบุกแคตวอล์กระดับโลกจากนิวยอร์กถึงยุโรป
ความสนใจ|แฟชั่นโชว์

ผ้าไทยรันเวย์โลก: จากซอฟต์พาวเวอร์สู่กำลังแข่งขันแฟชั่น

ผ้าไทยรันเวย์โลกหมายถึงปรากฏการณ์ที่ดีไซเนอร์และแบรนด์จากไทยนำสิ่งทอพื้นถิ่น งานหัตถศิลป์ และแนวคิดร่วมสมัยมาสร้างคอลเล็กชั่นเพื่อแสดงบนเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ ตั้งแต่นิวยอร์กแฟชั่นสัปดาห์ไปจนถึงงานคราฟต์ในยุโรป ทำให้เอกลักษณ์ด้านผ้าไหม ผ้าพื้นเมือง และการออกแบบร่วมสมัยเปลี่ยนจากภาพของงานดั้งเดิมในท้องถิ่น กลายเป็นภาษากลางใหม่ของวงการแฟชั่นโลกที่ทั้งนักวิจารณ์ ผู้ซื้อ และคนรักแฟชั่นจับตามองพร้อมกันบนแคตวอล์กและในนิทรรศการสำคัญต่างๆ กระแสนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง “ความงามแปลกตา” แต่สะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมแฟชั่นที่กำลังเปิดพื้นที่ให้ภูมิปัญญาและซอฟต์พาวเวอร์จากภูมิภาคต่างๆ เข้ามามีบทบาทบนเวทีหลัก การที่แบรนด์ไทยแฟชั่นสัปดาห์นิวยอร์กเริ่มถูกพูดถึง จึงเป็นสัญญาณว่าผู้เล่นจากภูมิภาคนี้ไม่พอใจแค่การเป็นผู้ผลิตหลังบ้านอีกต่อไป แต่พร้อมขึ้นหน้าเวทีในฐานะผู้สร้างเทรนด์และเล่าเรื่องด้วยผ้าและงานคราฟต์ของตนเอง

แฟชั่นแบรนด์ไทยบุกแคตวอล์กระดับโลกจากนิวยอร์กถึงยุโรป

Silent Disco Runway: โมเมนต์ที่นิวยอร์กหันมามองดีไซเนอร์ไทย

การอุ่นเครื่องก่อนเริ่มสัปดาห์นิวยอร์กแฟชั่นวีกด้วยโชว์ Silent Disco Runway บน Orchard Street คือหมุดหมายที่เปลี่ยนสมการอำนาจบนรันเวย์ให้ไทยมีที่ยืนอย่างชัดเจน โชว์ในรูปแบบที่คนดูสวมเฮดโฟนฟังเพลงเฉพาะตัว ขับจังหวะให้เสื้อผ้าแบรนด์ไทยเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิต กลายเป็นภาพไวรัลที่ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ พร้อมชื่อของแฟชั่นไอคอน Amanda Lepore ที่มาร่วมเดินปิดโชว์ในฐานะสัญลักษณ์ของความกล้าและความหลากหลาย สิ่งสำคัญคือเบื้องหลังมิใช่ความบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์ร่วมระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและทีมครีเอทีฟจากนิวยอร์ก เพื่อผลักดันดีไซเนอร์ไทยเข้าสู่เวทีสากลอย่างเป็นระบบ โครงการเดียวกันนี้ยังต่อยอดด้วยโชว์ One Night in Bangkok ที่ถูกบันทึกใน Fashion Calendar ของ CFDA เป็นครั้งแรก สะท้อนว่าการบุกนิวยอร์กครั้งนี้ไม่ใช่ทริปถ่ายรูปบนทางม้าลาย แต่คือการประกาศว่าแฟชั่นโชว์ไทยระดับสากลพร้อมแข่งขันในปฏิทินหลักของเมืองแฟชั่นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีแบรนด์อย่าง Landmeé, Collector Project, Tarmafia และ KH Editions ร่วมส่งผลงานขึ้นเวที คำกล่าวที่ชัดเจนที่สุดจากเหตุการณ์นี้คือ “เมื่อชื่อแบรนด์ไทยถูกบันทึกลง CFDA Fashion Calendar เกมแฟชั่นโลกก็ต้องปรับกติกาให้รองรับผู้เล่นหน้าใหม่จากเอเชีย” ซึ่งสะท้อนว่าการจัดโชว์ครั้งนี้ถูกมองเป็นก้าวเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงโชว์พิเศษหนึ่งค่ำคืน

ผ้าไหมและผ้าไทยบนรันเวย์ยุโรป: จากเยาวชนถึงโอตต์กูตูร์

ขณะที่นิวยอร์กเปิดทางให้แบรนด์ไทย ยุโรปก็กลายเป็นเวทีที่ผ้าไหมและผ้าไทยถูกตีความใหม่อย่างหลากหลาย ในงาน ATELIER DE GRÂCE HAUTE COUTURE โครงการ “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” นำผ้าไหมมัดหมี่มารังสรรค์กว่า 28 ลุคโดย 7 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ได้แก่ TIRAPAN, THEATRE, ASAVA, ISSUE, CHAI GOLD LABEL, VATIT ITTHI และ KLOSET การจับคู่ผ้าไหมมัดหมี่กับเครื่องประดับชั้นสูงจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI และดนตรีจาก Royal Bangkok Symphony Orchestra ทำให้ผ้าไทยเข้าสู่ภาษาของโอตต์กูตูร์ได้อย่างสง่างาม ด้านอีกมุมหนึ่งของยุโรป งาน Torino Fashion Week 2026 ในเมืองตูรินถูกเด็กไทยวัยเพียง 6–12 ปีใช้เป็นเวทีทดลองพลังสร้างสรรค์ ผ่านชุดที่ออกแบบจากผ้าไหมไทยภายใต้การดูแลของสถาบัน A-LAMU Fashion Design Institute การที่ดีไซเนอร์จิ๋วอย่าง ด.ญ.ณัฏฐ์รดา มงคลอริยนันท์ และ ด.ญ.จันทรรัตน์ จำปา ได้ก้าวขึ้นรันเวย์ ทำให้เห็นว่าผ้าไทยไม่ใช่ภาระเชิงมรดก แต่เป็นสนามเรียนรู้ชีวิต ความกล้า และตัวตนของคนรุ่นใหม่ การบ่มเพาะนี้คือการสร้างฐานดีไซเนอร์ไทยเวทีนานาชาติในระยะยาว พร้อมผลักดันผ้าไทยรันเวย์โลกให้มีความต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น

แฟชั่นแบรนด์ไทยบุกแคตวอล์กระดับโลกจากนิวยอร์กถึงยุโรป

งานคราฟต์ร่วมสมัยสู่ London Craft Week: เมื่อเบญจรงค์พูดภาษาโลก

หากนิวยอร์กและตูรินคือเวทีของเสื้อผ้า London Craft Week 2025 ในกรุงลอนดอนกลับเป็นเวทีที่งานคราฟต์ไทยสาขาต่างๆได้แสดงบทบาทในฐานะศิลปะร่วมสมัย นิทรรศการ “Chud Thai Through the Ages: Weaving History, Craft, and Identity” นำเสนอทั้งชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ผ้าไทย เครื่องจักสาน และเครื่องเบญจรงค์ร่วมสมัยต่อผู้ชมจากหลายประเทศ พร้อมปาฐกถาเกี่ยวกับวิวัฒนาการของชุดไทยและสิ่งทอที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ผลงานที่สะท้อนภาพนี้ชัดที่สุดคือ “เบญจรงค์ร่วมสมัย” จากครูกุ้ง พนิดา แต้มจันทร์ ครูช่างจากอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ที่ไม่ยอมให้เบญจรงค์คงอยู่แค่ในตู้โชว์ แต่เปลี่ยนให้กลายเป็นแก้วกาแฟ จานชาม หรือกระถางต้นไม้ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยยังรักษาเทคนิคดั้งเดิมและเพิ่มสีสันร่วมสมัยกว่า 30 สี ตามคำบอกเล่าในงาน London Craft Week 2025 “ทุนทางวัฒนธรรมไทย สามารถสื่อสารกับเวทีโลกได้จริง” เมื่อผลงานเบญจรงค์จากชุมชนเล็กๆ ก้าวขึ้นเวทีสากล นี่จึงเป็นอีกหลักฐานว่าซอฟต์พาวเวอร์ไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผ้า แต่ครอบคลุมงานคราฟต์ทั้งหมดที่ตีความใหม่ได้ไม่รู้จบ

แฟชั่นแบรนด์ไทยบุกแคตวอล์กระดับโลกจากนิวยอร์กถึงยุโรป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!