แฮร์แคร์พรีเมียม: จากสินค้าเสริมสวยสู่ไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเอง
แฮร์แคร์พรีเมียม คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและทรีตเมนต์ผมมืออาชีพที่ยกระดับจากการเน้นความสวยงามภายนอก ไปสู่การดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างลึกซึ้ง ผ่านสูตรที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ นวัตกรรมระดับซาลอน และประสบการณ์การใช้งานที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครายได้สูงที่ต้องการภาพลักษณ์และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวันของการใช้ชีวิต.
การเติบโตของกระแสแฮร์แคร์พรีเมียมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคต่อความงามและการดูแลตัวเอง ผู้คนมองผมไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่งของการแต่งตัว แต่เป็นตัวแทนสุขภาพและตัวตน ส่งผลให้แบรนด์เสริมสวยต้องขยับจากการขายอุปกรณ์หรือครีมบำรุงทั่วไป ไปสู่การนำเสนอระบบดูแลผมครบวงจร ทั้งในซาลอนและที่บ้าน พร้อมเน้นคุณภาพระดับมืออาชีพที่จับต้องได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมกลายเป็นหมวดไลฟ์สไตล์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากกว่าเดิม.
Advance Cabello ดันทรีตเมนต์มืออาชีพขึ้นแท่นพรีเมียมด้วยสูตรวีแกน
ผู้เล่นที่น่าจับตาในสมรภูมิแฮร์แคร์พรีเมียมคือ Advance Cabello ซึ่งประกาศชัดว่าต้องการเป็นตัวกลางระหว่างแบรนด์ระดับโลก ซาลอนมืออาชีพ และลูกค้าปลายทาง ผ่านการสร้างอีโคซิสเต็มการดูแลผมที่เชื่อมซาลอนกว่า 1,500 แห่งกับผลิตภัณฑ์ทรีตเมนต์และผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่บ้านอย่างครบวงจร แนวคิด "จากซาลอนสู่บ้าน" ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ผลักให้ทรีตเมนต์ผมมืออาชีพกลายเป็นแฮร์แคร์พรีเมียมที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน.
ความมั่นใจของบริษัทสะท้อนผ่านการคาดการณ์ว่าธุรกิจจะเติบโต 20% ในปีนี้ โดยวางจุดยืนว่าผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพระดับมืออาชีพและผสานสารสกัดจากธรรมชาติอย่างชัดเจน การเปิดตัว A.S.P® KITOKO® Hair Care ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์วีแกนดูแลเส้นผมระดับลักชัวรีพร้อมส่วนผสมจากธรรมชาติไม่น้อยกว่า 92% และออกแบบมาสำหรับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ เป็นสัญญาณว่าแบรนด์กำลังตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ให้คุณค่ากับความยั่งยืน พฤติกรรมการจ่ายเงินจึงไม่ใช่แค่ซื้อความสวย แต่ซื้อความสบายใจว่าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในระยะยาว.

LESASHA สร้างพลังแบรนด์ผ่านคนดังและนวัตกรรมเพื่อ Gen Y, Gen Z
อีกด้านหนึ่งของแฮร์แคร์พรีเมียมคือการเกาะกระแสวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ LESASHA ในฐานะแบรนด์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมเลือกใช้กลยุทธ์อาศัยพลังคนดังและเทคโนโลยีผสานกัน โดยดึง ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ มานั่งแท่นพรีเซนเตอร์ สื่อภาพผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ใส่ใจดูแลตัวเองครบทุกมิติและเปลี่ยนสไตล์ได้ตามทรงผม การทำให้ตัวตนของคนดังสอดคล้องกับคาแรกเตอร์แบรนด์คือการย้ำว่าแฮร์แคร์พรีเมียมไม่ได้ขายแค่เครื่องมือ แต่ขายแรงบันดาลใจในการเป็นตัวเอง.
แบรนด์ยังเปิดตัว 3 โปรดักต์นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้การจัดทรงผมในชีวิตประจำวันกลายเป็นประสบการณ์ระดับซาลอน หนึ่งในนั้นคือ ULTRA BLDC JET Hair Dryer ไดร์เป่าผมมอเตอร์ BLDC ที่ให้ลมแรง เป่าผมแห้งไว น้ำหนักเบา พับเก็บได้สะดวก และมีหน้าจอ LED แสดงสถานะการทำงาน จุดยืน "ซัปพอร์ตทุกทรง สวยส่งทุกซีน" สื่อว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผมไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือทำผม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตและการสร้างภาพลักษณ์บนโซเชียลของ Gen Y และ Gen Z ที่ต้องการความเร็ว ความสะดวก และความสวยในทุกโมเมนต์.

สูตรวีแกนและความยั่งยืน: คุณค่าที่เปลี่ยนการเลือกซื้อแฮร์แคร์พรีเมียม
การเข้าสู่ตลาดของสูตรวีแกนอย่าง KITOKO® แสดงให้เห็นว่าคุณค่าของผู้บริโภคกำลังขยับจากคำว่า "สวย" ไปสู่คำว่า "รับผิดชอบ" การที่ผลิตภัณฑ์ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติไม่น้อยกว่า 92% และมีแนวคิดเรื่องความยั่งยืนตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ ทำให้ทรีตเมนต์ผมมืออาชีพกลายเป็นสินค้าที่สะท้อนจริยธรรมส่วนตัว ผู้บริโภคที่พร้อมจ่ายราคาพรีเมียมไม่ได้ซื้อแค่คุณภาพเส้นผม แต่ซื้อความสอดคล้องระหว่างการใช้ชีวิตและความเชื่อเรื่องสิ่งแวดล้อม.
ข้อมูลอุตสาหกรรมชี้ว่าตลาดแฮร์แคร์มืออาชีพมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ รวมถึงความต้องการผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและการดูแลผมแบบเฉพาะบุคคล เมื่อทิศทางนี้ชัดเจน แบรนด์เสริมสวยที่ยังยึดติดกับสูตรเคมีทั่วไปอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ขณะที่ผู้เล่นที่ปรับตัวไปสู่สูตรวีแกนและการสื่อสารเรื่องความยั่งยืนจะได้เปรียบทั้งในด้านภาพลักษณ์และความภักดีของลูกค้าในระยะยาว.

อนาคตแฮร์แคร์พรีเมียม: ซาลอนและบ้านจะเป็นระบบเดียวกัน
เมื่อซาลอนและบ้านเริ่มเชื่อมต่อกันผ่านอีโคซิสเต็มของแบรนด์ ทิศทางตลาดแฮร์แคร์พรีเมียมจึงมุ่งไปสู่การสร้างระบบดูแลผมครบวงจร ผู้บริโภคทำทรีตเมนต์ระดับมืออาชีพในซาลอน แล้วต่อเนื่องด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่บ้านในแบรนด์เดียวกัน ทั้งในกลุ่มทรีตเมนต์และผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่บ้านซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ราว 35% และเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปีในโครงสร้างธุรกิจของ Advance Cabello การขยายเครือข่ายซาลอนพาร์ตเนอร์สู่ 2,400 แห่งในสามปีข้างหน้าจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจุดจำหน่าย แต่คือการปูทางให้ระบบนี้แผ่กว้างขึ้น.
ในเวลาเดียวกัน LESASHA ตั้งเป้าให้ยอดขายออนไลน์มีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 40% ภายในปี 2025 จากปัจจุบันที่อยู่ราว 35% โดยโฟกัสช่องทางอย่างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและ Live Commerce เพื่อเข้าถึงลูกค้า Gen Y และ Gen Z อย่างตรงจุด เมื่อซาลอนออฟไลน์จับมือกับออนไลน์ และทรีตเมนต์ผมมืออาชีพเดินทางถึงบ้านผ่านคลิกเดียว ภาพรวมตลาดจึงกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันแค่สินค้า ไปสู่การแข่งขันเรื่องประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ ถ้าแบรนด์ใดสร้างระบบดูแลผมที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและความสะดวกได้ก่อน แบรนด์นั้นก็มีโอกาสยึดหัวหาดตลาดแฮร์แคร์พรีเมียมในระยะยาว.


![[NEW] LESASHA ไดร์เป่าผม BLDC พลังแรงสูง ULTRA BLDC JET HAIR DRYER 10LS00404](https://img2.zestbuy.co.th/product/2026/08/16/be4dc798-4580-4224-9397-8b8e97c92f6b.jpg)





