ทำไมสตูดิโอถึงเริ่มฆ่าโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่ตั้งแต่ยังไม่เดินเครื่อง

ทำไมสตูดิโอถึงเริ่มฆ่าโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่ตั้งแต่ยังไม่เดินเครื่อง
ความสนใจ|ซีรีส์อเมริกัน

คลื่นซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ยกเลิก: จากสัญญาณร้ายสู่ยุทธศาสตร์ใหม่

ปรากฏการณ์ “ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ยกเลิก” หมายถึงช่วงเวลาที่สตูดิโอใหญ่ทั้งฝั่ง Marvel และ DC หันมาเลิกสร้าง หยุดพัฒนา หรือไม่สานต่อโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่บนจอภาพยนตร์และโทรทัศน์ แม้จะเคยทุ่มลงทุน สร้างจักรวาล และปล่อยคอนเทนต์ออกมาอย่างต่อเนื่องในอดีต แต่วันนี้พวกเขาเริ่มตั้งคำถามกับความคุ้มค่าและศักยภาพของแนวนี้ มากกว่าจะเชื่อว่าซูเปอร์ฮีโร่จะขายตัวเองได้ตลอดไปเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

กรณีล่าสุดที่ชัดที่สุดคือ Marvel ยกเลิกซีรีส์ Wonder Man บนแพลตฟอร์มสตรีมมิง หลังออกอากาศไปเพียงซีซันเดียว แม้จะเคยประกาศเดินหน้าสร้างซีซัน 2 แล้วก็ตาม ซีรีส์เรื่องนี้มีคะแนนรีวิวเฉลี่ยสูงถึง 91% บน Rotten Tomatoes แต่สตูดิโอกลับเลือกหยุดต่อยอด นี่ไม่ใช่แค่การ “ตัดซีรีส์ที่ไม่เวิร์ก” แบบปกติ แต่มันคือสัญญาณว่าการตัดสินใจวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความระมัดระวังด้านธุรกิจ มากกว่าความคึกคะนองในการสร้างจักรวาลแบบเมื่อก่อน

ทำไมสตูดิโอถึงเริ่มฆ่าโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่ตั้งแต่ยังไม่เดินเครื่อง

Wonder Man: ซีรีส์ที่คำชมล้นแต่ไม่รอดยุคตัวเลขเย็นชา

Wonder Man ควรจะเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการปั้นฮีโร่ตัวรองให้กลายเป็นดาวเด่นในจักรวาลมาร์เวล ซีรีส์ได้นักแสดงอย่าง ยายาห์ อับดุล-มาทีนที่ 2 มารับบทไซมอน วิลเลียมส์ พร้อมกับเบน คิงสลีย์ในบทเทรเวอร์ สลาตเตอรี ทำให้โปรเจกต์ดูมีน้ำหนักทั้งด้านการแสดงและการเชื่อมโยงกับ MCU เดิม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลังจากซีซันแรกออกอากาศ เสียงชมยังคงมาเต็ม ทว่าตัวเลขผู้ชมกลับไม่ถูกพูดถึง และซีรีส์แทบไม่ติดอันดับยอดนิยมบนแพลตฟอร์มเลย

เมื่อ Variety รายงานว่า Wonder Man ได้รับคำสั่งยกเลิกงานสร้างลง แม้เคยประกาศซีซัน 2 ไปแล้ว แฟน ๆ จึงเริ่มเห็นชัดว่าคะแนนรีวิวไม่ใช่เกราะป้องกันอีกต่อไป ในโพสต์ของยายาห์ อับดุล-มาทีนที่ 2 เขายอมรับชะตากรรมของซีรีส์ด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “เพิ่งมีข่าวออกมาว่า Wonder Man ไม่ได้ไปต่อ...ชีวิตเรามันก็เป็นแบบนี้แหละเนอะ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปนะครับ” ประโยคนี้สะท้อนความจริงที่แข็งแรงของยุคใหม่ คือแม้ผลงานจะดี แต่ถ้าไม่สามารถสร้างฐานผู้ชมใหญ่พอ ซีรีส์ก็พร้อมถูกปิดสวิตช์โดยไม่ลังเล

ทำไมสตูดิโอถึงเริ่มฆ่าโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่ตั้งแต่ยังไม่เดินเครื่อง

ความล้มเหลวซูเปอร์ฮีโร่หญิง: Supergirl และเงาที่ทับซ้อน Wonder Woman, The Marvels

ฝั่งภาพยนตร์ ซูเปอร์ฮีโร่หญิงกำลังกลายเป็นสนามทดสอบที่โหดที่สุดของสตูดิโอ ความพยายามปลุก Supergirl ให้เป็นเสาหลักใหม่ของจักรวาล DC กลับลงเอยด้วยรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ทำให้หนังถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวในช่วงฤดูร้อน และสร้างรอยร้าวต่อการฟื้นฟูจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ที่เพิ่งเริ่มต้นด้วยความหวังสูง จากข้อมูลของ Forbes ผลงานด้านรายได้ที่ย่ำแย่ของ Supergirl ถูกตีความเป็นสัญญาณเตือนสำหรับการสร้างแฟรนไชส์ใหม่ที่ใช้ตัวละครหญิงพลังพิเศษเป็นแกนกลาง

ภาพที่น่ากังวลยิ่งขึ้นคือ เมื่อเทียบกับประวัติความสำเร็จของ Wonder Woman ภาคแรกที่เคยสร้างการยอมรับอย่างกว้างขวาง ภาคต่ออย่าง Wonder Woman 1984 กลับไปไม่ถึงความคาดหวัง และกลายเป็นตัวอย่างว่าชื่อเสียงเดิมไม่อาจค้ำจุนภาคใหม่ได้ตลอดไป ด้าน MCU ก็เคยมี Captain Marvel เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่หญิงเรื่องแรกที่ทำรายได้ระดับสูงมาก แต่ The Marvels ซึ่งเพิ่มตัวละครหญิงเป็นสามคน กลับถูกบันทึกในฐานะหนึ่งในผลงานที่ทำรายได้ต่ำสุดของแฟรนไชส์ เมื่อรวมกับกรณี Madame Web ที่โดนวิจารณ์หนักและคว้ารางวัล Golden Raspberry หลายสาขา เราเห็นภาพชัดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “เพศของฮีโร่” แต่อยู่ที่ความเหนื่อยล้าของตลาดต่อสูตรเดิมที่นำเสนอโดยไม่สร้างคุณค่าพิเศษให้ผู้ชม

ทำไมสตูดิโอถึงเริ่มฆ่าโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่ตั้งแต่ยังไม่เดินเครื่อง

DC ซีรีส์หยุดชะงัก: Lanterns กลายเป็นบททดสอบยุทธศาสตร์ใหม่

ในฝั่งโทรทัศน์ของ DC สถานการณ์สะท้อนความระมัดระวังไม่แพ้กัน แผนสร้างจักรวาลใหม่ที่เคยประกาศออกมาพร้อมซีรีส์หลายเรื่อง กลับถูกหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อต้นทางรายงานว่าซีรีส์อย่าง Waller และ Paradise Lost ซึ่งเดิมอยู่ในแผนยุคแรกของผู้บริหารชุดใหม่ ไม่ได้เดินหน้าต่อบนช่องเคเบิลและแพลตฟอร์มสตรีมมิง โครงการเหล่านี้ใช้เวลาพัฒนาหลายปี ก่อนจะถูกพับเก็บไป โดยผู้บริหารทั้งฝั่งสตูดิโอและช่องต้องชั่งน้ำหนักอย่างหนักว่าอะไรควรไปต่อ และอะไรควรตัดทิ้ง

ท่ามกลางการหดตัวนั้น Lanterns จึงถูกผลักให้กลายเป็นซีรีส์ตัวแทนยุทธศาสตร์ใหม่ ทั้งที่ตัวโปรเจกต์เองก็ใช้เวลาพัฒนาราวเจ็ดปีและผ่านทีมสร้างหลายชุด กว่าจะพร้อมออกอากาศบนช่องและสตรีมมิง รายงานชี้ว่า Lanterns เข้ามาแทนโปรเจกต์ Green Lantern รุ่นก่อนหน้าที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ยุคผู้ผลิตเดิม สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ซีรีส์กำลังจะเริ่มสตรีมแล้ว แต่ยังไม่มีการต่อสัญญาอย่างเป็นทางการสำหรับซีซัน 2 ในขณะที่ทีมร่วมดูแลซีซันถัดไปเริ่มถูกวางตัวแล้ว ภาพรวมนี้สะท้อนว่า DC ไม่ได้ถอนตัวจากทีวีทั้งหมด แต่กำลังเลือกเดินแบบ “Selective” เน้นโปรเจกต์ที่เชื่อว่ามีโอกาสสร้างผลตอบแทนจริง มากกว่ากางแผนยักษ์แล้วปล่อยทุกอย่างให้เดินหน้าพร้อมกัน

ทำไมสตูดิโอถึงเริ่มฆ่าโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่ตั้งแต่ยังไม่เดินเครื่อง

จากยุคทองสู่ยุคคัดกรอง: สตูดิโอกำลังอ่านเกมผู้ชมผิดหรือไม่?

ก่อนหน้าการเปลี่ยนแปลงนี้ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่แทบจะไม่มีวันพ่ายแพ้ในบ็อกซ์ออฟฟิศ ผู้ชมพร้อมซื้อตั๋วโดยแทบไม่มองคุณภาพหรือความคุ้นเคยของตัวละคร ตัวอย่างคือหนังฮีโร่บางเรื่องที่แม้ถูกวิจารณ์หนัก แต่ก็ยังทำรายได้สูงทั่วโลกเป็นเวลานาน ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเกือบสองทศวรรษ สถานการณ์เปลี่ยนไป ผู้ชมพิถีพิถันขึ้น เลือกชมเฉพาะเรื่องที่รู้สึกว่าคุ้มทั้งเงินและเวลา และ Supergirl จึงถูกยกเป็นตัวอย่างของความล้มเหลวจากการใช้ชื่อฮีโร่ที่ไม่คุ้นเคยในตลาดที่อิ่มตัว

ในฝั่งบริษัท เจ้าของจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่หลายรายยังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ทำให้ทุกการอนุมัติซีรีส์หรือหนังใหม่มีความเสี่ยงทางธุรกิจสูงขึ้น เมื่อประกอบกัน เราเห็นรูปแบบเดียวกันทั้ง Marvel ยกเลิกซีรีส์ที่เสียงชมดีแต่ตัวเลขไม่ชัด และ DC ซีรีส์หยุดชะงักหลายเรื่องในแผนยุคแรก คำถามจึงไม่ใช่ว่าซูเปอร์ฮีโร่หมดยุคแล้วหรือยัง แต่คือสตูดิโอกำลังอ่านเกมผู้ชมผิดหรือไม่ ที่ยังเลือกเดินบนสูตรจักรวาลยักษ์แต่ไม่กล้าลองวิธีเล่าเรื่องใหม่ ๆ จริงจัง หากพวกเขายังปั้นโปรเจกต์แบบ “มากแต่คล้ายเดิม” การฆ่าโปรเจกต์ตั้งแต่ยังไม่เริ่มก็อาจกลายเป็นภาพจำถาวรของยุคนี้

ทำไมสตูดิโอถึงเริ่มฆ่าโปรเจกต์ซูเปอร์ฮีโร่ตั้งแต่ยังไม่เดินเครื่อง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!