ท่องเที่ยวทหารสหรัฐฯ คืออะไร และทำไมพัทยาต้องแคร์
ท่องเที่ยวทหารสหรัฐฯ หมายถึงการที่กำลังพลจากกองทัพเรือเดินทางขึ้นฝั่งเพื่อพักผ่อน ใช้บริการโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และความบันเทิงในเมืองชายทะเล กิจกรรมลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงการพักผ่อนของทหาร แต่แปลงตัวเป็นเม็ดเงินจำนวนมากที่กระจายสู่ธุรกิจท้องถิ่น ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ไปจนถึงร้านเล็กริมถนน จึงกลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของรายได้ท่องเที่ยวชลบุรีในช่วงที่นักท่องเที่ยวทั่วไปบางตลาดหายไป โดยเฉพาะในฤดูกาลท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นโลว์ซีซันที่เมืองมักซบเซาและต้องการดีมานด์ใหม่เพื่อประคองธุรกิจให้เดินต่อได้
การขึ้นฝั่งพักผ่อนของกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ราว 5,000 นายจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ระหว่างวันที่ 2–6 กันยายนในพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี เป็นกรณีที่สะท้อนพลังของท่องเที่ยวทหารสหรัฐฯ ได้ชัดเจน เมืองที่เคยเงียบเพราะฤดูกาลท่องเที่ยวเปลี่ยนทันทีเป็นภาพถนนและแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น การที่ตัวเลขกำลังพลอยู่ในระดับหลายพันคน ทำให้การใช้จ่ายไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อย แต่กลายเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจที่พัทยาต้องวางแผนรองรับอย่างจริงจัง

เม็ดเงิน 50–100 ล้านบาท: พัทยาเงินสะพัดจากกำลังพล 5,000 นาย
คำสำคัญของท่องเที่ยวทหารสหรัฐฯ ครั้งนี้คือเม็ดเงินที่หลั่งไหลสู่ระบบเศรษฐกิจเมืองพัทยาและรายได้ท่องเที่ยวชลบุรี กำลังพลราว 5,000 นายถูกประเมินว่าจะใช้จ่ายเฉลี่ยคนละประมาณ 10,000–20,000 บาทตลอดช่วงที่อยู่ในพื้นที่ เมื่อคูณรวมแล้วทำให้เงินหมุนเวียนในเมืองอยู่ราว 50–100 ล้านบาท กลายเป็นพัทยาเงินสะพัดในช่วงที่ปกติผู้ประกอบการมักบ่นยอดขายหาย การใช้จ่ายไม่ได้กระจุกเฉพาะสถานบันเทิงยามค่ำคืน แต่กระจายไปยังโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง รถรับจ้าง ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเมืองพัทยาอย่างชัดเจน
คำกล่าวที่น่าอ้างอิงได้คือ “หากมีการใช้จ่ายเฉลี่ยคนละประมาณ 10,000–20,000 บาท ตลอดช่วงที่อยู่ในพื้นที่ จะคิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนราว 50–100 ล้านบาท” ตามการประเมินของนายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าทหารหนึ่งลำเรือมีอิทธิพลไม่แพ้ไฟลต์นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายไฟลต์รวมกัน โดยที่เมืองไม่ต้องแบกต้นทุนการตลาดเพิ่มเติมมากนัก การเดินทางมาพักผ่อนของกำลังพลสหรัฐฯ ยังถูกนายกเมืองพัทยาอธิบายว่ามีการใช้จ่ายกระจายไปยังร้านอาหาร เครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว และร้านจำหน่ายสินค้าอย่างกว้างขวาง

โลว์ซีซันไม่ใช่ฤดูเงียบ เมื่อทหารกลายเป็นดีมานด์สำรอง
ปัญหาใหญ่ของท่องเที่ยวเมืองพัทยาคือความผันผวนตามฤดูกาลท่องเที่ยว โดยช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงราวมีนาคม–เมษายนถือเป็นไฮซีซัน ส่วนหลังสงกรานต์ยาวไปถึงตุลาคมคือโลว์ซีซันที่นักท่องเที่ยวลดลงตามธรรมชาติ ยิ่งเมื่อเจอปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และต้นทุนการเดินทางทางอากาศที่สูงขึ้น ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลเริ่มลังเล เมืองทะเลจึงถูกบีบด้วยดีมานด์ที่หดตัว การมาของท่องเที่ยวทหารสหรัฐฯ ในช่วงต้นกันยายนจึงทำหน้าที่เหมือนวัคซีนเศรษฐกิจ เติมกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เมืองพัทยาในช่วงโลว์ซีซันได้อย่างเด่นชัด
การที่กำลังพลขึ้นฝั่งพักผ่อนในช่วงเวลาที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่น ๆ บางตลาดลดจำนวนลง ทำให้หลายธุรกิจตั้งแต่ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ร้านค้าต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยว ไปจนถึงโรงแรมเชนต่างประเทศกลับมามียอดลูกค้าให้พอหายใจ ในมุมเศรษฐกิจ นี่คือการสร้างดีมานด์สำรองที่เมืองท่องเที่ยวควรคิดเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ว่าจะใช้กลุ่มท่องเที่ยวเฉพาะทาง เช่น ท่องเที่ยวทหารสหรัฐฯ หรือกลุ่มกิจกรรมพิเศษ เพื่อถมช่องว่างในฤดูกาลท่องเที่ยวที่ยอดตก แทนการปล่อยให้เมืองซบเซาแล้วค่อยลุ้นไฮซีซันรอบใหม่

จากเมืองกลางคืนสู่ Pattaya Variety: เมื่อทหารช่วยรีแบรนด์เมืองทะเล
ผลกระทบที่สำคัญไม่แพ้เม็ดเงินคือการรีแบรนด์ท่องเที่ยวเมืองพัทยาให้หลุดพ้นจากภาพเมืองกลางคืนแต่เพียงด้านเดียว นายกเมืองพัทยายอมรับว่าภาพจำเดิมคือแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนหรือเบียร์บาร์ แต่วันนี้ต้องการผลักดันเมืองสู่แนวคิด “Pattaya Variety” เมืองที่มีความหลากหลายมากขึ้น น่าสังเกตว่าพฤติกรรมกำลังพลสหรัฐฯ รุ่นใหม่ไม่ได้มุ่งหน้าสถานบันเทิงยามค่ำคืนแบบยุคทหาร GI แต่กระจายไปเที่ยวปราสาทสัจธรรม สวนนงนุชพัทยา ตลาดน้ำสี่ภาค ทำกิจกรรมอย่างขี่ช้าง รับประทานอาหารพื้นเมือง และซื้อสินค้าเป็นของฝากครอบครัว
นายธเนศ ศุภรสหัสรังสีชี้ว่า ภายหลังได้เห็นภาพจริงว่ากำลังพลเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ไปสวนนงนุช ไปกินอาหารพื้นเมือง และจับจ่ายตามร้านค้าในห้าง ทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาดูดีขึ้น เพราะเมืองไม่ได้พึ่งพาการท่องเที่ยวกลางคืนเพียงอย่างเดียว แต่มีห้าง ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมรองรับ เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นการประชาสัมพันธ์พัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มาได้ทุกวัน เที่ยวได้ทุกวัย และปลอดภัยสำหรับทุกคน ซึ่งสอดคล้องกับคำยืนยันของนายกเมืองพัทยาที่อธิบายว่าประสบการณ์ของกำลังพลต่อเมืองเป็นไปในเชิงบวกและกลายเป็นความทรงจำที่ดี
บทเรียนเชิงกลยุทธ์: ทหารสหรัฐฯ กับอนาคตท่องเที่ยวเมืองพัทยา
เมื่อมองย้อนเหตุการณ์กำลังพลราว 4,800–5,000 นายพักผ่อนในพัทยาช่วง 2–6 กันยายน สิ่งที่เมืองควรเก็บไว้เป็นบทเรียนไม่ใช่แค่ตัวเลขเงินสะพัดใกล้ 100 ล้านบาทเท่านั้น แต่คือการพิสูจน์ว่าท่องเที่ยวทหารสหรัฐฯ สามารถเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเมืองชายทะเลทั้งด้านเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ ถ้าพัทยาและจังหวัดชลบุรียังต้องเผชิญการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวต่ำกว่า เมืองจึงต้องเดินเกมใหม่ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมันสมองด้านการจัดการฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างจริงจัง
ข้อสรุปสำคัญคือ เมืองท่องเที่ยวชายทะเลไม่ควรหวังเพียงนักท่องเที่ยวทั่วไปในช่วงไฮซีซัน แต่ต้องมองหากลุ่มเฉพาะ เช่น ท่องเที่ยวทหารสหรัฐฯ งานประชุมระดับนานาชาติ หรือกิจกรรมกีฬา เพื่อเติมรายได้ในช่วงโลว์ซีซันควบคู่ไปกับการรีแบรนด์เมืองให้เป็นปลายทางที่ครอบครัว นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ และกลุ่มเฉพาะสามารถใช้เวลาได้อย่างปลอดภัยและหลากหลาย การมาครั้งนี้แสดงให้เห็นแล้วว่ากลุ่มกำลังพลไม่เพียงพาเงินสดมาสาดใส่เมือง แต่ยังพาภาพจำใหม่มาให้พัทยานำไปต่อยอดเป็น Pattaya Variety ในระยะยาว

