ร้านแกงกะหรี่เชี่ยวชาญและเครื่องดื่มพรีเมียม เปลี่ยนศูนย์การค้าเป็นจุดหมายสายกิน

ร้านแกงกะหรี่เชี่ยวชาญและเครื่องดื่มพรีเมียม เปลี่ยนศูนย์การค้าเป็นจุดหมายสายกิน
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

จากฟู้ดคอร์ตสู่เวทีของแบรนด์เชี่ยวชาญ

การยกระดับศูนย์การค้าร้านอาหารด้วยร้านแกงกะหรี่เชี่ยวชาญและเครื่องดื่มพรีเมียม คือการเปลี่ยนฟู้ดคอร์ตจากพื้นที่กินรองให้กลายเป็นจุดหมายหลักของผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์ดูแลกินแบบครบทั้งรสชาติ เรื่องราว และสุนทรียะในเวลาเดียวกัน โดยศูนย์การค้าหลายแห่งเริ่มคัดเลือกแบรนด์ที่มีความชัดเจนด้านความเชี่ยวชาญ เช่น ร้านแกงกะหรี่ที่มีการจัดอันดับเฉพาะ หรือคาเฟ่ที่เน้นเมนูเครื่องดื่มเชิงสเปเชียลตี้ มากกว่าพึ่งพาเชน QSR ทั่วไปเพียงอย่างเดียว

ทิศทางใหม่นี้ชัดเจนเมื่อแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มหันมาเน้นคุณภาพวัตถุดิบ เรื่องราวเบื้องหลัง และทักษะการปรุงมากขึ้น ไม่ใช่แค่ความเร็วและราคาถูก ผลคือห้างเริ่มถูกมองเป็น “คอมเพล็กซ์สายกิน” ที่คนตั้งใจเดินทางมาเพื่อร้านเฉพาะทางบางร้าน ไม่ใช่แค่แวะกินระหว่างช้อป การแข่งขันของศูนย์การค้าจึงย้ายจากการล่อคนด้วยโปรโมชันส่วนลด ไปสู่การคัดสรรคอนเซ็ปต์ที่มีเอกลักษณ์และสร้างความประทับใจซ้ำได้

IPPE KOPPE: ร้านแกงกะหรี่เชี่ยวชาญที่ผลักห้างขึ้นอีกระดับ

กรณีของ IPPE KOPPE คือภาพชัดของการเอาแบรนด์เชี่ยวชาญมาสร้างปลายทางใหม่ในศูนย์การค้า แบรนด์นี้เตรียมเปิดตัวในเดือนเมษายน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยวางตัวไม่ใช่ร้าน QSR เสิร์ฟด่วน แต่เป็นร้านระดับ Specialist ที่แตกไลน์จาก Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดชื่อดัง จุดแข็งคือการใช้หมูทอดทงคัตสึคุณภาพมาเข้าคู่กับน้ำแกงกะหรี่สูตรเข้มข้น ซึ่งได้รับการจัดให้ติดท็อป 100 บนเว็บไซต์รีวิวอาหารอันดับหนึ่งอย่าง Tabelog ติดต่อกันถึงหกสมัย

สิ่งที่น่าสนใจคือแม้จะเป็นร้านแกงกะหรี่เชี่ยวชาญที่เน้นฝีมือและมรดกทางรสชาติ แบรนด์ยังวาง Positioning ให้เข้าถึงง่าย เจาะกลุ่มคนทำงานและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมื้อคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า นี่คือการท้าทายภาพจำว่าร้านเฉพาะทางต้องแพงเสมอ และเป็นสัญญาณว่าศูนย์การค้าเริ่มใช้แบรนด์ประเภทนี้เป็นแม่เหล็กดึงคนมาเดินห้างมากกว่าการพึ่งแต่แคมเปญส่วนลด

ในระดับกลยุทธ์ MAGURO Group ผู้ถือสิทธิ์ IPPE KOPPE ประกาศลงทุนราว 200-300 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโตมากกว่า 30% ผ่านการขยายสาขาอย่างแม่นยำและควบคุมต้นทุน การตัดสินใจลงทุนมากในช่วงเศรษฐกิจที่หลายธุรกิจเลือกอยู่ในโหมดระวังตัว แสดงให้เห็นความเชื่อว่าตลาดกำลังต้องการประสบการณ์กินระดับ World Class มากกว่าการแข่งขันด้านราคาต่ำเพียงอย่างเดียว

ร้านแกงกะหรี่เชี่ยวชาญและเครื่องดื่มพรีเมียม เปลี่ยนศูนย์การค้าเป็นจุดหมายสายกิน

เมื่อ MAGURO และแบรนด์เครื่องดื่มพรีเมียมกลายเป็นจุดหมายในห้าง

การขยายตัวของ MAGURO Group ชี้ว่าเกมของศูนย์การค้าไม่ใช่แค่ให้มีร้านอาหารครบกลุ่ม แต่คือการสร้าง “Ecosystem สายกิน” ที่คนอยากตั้งใจเดินทางมา พวกเขาเตรียมเปิด Kaiten Sushi Ginza Onodera เป็นซูชิสายพานแบบ Premium Mass ใช้วัตถุดิบเกรดเดียวกับ Omakase แต่เสนอในราคาที่จับต้องได้ พร้อมตั้งให้เป็น Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ขณะเดียวกันบริษัทยังมีโรดแมปขยายสาขารวมกว่า 73 ร้านภายในปีเดียว เพื่อครอบคลุมทำเลหลักในศูนย์การค้าต่างๆ

ด้านเครื่องดื่ม อินทนิลแสดงให้เห็นว่าคาเฟ่ในศูนย์การค้าไม่ได้ขายแค่กาแฟเพื่อความสดชื่นอีกต่อไป แต่ขายประสบการณ์ดูแลกินผ่านการรังสรรค์เมนูแบบสเปเชียลตี้ พวกเขาเปิดตัวเมนู AiricanoTM และ Cloud Matcha เพื่อยกระดับพอร์ตเครื่องดื่ม โดยเน้นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและความใส่ใจในทุกขั้นตอน ให้ผู้บริโภคได้ทั้งรสชาติ รสสัมผัส และประสบการณ์การดื่มที่แตกต่าง นี่ทำให้เครื่องดื่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในห้าง ไม่ใช่แค่ของกินแก้กระหายระหว่างเดินช้อปอีกต่อไป

คำกล่าวของผู้บริหารอินทนิลที่ว่า “คุณภาพในทุกแก้ว คือจุดเริ่มต้นของความสุขในทุกวัน” สะท้อนการขยับจากการขายสินค้าไปสู่การขายความรู้สึกและช่วงเวลาพิเศษ เมื่อวางไว้ในบริบทศูนย์การค้า นี่คือการเพิ่มเหตุผลให้คนใช้เวลานานขึ้น กลับมาซ้ำบ่อยขึ้น และมองห้างเป็นพื้นที่พักผ่อนมากกว่าที่จับจ่ายเพียงอย่างเดียว

ศูนย์การค้าในฐานะสนามประสบการณ์ดูแลกิน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ IPPE KOPPE อินทนิล และ Kaiten Sushi Ginza Onodera สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน คือศูนย์การค้ากำลังคัดสรรแบรนด์ที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านอาหารกับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ ผู้บริโภคไม่ได้มองว่ามื้อในห้างคือการ “แวะกิน” ระหว่างทำธุระอีกต่อไป แต่เป็นเหตุผลหลักของการมาใช้เวลาในพื้นที่นั้น การมีร้านแกงกะหรี่เชี่ยวชาญ ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม และร้านเครื่องดื่มพรีเมียม ทำให้ฟู้ดโซนกลายเป็น “เดสทิเนชัน” ที่มีเรื่องเล่าและมาตรฐานต่างจาก QSR มวลชนที่เน้นความเร็วเป็นหลัก

ความแตกต่างสำคัญคือแบรนด์เชี่ยวชาญเหล่านี้เน้นมรดกทางรสชาติ คุณภาพวัตถุดิบ และงานฝีมือการปรุงมากกว่าการผลิตแบบอุตสาหกรรม การได้เห็นเชฟทอดหมูทงคัตสึแบบสด ๆ การตีโฟมมัทฉะให้เนียนบนแก้ว หรือการจัดจานซูชิบนสายพานด้วยวัตถุดิบระดับ Omakase ล้วนเพิ่มมิติของความบันเทิงและการเรียนรู้เข้าไปในประสบการณ์ดูแลกิน เมื่อรวมเข้ากับการช้อปปิงและกิจกรรมอื่น ๆ ศูนย์การค้าจึงกลายเป็น “สนามประสบการณ์” ที่ตอบโจทย์ทั้งท้องและใจในเวลาเดียวกัน

ในมุมของผู้บริโภค นี่หมายความว่าการไปห้างครั้งต่อไปอาจเริ่มจากคำถามว่า “อยากกินอะไรแบบไหน” มากกว่าคำถามว่า “จะซื้ออะไร” และในมุมผู้ประกอบการ ศูนย์การค้าที่เลือกลงทุนกับแบรนด์เชี่ยวชาญจะได้สิ่งที่เงินโฆษณาอย่างเดียวให้ไม่ได้ นั่นคือความผูกพันของลูกค้าที่รู้สึกว่าทุกมื้อและทุกแก้วในห้างเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่พวกเขาอยากกลับมาเติมเต็มซ้ำแล้วซ้ำอีก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!