Pathumma Connect คืออะไร ทำไมจึงเกินกว่าแค่แชตบอต
Pathumma Connect คือแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์แบบ Agentic AI ภาครัฐ ที่ยกระดับ ปทุมมา AI ไทย จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เน้นตอบคำถาม ไปสู่ระบบ AI อัตโนมัติที่เชื่อมข้อมูลภาครัฐ AI และเครื่องมือหลากหลายเข้าด้วยกัน ให้สามารถวางแผน ลงมือทำงาน ตรวจสอบ และสรุปผลในขั้นตอนเดียว เพื่อรองรับการใช้งานของหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคการเกษตร และประชาชนทั่วไปในระบบเดียว
ประเด็นสำคัญคือสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การอัปเกรดเทคโนโลยี แต่คือการประกาศว่าระบบ AI ท้องถิ่นสามารถเป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้จริง เนคเทคและ สวทช จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews ประกาศยกระดับระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ ปทุมมา จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Pathumma LLM สู่แพลตฟอร์ม Pathumma Connect เพื่อภาครัฐและประชาชน จุดยืนนี้ชัดเจนว่า AI ไม่ควรหยุดแค่ให้คำตอบสวย ๆ บนหน้าจอ แต่ต้องลงมือทำงานให้หน่วยงานได้เห็นผลลัพธ์ในชีวิตจริง

จาก LLM สู่ Agentic AI ภาครัฐ: ก้าวเปลี่ยนจากตอบคำถามสู่ลงมือทำงาน
จุดเริ่มของ ปทุมมา AI ไทย อยู่ที่ Pathumma LLM โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่พัฒนาบนงานวิจัยภาษาและเสียงไทยต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี รองรับข้อความ ภาพ และเสียง และเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแบบโมเดลเปิดผ่านแพลตฟอร์มมาตรฐาน ทำให้หน่วยงานนำไปติดตั้งภายในโดยข้อมูลไม่รั่วไหลออกนอกองค์กร นี่คือการวางรากฐานอธิปไตยด้านข้อมูล ก่อนจะขยับสู่การเป็นแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ
ตลอดปี 2568 เนคเทคต่อยอดโมเดลนี้สู่บริการเชิงงานเอกสาร เช่น DocChat ถามตอบจากเอกสาร DocGen ช่วยร่าง TOR และ MOU DocTOR ตรวจทานเอกสาร PartiiNote ถอดความประชุมอัตโนมัติ และ LangMind สำหรับสร้างแชตบอตความรู้ขององค์กร ถูกใช้จริงแล้วในกรมสรรพากรและสถาบันอุดมศึกษา เมื่อบริการย่อยเริ่มทำงานได้ผล ขั้นต่อไปจึงคือการรวมทุกอย่างไว้ใน Pathumma Connect เพื่อให้ AI ไม่ต้องรอคนสั่งทีละงาน แต่ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์ที่จัดการงานตั้งแต่ค้นข้อมูล ร่าง ตรวจสอบ ไปจนถึงสรุป

MCP และการติดตั้งในองค์กร ทำไมสถาปัตยกรรมนี้สำคัญต่อความปลอดภัยข้อมูล
หัวใจของ Pathumma Connect คือการเชื่อมเครื่องมือ ข้อมูล และบริการของหน่วยงานผ่านสถาปัตยกรรม MCP หรือ Model Context Protocol เพื่อให้ Agentic AI ภาครัฐมองเห็นบริบทการทำงานครบชุด แพลตฟอร์มหนึ่งเดียวจึงสามารถเข้าถึงระบบสนทนากับเอกสาร ระบบสร้างเอกสาร ระบบถอดความการประชุม และฐานข้อมูลภายใน เพื่อค้นหา ถามตอบ ร่าง ตรวจ และจัดการข้อมูลได้ในที่เดียว นี่คือความแตกต่างจากแชตบอตชิ้นเล็ก ๆ ที่ต่างคนต่างทำ
จุดยืนด้านความปลอดภัยชัดเจน Pathumma มีขนาดโมเดลเหมาะสมสามารถติดตั้งและประมวลผลภายในองค์กร ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารราชการ หรือข้อมูลการประชุมที่เป็นความลับไม่จำเป็นต้องส่งออกไปยังระบบต่างประเทศ รูปแบบใช้งานครอบคลุมทั้งระบบปิดในโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงาน และ Private Cloud ภายในประเทศ รองรับแนวโน้มความต้องการ Private AI ที่เพิ่มขึ้นตามความกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล การออกแบบแบบนี้คือคำตอบที่เป็นรูปธรรมต่อคำถามว่าเราจะใช้ AI อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องยอมแลกข้อมูลสำคัญให้แพลตฟอร์มต่างชาติได้อย่างไร

โดเมนการใช้งาน 7 ด้าน และบทบาทของอธิปไตยทางดิจิทัล
จุดแข็งที่ทำให้ ปทุมมา AI ไทย แตกต่างจากโมเดลต่างชาติ คือการเข้าใจภาษา บริบท และวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง Pathumma Connect จึงถูกออกแบบให้ครอบคลุม 7 โดเมนการใช้งาน ได้แก่ เกษตร ภาครัฐ น้ำ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา และองค์กร Insight โครงการต่อยอดที่ระบุแล้ว เช่น Pathumma Connect ด้านการเกษตร ที่ตั้งใจรวบรวมข้อมูลราคาสินค้าเกษตร โรคพืช สภาพดิน พื้นที่เพาะปลูก นวัตกรรม และงานวิจัยที่กระจายอยู่หลายหน่วยงาน รวมถึง Pathumma Connect น้ำ ที่นำร่องใน 3 จังหวัด คือ น่าน ขอนแก่น และกำแพงเพชร เพื่อช่วยวิเคราะห์พื้นที่ปัญหาซ้ำซากและวางแผนรับมือ
มิติทางนโยบายก็ชัดเจน เนคเทค สวทช กำลังทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เพื่อขยายผลสู่ Government AI Platform as a Service เป็นแพลตฟอร์มกลางลดการลงทุนซ้ำซ้อนของภาครัฐ และขยาย Pathumma Connect ให้ครบทั้ง 7 โดเมน ขณะเดียวกัน โมเดลปทุมมาเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแบบโมเดลเปิดสำหรับนักพัฒนาและหน่วยงาน ช่วยลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ และสร้างฐานอธิปไตยดิจิทัลที่ไม่ได้อยู่แค่ในเอกสารยุทธศาสตร์ แต่ลงมาถึงระดับโค้ด โมเดล และระบบปฏิบัติการของภาครัฐจริง

จากต้นแบบสู่อนาคต Agentic AI แบบเต็มตัว หน่วยงานควรเตรียมตัวอย่างไร
วันนี้ Pathumma Connect ยังอยู่ในช่วงตั้งราก แต่ทิศทางต่อไปถูกระบุชัด ในภาครัฐเนคเทคร่วมกับหน่วยงานด้านระบบราชการพัฒนาต้นแบบ AI Agentic Chatbot กลาง ให้ประชาชนสอบถามบริการภาครัฐจากหลายหน่วยงานผ่านจุดเดียว ในด้านทรัพยากรน้ำ มีโครงการ Pathumma Connect น้ำ นำร่อง 3 จังหวัดเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนและกรอบงบประมาณ และในโรดแมปอนาคต Pathumma มีโอกาสต่อยอดสู่ระบบสนทนาด้วยเสียงแบบเสียงต่อเสียง รวมถึงทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
คำถามที่ควรถามตอนนี้ไม่ใช่ว่า Agentic AI ภาครัฐจะมาถึงหรือไม่ แต่คือแต่ละหน่วยงานพร้อมแค่ไหนที่จะเชื่อมระบบ เอกสาร และกระบวนงานให้ AI ทำงานอัตโนมัติ ตั้งแต่ค้นระเบียบ ร่างเอกสารราชการ ไปจนถึงสนับสนุนข้อมูลภาษี การจัดซื้อจัดจ้าง การเกษตร และการวิเคราะห์ทรัพยากรน้ำที่กำลังใช้อยู่แล้วในหลายหน่วยงาน ถ้าไม่เตรียมตัว ระบบ AI อัตโนมัติแบบนี้อาจกลายเป็นเพียงโครงการนำร่องที่สวยงามบนสไลด์ แต่ถ้าพร้อม Pathumma Connect มีศักยภาพจะกลายเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปลี่ยนโฉมการทำงานภาครัฐทั้งระบบ






