ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อกล้องโดรนและกิมบอลแซงหน้ากล้องมิเรอร์เลส ใครครองอนาคตภาพถ่าย

เมื่อกล้องโดรนและกิมบอลแซงหน้ากล้องมิเรอร์เลส ใครครองอนาคตภาพถ่าย
ความสนใจ|ถ่ายภาพทางอากาศด้วยโดรน

จากกล้องมิเรอร์เลสสู่กล้องถือถ่ายอัจฉริยะ กติกาตลาดเปลี่ยนแล้ว

การเปลี่ยนผ่านจากกล้องดิจิทัลแบบดั้งเดิมสู่กล้องถือถ่ายอัจฉริยะ คือการที่กล้องแอคชั่น กล้อง 360 และกล้องกิมบอล รวมถึงกล้องโดรนและกล้องพกพาติดกิมบอล กลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของการถ่ายภาพและวิดีโอ แทนที่บทบาทหลักของกล้องมิเรอร์เลสและกล้อง DSLR ในกลุ่มผู้ใช้จำนวนมาก ทั้งในเชิงจำนวนเครื่องที่ขายได้และวิธีที่ผู้คนสร้างคอนเทนต์ในชีวิตประจำวัน

จุดเปลี่ยนครั้งนี้มาจากรายงานล่าสุดของบริษัทวิจัย IDC ที่เก็บตัวเลขตลาดกล้องถือถ่ายอัจฉริยะและนำมาเทียบกับข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตกล้องดิจิทัลของญี่ปุ่น ตัวเลขทำให้ภาพชัดว่าโลกไม่ได้หมุนรอบกล้องมิเรอร์เลสอีกต่อไป ในไตรมาสสอง ตลาดกล้องถือถ่ายขยายตัวมากกว่าครึ่งเมื่อเทียบปีก่อน ยอดเกือบ 5.9 ล้านเครื่อง โดย DJI ส่งมอบราวสามในสี่ของตลาด ส่วน Insta360 ประมาณหนึ่งในห้า เหลือส่วนแบ่งไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ให้ผู้เล่นรายอื่น นี่ไม่ใช่แค่การโตของสินค้าใหม่ แต่คือการเปลี่ยนดุลอำนาจในตลาดกล้องดิจิทัลทั้งระบบ

เมื่อกล้องโดรนและกิมบอลแซงหน้ากล้องมิเรอร์เลส ใครครองอนาคตภาพถ่าย

DJI และ Insta360 แซงหน้าแบรนด์ญี่ปุ่น ทำไมตัวเลขนี้แรงกว่าที่คิด

จุดที่น่าตระหนักมากกว่าตัวเลขการเติบโต คือการที่ผู้นำใหม่เข้ามาครองตลาดแบบเบ็ดเสร็จ รายงานชี้ว่าตลาดกล้องถือถ่ายอัจฉริยะทั้งปีมียอดถึง 16.65 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 83 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีก่อน ขณะที่กล้องดิจิทัลแบบดั้งเดิมขายได้ 9.44 ล้านเครื่องในปีเดียวกัน แค่ตรงนี้ก็บอกแล้วว่าศูนย์กลางปริมาณย้ายขั้วเรียบร้อย

ที่แรงกว่านั้นคือ DJI เพียงรายเดียวส่งมอบกล้องถือถ่ายกว่า 10 ล้านเครื่อง มากกว่ายอดกล้องดิจิทัลของสมาชิกสมาคมผู้ผลิตญี่ปุ่นทั้งหมดที่รวมกันได้ราว 9.4 ล้านเครื่องในปีเดียวกัน ส่วน Insta360 ยังเสริมทัพด้วยยอด 3.4 ล้านเครื่อง ทำให้สองค่ายนี้รวมกันอยู่ที่ประมาณ 13.8 ล้าน ซึ่งมากกว่ายอดกล้องมิเรอร์เลสทั้งตลาดที่ราว 6.1 ถึง 6.3 ล้านเครื่องกว่าเท่าตัว ประโยคที่ควรถูกจดคือ “DJI และ Insta360 ส่งมอบกล้องมากกว่าตลาดกล้องมิเรอร์เลสรวมกันมากกว่าสองเท่าในปีเดียว”

สองขั้วใหม่ของตลาดกล้องดิจิทัล มือถือสู้กล้องมิเรอร์เลสคนละสนาม

เมื่อแยกดูโครงสร้าง ตลาดกล้องดิจิทัลกำลังแยกเป็นสองขั้วที่แทบไม่เล่นเกมเดียวกัน ขั้วแรกคือกลุ่มกล้องถือถ่ายอัจฉริยะที่เน้นปริมาณสูง ราคาจับต้องได้ ฟีเจอร์แน่น แข่งกันโดยตรงกับสมาร์ตโฟนมากกว่าจะชนกับกล้องมิเรอร์เลส ขั้วที่สองคือกลุ่มกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ ทั้งกล้องมิเรอร์เลสและ DSLR ที่หันมาเน้นพรีเมียม ยอมขายได้น้อยลงแต่แต่ละตัวทำรายได้สูงขึ้น

ตัวเลขยืนยันทิศทางนี้ กล้องถือถ่ายโตเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งปีแรก เมื่อเทียบปีก่อน ขณะที่กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้หดตัวราว 5 เปอร์เซ็นต์ และกล้องมิเรอร์เลสเองทรงตัวหดลงเล็กน้อยประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ในเชิงจำนวน ฝั่งกล้องคอมแพ็กต์กลับโตประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าความต้องการกล้องเล็กเฉพาะทางยังมีมาก ไม่ได้ถูกกล้องโดรนหรือกล้องกิมบอลกลืนทั้งหมด แต่ถูกย้ายความคาดหวังด้านราคาและความสะดวกไปอยู่ในสินค้ากลุ่มใหม่แทน

เมื่อกล้องกิมบอลใกล้เคียงกล้องโปร ทางรอดและทางเลือกของคนทำงานภาพ

คำถามสำคัญสำหรับคนทำภาพนิ่งและวิดีโอคือ คุณยังต้องพึ่งกล้องมิเรอร์เลสเท่าเดิมหรือไม่ เมื่อกล้องกิมบอลพกพาเริ่มมาพร้อมเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้วและการบันทึกแบบ 10 bit log ที่ถูกทดสอบในห้องแลปเดียวกับกล้องภาพยนตร์ และผลลัพธ์ก็สร้างความประหลาดใจหลายครั้ง ยิ่งยอดขายกล้องถือถ่ายเพิ่มขึ้นปริมาณระดับมหาศาล ยิ่งมีทุนให้ผู้ผลิตพัฒนาฟีเจอร์ระดับกล้องโปรลงในตัวเครื่องเล็กลงเรื่อยๆ

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผลกระทบชัดมาก กล้องถือถ่ายกลายเป็น “กล้องหลักคู่มือถือ” ใช้ถ่ายท่องเที่ยว กีฬา ไลฟ์สไตล์ ส่วนกล้องมิเรอร์เลสถอยไปเป็นเครื่องมือเฉพาะงานมากขึ้น ไม่ใช่ของทุกบ้านเหมือนยุคก่อน ที่สำคัญไม่ควรมองว่าเป็นสงครามแพ้ชนะ เพราะทั้งสองตลาดสามารถเติบโตคู่กัน หลายคนเลือกมีทั้งกล้องแอคชั่นอย่าง Insta360 กล้องแอคชั่น และกล้องมิเรอร์เลสในกระเป๋าเดียวกัน เพราะแต่ละแบบตอบโจทย์งานที่ต่างกันชัดเจน

อนาคตเมื่อกล้องโดรนและกิมบอลนิยามคำว่ากล้องดิจิทัลใหม่

เมื่อยอดขายกล้องถือถ่ายอัจฉริยะพุ่ง และผู้นำตลาดมีเพียงไม่กี่ราย อำนาจในการกำหนดทิศทางเทคโนโลยีจึงกระจุกตัวสูง แรงส่งจากยอดขายมหาศาลผลักให้กล้องกิมบอลและกล้องโดรนกลายเป็น “กล้องดิจิทัลแบบใหม่” ในจิตสำนึกผู้ใช้ คือกล้องที่ถ่ายได้ทุกมุม ทั้งมือถือ เดิน วิ่ง โฉบจากอากาศ มากกว่าการยืนหลังขาตั้งกล้องแบบเดิม

ข้างหน้าแข่งกันเดือดขึ้นไปอีก มีรายงานว่าผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่อย่าง Oppo และ Vivo กำลังซุ่มพัฒนากล้องกิมบอลของตัวเอง โดยมีการตั้งเป้าเปิดตัวบางรุ่นภายในปีนี้ ขณะที่ IDC คาดว่าตลาดกล้องถือถ่ายอาจแตะ 40 ล้านเครื่องภายในปี 2030 สำหรับผู้ใช้ทางเลือกจะยิ่งหลากหลาย แต่สำหรับผู้ผลิตกล้องดั้งเดิม นี่คือสัญญาณเตือนเสียงดังว่าถ้าไม่เร่งออกแบบประสบการณ์ใหม่เกินแค่สเปกบนกระดาษ ชื่อเสียงในอดีตอาจไม่พอให้ยืนระยะในยุคที่กล้องดิจิทัลหมายถึงมากกว่าบอดี้ เลนส์ และเซนเซอร์

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!