เข้าใจผมชี้ฟูจากความชื้น และเริ่มแก้ตั้งแต่ขั้นตอนสระ
การแก้ไขผมเสียจากความชื้นคือการจัดการทั้งสภาพเส้นผมและสไตล์ให้เข้ากับอากาศชื้น โดยควบคุมการดูดซับน้ำของเส้นผม เลือกทรงที่สอดคล้องกับลอนธรรมชาติ และใช้ผลิตภัณฑ์ต้านอากาศชื้นที่ช่วยเคลือบเส้นผมไม่ให้พองฟูหรือเสียรูปทรงเร็วเกินไปในแต่ละวัน.
สิ่งแรกที่ช่างผมมือโปรเน้นคือ “ทรงผมต้องเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นของเนื้อผมธรรมชาติของคุณ” หากผมเส้นเล็กตรงแบนไม่ควรฝืนม้วนลอนใหญ่ในวันที่ความชื้นสูง เพราะผมจะคลายตัวและกลายเป็นชี้ฟูอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน หากผมหนาหยักศกก็ไม่คุ้มจะหนีบตรงอยู่นานหนึ่งชั่วโมง เพราะเมื่อโดนอากาศชื้นลอนเดิมจะดันกลับและแตกฟูอยู่ดี การยอมรับลอนและเนื้อผมของตัวเองแล้วเสริมให้ดูเนี้ยบคือทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า.
การต่อสู้กับผมชี้ฟูเริ่มตั้งแต่ห้องน้ำ การเลือกแชมพูแบบ sulfate-free, paraben-free และ silicone-free ช่วยให้เส้นผมสะอาดโดยไม่กัดทำลายเกล็ดผม จึงไม่กระตุ้นให้ผมชี้ฟูเพิ่มขึ้น ผลลัพธ์คือผมพร้อมรับผลิตภัณฑ์ต้านอากาศชื้นขั้นต่อไปได้ดีขึ้น และเป็นพื้นฐานให้ผมนุ่มลื่นในฤดูร้อนอย่างยั่งยืน.

เทคนิคการเป่าผมให้ลื่นและลดความร้อนทำร้ายผม
หัวใจของเทคนิคการเป่าผมให้ลื่นคือการควบคุมทั้งน้ำและความร้อนก่อนถึงเส้นผม ช่างผมมือโปรจึงเริ่มจากผ้าพันผมแบบกังหันหรือผ้าไมโครไฟเบอร์เพื่อซับน้ำออกอย่างรวดเร็วโดยไม่ขูดเกล็ดผม ทำให้ไม่ต้องใช้ความร้อนสูงนานๆ และช่วยลดโอกาสผมชี้ฟูจากความชื้นที่ยังค้างบนเส้นผม.
หลังซับหมาดควรทาผลิตภัณฑ์ปกป้องความร้อนและความชื้นก่อนเสมอ ซีรั่มหรือสเปรย์ที่เคลือบเส้นผมจะทำหน้าที่เหมือนเกราะบางๆ หุ้มก้านผมไว้ ช่วยป้องกันความร้อนจากไดร์และลดการดูดน้ำจากอากาศภายนอก เมื่อใช้ไดร์ ให้เลือกหัวกระจายลม (diffuser) แทนหัวเป่าตรง เพราะลมจะกระจายอ่อนโยนกว่า ไม่เป่าลอนแตกหรือทำให้ผมพันกัน.
วิธีเป่าที่ปลอดภัยคือเริ่มจากความร้อนระดับกลาง ถือไดร์ห่างศีรษะประมาณหนึ่งคืบและเป่าในทิศทางลงตามเส้นผมเพื่อปิดเกล็ดผม เมื่อผมแห้งประมาณ 80% จึงใช้ลมเย็นล็อกทรง ลดโอกาสเกิดผมชี้ฟูภายหลัง ถือเป็นเทคนิคการเป่าผมให้ลื่นที่ใช้ได้กับทั้งผมตรงและผมหยักศก โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องจัดทรงในวันที่อากาศชื้นจัด.

จัดการลอนและเท็กซ์เจอร์: จากห้องน้ำถึงการปล่อยแห้งธรรมชาติ
สำหรับคนผมหยิก หยักศก หรือผมมีเท็กซ์เจอร์ การต่อสู้กับผมชี้ฟูเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนครีมนวดผม ช่างมือโปรจะแนะนำให้ใช้ครีมนวดแล้วใช้หวีซี่ห่างสางผมในขณะผมมีครีมนวดเคลือบอยู่ เพื่อคลายปมโดยไม่ทำให้เกล็ดผมเสียหายและเป็นการกำหนดแสกผมตั้งแต่ขั้นตอนนี้ ซึ่งควรเป็นครั้งสุดท้ายที่หวีผมก่อนปล่อยให้ลอนจัดตัว เพื่อลดการชี้ฟู.
ขั้นตอนล้างครีมนวดก็สำคัญไม่แพ้กัน การล้างด้วยน้ำอุ่นอ่อนๆ โดยให้น้ำไหลลงตามทิศทางเดียวกับเส้นผม ช่วยให้เกล็ดผมปิดเรียบ จากนั้นใช้ผ้าพันผมทรงกังหันเพื่อซับน้ำส่วนเกินโดยไม่บิดหรือถูแรง ลดการรบกวนการจัดตัวของลอน เมื่อแกะผ้าออก ให้แค่เขย่าผมเบาๆ แล้วลงผลิตภัณฑ์บำรุงแบบไม่ต้องล้างออกที่ออกแบบมาเพื่อผมหยิกโดยเฉพาะ และปล่อยให้แห้งเอง.
เมื่อผมแห้งแล้ว ให้ใช้นิ้วมือสางเบาๆ แทนหวีหรือแปรง เพราะการหวีหลังผมแห้งจะดึงให้ลอนแตกและเพิ่มผมชี้ฟู เทคนิคลักษณะนี้ใช้ได้ดีในวันที่ความชื้นสูง เพราะลอนที่จัดตัวตั้งแต่เปียกจะคงรูปได้ดีกว่าลอนที่ถูกสร้างภายหลังด้วยเครื่องม้วนผม ทำให้การแก้ไขผมเสียจากความชื้นเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก.
เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงชนิดผมเพื่อผมนุ่มลื่นในฤดูร้อน
การเลือกผลิตภัณฑ์ต้านอากาศชื้นให้เหมาะกับชนิดผมคือจุดที่หลายคนพลาด ผมเส้นเล็กและลีบง่ายมักเสียทรงเมื่อเจอความชื้น การใช้ sea-salt spray ช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์และแรงยึดเกาะ ยกโคนผมให้มีวอลลุ่มยาวนานพร้อมฟินิชที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่มันเยิ้มแม้ในช่วงที่อากาศร้อนชื้น จึงเหมาะกับคนที่ต้องการให้ทรงอยู่ตัวทั้งวัน.
สำหรับผมผู้ชายหรือผมสั้นที่ชอบลุคด้านเป็นธรรมชาติ clay แบบแมตต์คือไอเท็มที่ควรมี เพราะสามารถดูดซับเหงื่อและความมันส่วนเกิน ทำให้ทรงผมคงรูปได้แม้ในวันที่อากาศร้อนชื้น โดยให้การยึดเกาะที่แน่นโดยไม่ทิ้งความเงามันหรือความรู้สึกเหนียวเหนอะ แถมยังใช้ได้ทั้งผมสั้นและผมยาวเพราะให้โครงสร้างและการควบคุมเส้นผมได้ดี.
ในวันที่ต้องอยู่กลางแดดจัด การใช้ leave-in spray ที่มีสารกันแดดช่วยป้องกันโปรตีนในเส้นผมไม่ให้ถูกทำลายและลดการแห้งชี้ฟูจากแสง UV เมื่อผสานกับแชมพูสูตรลดผมชี้ฟูและคอนดิชันเนอร์ควบคุมผมดื้อ คุณจะได้ผมนุ่มลื่นในฤดูร้อนโดยไม่ต้องกังวลว่าทรงจะยุบหรือฟูเกินควบคุม.







