ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ขั้นตอนตรวจสอบรถไฟฟ้าหลังน้ำท่วมลด อะไรต้องเช็กและห้ามทำเด็ดขาด

ขั้นตอนตรวจสอบรถไฟฟ้าหลังน้ำท่วมลด อะไรต้องเช็กและห้ามทำเด็ดขาด
ความสนใจ|เทคนิครถพลังงานใหม่ (การดูแล)

เข้าใจก่อนเริ่ม: รถไฟฟ้าโดนน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องเล็ก

การตรวจสอบรถไฟฟ้าหลังน้ำท่วมหรือน้ำท่วมรถยนต์คือกระบวนการประเมินความเสียหายที่เกิดกับตัวรถ ระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อดูว่ารถยังปลอดภัยพอสำหรับการใช้งานหรือไม่ รวมถึงใช้ประกอบการเคลมประกันรถและตัดสินใจซ่อมแซม ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลระดับน้ำที่ท่วมรถและการตรวจจากช่างผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่การลองสตาร์ทหรือชาร์จแบบเดาสุ่มเอง

ถ้ารถไฟฟ้าโดนน้ำท่วม สิ่งแรกที่เจ้าของรถส่วนมากเผลอคิดคือรีบกดปุ่มสตาร์ทหรือเสียบชาร์จเพื่อดูว่ารถยังรอดหรือไม่ ทั้งที่นี่คือสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะรถ EV มีระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและชุดแบตเตอรี่ที่อาจเสียหายจากน้ำ หากฝืนเปิดระบบอาจเกิดการลัดวงจรหรือไฟไหม้ได้ คนที่ควรอ่านบทความนี้คือเจ้าของรถไฟฟ้าและรถ Hybrid ที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม หรือจอดรถทิ้งไว้ในพื้นที่เสี่ยง และตอนนี้น้ำเริ่มลดลงแล้ว

ก่อนลงมือทำอะไร คุณต้องยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งว่า น้ำลดไม่ได้แปลว่ารถพร้อมขับ รถบางคันสตาร์ทติดแต่ความชื้นและตะกอนที่ซ่อนอยู่ในขั้วไฟและเซ็นเซอร์อาจสร้างปัญหาในภายหลัง ดังนั้นเป้าหมายของเราคือเก็บหลักฐานให้ครบ ตรวจสอบให้ตรงจุด รอผู้เชี่ยวชาญประเมิน และจัดการเรื่องประกันให้ราบรื่น ไม่ใช่รีบให้รถกลับมาวิ่งไวที่สุด

ก่อนเช็กรถ ต้องรู้ว่าครั้งนี้น้ำท่วมถึงไหน

ระดับน้ำที่เคยท่วมรถคือกุญแจสำคัญในการตัดสินว่าต้องตรวจอะไรบ้าง ยิ่งน้ำท่วมสูง จุดที่ต้องเช็กก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะระบบไฟ ระบบส่งกำลัง และการตรวจสอบแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้า ลองมองที่คราบน้ำด้านข้างตัวรถ เบาะ และพรม เพื่อกะระดับน้ำย้อนหลัง ถ่ายภาพเก็บไว้ให้ครบทั้งตัวรถ ทะเบียน สภาพแวดล้อม และแนวคราบน้ำ เพราะรูปเหล่านี้จะใช้ประกอบตอนเคลมประกันด้วย

ถ้าน้ำอยู่แค่ใต้ท้องรถ ส่วนใหญ่จะเน้นเช็กระบบเบรกและช่วงล่าง แต่ถ้าขึ้นมาประมาณครึ่งล้อ ต้องเริ่มระวังเรื่องน้ำเข้าห้องโดยสารและพื้นพรมแล้ว หากน้ำสูงเต็มล้อ ความเสียหายมักลามไปถึงเซ็นเซอร์ ระบบไฟ และอุปกรณ์ภายในต่างๆ และถ้าระดับน้ำถึงฝากระโปรงถือว่าเสี่ยงสูงสุด เพราะเกือบทั้งระบบของรถอาจโดนน้ำไปแล้ว รวมถึงชุดแบตเตอรี่ของรถ EV และ Hybrid ด้วย

ตรงนี้มีจุดที่หลายคนมักพลาด คือคิดว่ารถรุ่นเดียวกัน น้ำระดับเท่ากัน ความเสียหายต้องเหมือนกัน ทั้งที่ความจริงตำแหน่งกล่องควบคุม ช่องรับอากาศ สายไฟ และแบตเตอรี่ของแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน รถสองคันน้ำท่วมระดับเดียวกันอาจเสียหายไม่เท่ากัน ดังนั้นใช้ระดับน้ำเป็นแค่ตัวประเมินคร่าวๆ แล้วปล่อยให้ช่างเป็นคนฟันธงดีกว่า

7 ขั้นตอนทีละสเต็ป: จากวันน้ำลดจนถึงวันรับรถคืน

ต่อไปนี้คือขั้นตอนแบบเรียงลำดับสำหรับเจ้าของรถไฟฟ้าที่น้ำท่วมรถยนต์ ตั้งแต่นาทีที่เข้าถึงรถได้อย่างปลอดภัย ไปจนถึงวันที่ไปรับรถคืนหลังซ่อม หลักคือเน้นความปลอดภัยก่อน ทุกอย่างที่เกี่ยวกับระบบไฟและแบตเตอรี่ให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ

  1. งดสตาร์ทรถ งดเปิดระบบ งดชาร์จทันที ถ้ารถไฟฟ้าโดนน้ำท่วมหรือจมน้ำ ห้ามทดลองกดปุ่มเปิดระบบ ขับรถ หรือเสียบชาร์จเด็ดขาดจนกว่าผู้เชี่ยวชาญจะตรวจ เพราะอาจเกิดไฟฟ้าแรงดันสูง ลัดวงจร หรือไฟไหม้ได้
  2. ออกจากจุดเสี่ยง แล้วแจ้งบริษัทประกัน เมื่ออยู่ในที่ปลอดภัย ให้ติดต่อประกันผ่านช่องทางที่ระบุในกรมธรรม์ แจ้งให้ชัดว่าเป็นรถไฟฟ้าที่โดนน้ำท่วม พร้อมให้ข้อมูล ชื่อผู้เอาประกัน เลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ เบอร์ติดต่อ ตำแหน่งรถ และลักษณะเหตุการณ์
  3. เก็บหลักฐานหน้างาน ถ่ายภาพให้เห็นตัวรถ ทะเบียน ระดับน้ำหรือคราบน้ำ และความเสียหายที่มองเห็นได้ โดยไม่ต้องเปิดระบบหรือรื้อชิ้นส่วนเพิ่ม เก็บภาพต้นฉบับไว้ใช้ประกอบการเคลมประกัน
  4. ประสานรถยกและการขนย้าย ให้บริษัทประกันช่วยประสานรถยกและศูนย์บริการตามคู่มือของรุ่นรถ เพราะการลากรถไฟฟ้าแบบให้ล้อบนเพลาขับหมุนอาจทำให้รถเสียหายได้ และถ้าสงสัยว่าแบตเตอรี่เสียหาย ไม่ควรลากไปจอดในโรงรถหรือใกล้วัสดุติดไฟเอง
  5. ตรวจกรมธรรม์ให้ชัดก่อนตัดสินใจซ่อม เปิดดูตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายว่าคุ้มครองกรณีน้ำท่วมหรือไม่ มีข้อยกเว้นอะไร และมีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่ต้องจ่ายเอง โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขความคุ้มครองแบตเตอรี่ EV
  6. ขอผลตรวจและใบประเมินก่อนอนุมัติงานซ่อม ให้ศูนย์บริการแจงว่าพบอะไรเสียหาย ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนอะไร บริษัทประกันอนุมัติรายการไหนแล้ว และถ้ามีรายการที่ต้องสำรองจ่าย ให้ขอใบประเมินค่าซ่อมพร้อมเงื่อนไขการเบิกคืน เอกสารที่มักใช้คือใบเคลม เอกสารยืนยันตัวบุคคล ใบประเมินค่าซ่อม และใบเสร็จกรณีสำรองจ่าย
  7. วันรับรถคืน ตรวจเอกสารและถามวิธีใช้งาน เมื่อซ่อมเสร็จให้ขอรายการงานซ่อม ผลตรวจระบบ และคำแนะนำว่าตอนนี้สามารถใช้งานและชาร์จได้ตามปกติหรือยัง มีอาการอะไรที่ต้องเฝ้าสังเกต และต้องนัดตรวจซ้ำหรือไม่ เก็บเอกสารทั้งหมดตั้งแต่เลขรับแจ้งเหตุ ใบประเมิน รายการอนุมัติซ่อม จนถึงใบรับรถไว้ใช้หากมีปัญหาภายหลัง

ตลอดทั้ง 7 ขั้นตอน พยายามเล่าเหตุการณ์ให้บริษัทประกันตามจริง ถ้าขณะน้ำท่วมเคยเปิดระบบ ขับรถ หรือชาร์จไปแล้วก็บอกอย่างตรงไปตรงมา และหากไม่เข้าใจผลพิจารณาเคลมสามารถขอคำอธิบายหรือใช้ช่องทางร้องเรียนกับหน่วยงานกำกับดูแลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เรื่องใหญ่ของรถไฟฟ้า: แบตเตอรี่และค่าซ่อมที่ต้องคิดให้ดี

หัวใจของรถไฟฟ้าคือแบตเตอรี่แรงดันสูง เวลาเกิดน้ำท่วมรถยนต์ส่วนนี้คือจุดที่เจ้าของรถกังวลมากที่สุด ทั้งเรื่องความปลอดภัยและค่าซ่อมในอนาคต เพราะถ้าชุดแบตเตอรี่เสียหายจากการจมน้ำ ค่าซ่อมมักสูงและต้องใช้เวลาตรวจอย่างละเอียดในศูนย์บริการ ไม่ควรเปิดกล่องแบตเตอรี่ ถอดสายไฟ หรือพยายามซ่อมระบบไฟด้วยตัวเองเด็ดขาด

หน่วยงานด้านความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงของสหรัฐฯ ระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วมอาจมีอันตรายจากไฟฟ้าแรงดันสูง การลัดวงจร และไฟไหม้ หากสงสัยว่าแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายควรติดต่อศูนย์บริการหรือผู้ผลิตเพื่อให้ตรวจสอบทันที ถ้ารถมีควัน กลิ่นร้อน หรือเสียงผิดปกติจากแบตเตอรี่ อย่าเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูปหรือขยับรถเอง ให้ถอยออกและติดต่อหน่วยฉุกเฉิน

ในมุมของการเคลมประกัน อย่าเพิ่งสรุปว่ารถไฟฟ้าที่โดนน้ำท่วมต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกคัน หรือประกันจะจ่ายแบตเตอรี่ใหม่เต็มจำนวนเสมอไป ต้องรอผลตรวจและดูเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์แต่ละแผนก่อน ว่าครอบคลุมความเสียหายของแบตเตอรี่ EV แค่ไหน และมีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่เจ้าของรถต้องรับผิดชอบเอง ก่อนเซ็นยินยอมซ่อมให้ถามให้ครบว่าถ้าแบตเตอรี่เสียหาย ใช้เงื่อนไขใดในการพิจารณาซ่อมหรือเปลี่ยน

ใช้รถต่ออย่างสบายใจ หลังผ่านน้ำท่วมครั้งใหญ่

เมื่อเดินครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ไม่รีบสตาร์ท ไม่รีบชาร์จ เช็กระดับน้ำ เก็บหลักฐาน เคลมประกันรถอย่างเป็นระบบ และให้ศูนย์บริการตรวจทั้งระบบไฟและแบตเตอรี่ คุณจะได้คำตอบที่ชัดขึ้นว่ารถไฟฟ้าคันนี้ยังไปต่อได้แค่ไหน จะซ่อม ใช้ต่อ หรือควรพิจารณาทางเลือกอื่น

สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ รถที่สตาร์ทติดไม่ได้แปลว่าปลอดภัย น้ำและความชื้นที่เข้าไปถึงขั้วไฟ เซ็นเซอร์ หรือชุดแบตเตอรี่ อาจสร้างปัญหาในภายหลังได้ ดังนั้นหลังรับรถคืน ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ไฟเตือนขึ้น แบตเตอรี่ร้อนผิดปกติ หรือมีกลิ่นไหม้ ให้หยุดใช้รถทันทีและติดต่อศูนย์บริการกับบริษัทประกัน

สุดท้ายการรับมือรถไฟฟ้าโดนน้ำท่วมคือการใจเย็นและทำตามขั้นตอนมากกว่าการเสี่ยงดวง ลองกดปุ่มดู ถ้าคุณเก็บหลักฐานดี คุยประกันชัด และปล่อยให้เรื่องระบบไฟกับแบตเตอรี่เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ รถของคุณก็มีโอกาสกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยที่สุดเท่าที่สภาพจะเอื้ออำนวย และคุณเองก็ไม่ต้องมานั่งกังวลทุกครั้งที่เสียบชาร์จหรือกดปุ่มสตาร์ทหลังจากนี้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!