SpaceX รายได้ไตรมาส 3 พุ่ง 161% คืออะไร และทำไมตัวเลขนี้เขย่าตลาด
SpaceX รายได้ไตรมาส 3 หมายถึงผลประกอบการช่วงสามเดือนล่าสุดที่บริษัทประกาศต่อสาธารณะ ซึ่งสะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้ กำไร และประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจหลักทั้งด้านการเชื่อมต่อและธุรกิจ AI SpaceX รายงานตัวเลขเหล่านี้ต่อผู้ลงทุนเพื่อให้เห็นทิศทางการเติบโต ความเสี่ยง และศักยภาพของบริษัทในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อบริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านจากบริษัทด้านอวกาศไปสู่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีครบวงจรที่เน้นการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
ประเด็นสำคัญคือ SpaceX รายได้ไตรมาส 3 แตะระดับ 14.575 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 161% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมกับการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4.404 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ขาดทุนสุทธิ 1.054 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สวยบนกระดาษ แต่สะท้อนว่ากลยุทธ์ใหม่ที่เน้นธุรกิจ AI และการเชื่อมต่อเริ่มทำงานจริง การประกาศผลประกอบการถูกปล่อยหลังตลาดปิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ตามกำหนดที่แจ้งไว้ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม โดยมีการจัดเว็บแคสต์สดเพื่ออธิบายตัวเลขและทิศทางธุรกิจต่อผู้ลงทุน

ธุรกิจ AI SpaceX เปลี่ยนชื่อเป็น Super Intelligence แล้วพลิกกำไรได้อย่างไร
หัวใจของการเติบโตครั้งนี้คือธุรกิจ AI SpaceX ที่ถูกรีแบรนด์เป็นแผนก Super Intelligence หรือ SI และกลายเป็นเครื่องยนต์รายได้หลักของบริษัท รายได้จาก SI พุ่งขึ้นเป็น 7.56 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 830% เมื่อเทียบรายปี และ 195% จากไตรมาสก่อน แซงหน้าธุรกิจการเชื่อมต่อขึ้นมาเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ที่สุดของ SpaceX นี่คือจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การฟื้นตัวระยะสั้น
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือแผนกนี้พลิกจากการขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.722 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน มาเป็นกำไรจากการดำเนินงาน 431 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ แสดงว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล โมเดล SI และแอปพลิเคชันอย่าง Grok Bot เริ่มสร้างผลตอบแทนจริง รายได้ส่วนเพิ่มกว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์มาจากสัญญาบริการคลาวด์ใหม่ การรวมกิจการ Cursor และการเติบโตของโซลูชันซอฟต์แวร์ SI คำกล่าวที่น่าจดจำคือ "รายได้จาก SI อยู่ที่ 7.560 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 830% จากปีก่อน" ซึ่งเป็นหลักฐานชัดว่าธุรกิจ AI SpaceX ไม่ใช่แค่การทดลอง แต่เป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์เต็มตัวแล้ว
Starlink และธุรกิจการเชื่อมต่อ เร่งตรรกะรายได้เชิงพาณิชย์และเสริมฐานกำไร
ในขณะที่ SI กลายเป็นดาวเด่น ธุรกิจการเชื่อมต่อโดยเฉพาะ Starlink ก็ยังเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงและเติบโตต่อเนื่อง รายได้จากธุรกิจการเชื่อมต่อในไตรมาสนี้อยู่ที่ 5.248 พันล้านดอลลาร์ โดยเติบโต 69% เมื่อเทียบรายปี และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 99% เป็น 2.367 พันล้านดอลลาร์ จำนวนผู้ใช้ Starlink ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็น 13.6 ล้านราย ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ต่อเดือนขยับขึ้นจาก 66 ดอลลาร์เป็น 69 ดอลลาร์ แสดงว่าบริษัทไม่ได้แค่เพิ่มฐานลูกค้า แต่ยังยกระดับมูลค่าต่อผู้ใช้ได้พร้อมกัน
ตรรกะรายได้เชิงพาณิชย์ที่เร่งตัวขึ้นเห็นได้จากการเติบโตของลูกค้าระดับองค์กรและภาครัฐ ซึ่งสร้างรายได้ 2.127 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบรายปี รายงานผลประกอบการระบุชัดว่าการเติบโตของรายได้รวมมาจากแรงส่งต่อเนื่องในธุรกิจ Connectivity และจุดเปลี่ยนในธุรกิจ Super Intelligence กล่าวอีกแบบคือ SpaceX กำลังสร้างแพลตฟอร์มรายได้สองขา ขาหนึ่งคือการเชื่อมต่อผ่าน Starlink อีกขาคือบริการ AI และคลาวด์ของ SI เมื่อสองขานี้เติบโตพร้อมกัน ความเสี่ยงของบริษัทกระจายกว้างขึ้น และศักยภาพกำไร SpaceX เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
กำไร SpaceX เพิ่มขึ้น โครงสร้างต้นทุนและ Capex ยังเป็นคำถามใหญ่
ภาพรวมกำไร SpaceX เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน รายได้จากการดำเนินงานของบริษัทเปลี่ยนจากขาดทุน 273 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน มาเป็นกำไรจากการดำเนินงาน 2.791 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 4.404 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากสถานะขาดทุนสุทธิ 1.054 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าผลประกอบการดีขึ้นรวม 5.5 พันล้านดอลลาร์ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 306% จาก 2.169 พันล้านดอลลาร์เป็น 8.809 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นและสเกลธุรกิจที่เริ่มคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม ด้านมืดของตัวเลขคือรายจ่ายลงทุนที่ยังสูงมาก รายจ่ายลงทุนรวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 19.593 พันล้านดอลลาร์ และรวมเก้าเดือนแรกของปีอยู่ที่ 48.069 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเก้าเดือนอยู่ที่ 13.097 พันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะธุรกิจ SI ที่มีค่าใช้จ่ายลงทุน 16.444 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว และต้นทุนกับค่าใช้จ่ายของส่วนงานเพิ่มขึ้น 4.6 พันล้านดอลลาร์จากการขยายโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล ผู้บริหารยังคาดว่ารายจ่ายลงทุนไตรมาสสี่จะเพิ่มขึ้นอีกสู่ระดับ 35 พันล้านถึง 40 พันล้านดอลลาร์ แต่ประเมินว่ารายได้ไตรมาส 1 ปี 2027 จะอยู่ในช่วง 33 พันล้านถึง 37 พันล้านดอลลาร์ และตั้งเป้ารายได้ต่อปีแตะ 100 พันล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 คำถามคือโมเดลนี้จะรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความเสี่ยงด้านเงินทุนได้แค่ไหน
หุ้น SpaceX ราคาเป้าหมาย 200 ดอลลาร์ กับเดิมพันระยะยาวของนักลงทุน
ฝั่งตลาดทุนตอบสนองต่อผลประกอบการอย่างรวดเร็ว หุ้น SpaceX ราคา SPCX ปรับตัวขึ้นมากกว่า 3% ในการซื้อขายนอกเวลาหลังการประกาศผล และเมื่อพิจารณากราฟรายวัน ราคาหุ้นที่เคยย่อลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 60 วันก็กลับดีดตัวขึ้น โดยแรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีกว่าคาดทำให้ราคาหุ้นกลับมายืนที่ระดับ 160 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง นักวิเคราะห์บางรายมองว่าหากโมเมนตัมรายได้และกำไรยังเดินหน้าต่อ หุ้นมีโอกาสท้าทายระดับราคา 200 ดอลลาร์ในระยะถัดไป
อย่างไรก็ดี การไล่ตามหุ้น SpaceX ในจังหวะนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขไตรมาสเดียว แต่เป็นการเดิมพันว่าธุรกิจ AI SpaceX และ Starlink จะเดินตามแผนที่วางไว้หรือไม่ บริษัทกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนัก ทั้งการเพิ่มกำลังประมวลผล SI เป็น 1.7 กิกะวัตต์ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2026 การเข้าซื้อกิจการ Cursor มูลค่าหุ้นโดยนัย 60 พันล้านดอลลาร์ และการเตรียมรุก Starlink Mobile ผ่านการซื้อพอร์ตใบอนุญาตคลื่นความถี่ต่ำในย่าน 800 เมกะเฮิรตซ์ พร้อมทั้งแผนพัฒนา Starbase ในรัฐลุยเซียนาให้รองรับเที่ยวบิน Starship หลายพันเที่ยวต่อปี โดยตั้งเป้าปล่อยจรวดครั้งแรกในปี 2029 หากแผนเหล่านี้เดินตามกำหนด รายได้เชิงพาณิชย์จะยิ่งหนุนมูลค่าหุ้น แต่หากสะดุด ความผันผวนก็อาจสูงกว่าที่นักลงทุนส่วนใหญ่รับได้






