ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นถัดไปอาจแพงขึ้น 10-20%

ทำไมสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นถัดไปอาจแพงขึ้น 10-20%
ความสนใจ|รวมมือถือแนะนำ

ราคาสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากต้นทุนชิปเซ็ตทั่วอุตสาหกรรม

ราคาสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้น คือแนวโน้มที่เกิดจากการที่ต้นทุนชิปเซ็ต หน่วยความจำ และส่วนประกอบสำคัญอื่นในอุตสาหกรรมมือถือปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน ส่งผลให้ผู้ผลิตไม่สามารถตั้งราคาขายใกล้เคียงเดิมได้อีก ต้องผลักภาระบางส่วนมายังผู้บริโภคผ่านราคาโทรศัพท์พรีเมียมและรุ่นระดับกลางที่ขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะรุ่นเรือธงที่ใช้ชิปรุ่นล่าสุดและหน่วยความจำความจุสูง ซึ่งรับผลกระทบจากค่าชิป Qualcomm และราคาเมมโมรีที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง หัวใจของเรื่องนี้คือ การขึ้นราคาชิปแบบเลขสองหลักของ Qualcomm สำหรับชิปที่ส่งมอบหลังวันที่ 1 กันยายน ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนทั่วโลกต้องเผชิญต้นทุนใหม่ทันที เมื่อประกอบกับรายงานของ TrendForce ที่คาดว่าซีรีส์ iPhone 18 จะมีราคาเพิ่มขึ้น 10-20% เพราะปัญหาขาดแคลน RAM และต้นทุนฮาร์ดแวร์สูงขึ้น ภาพรวมตลาดมือถือจึงกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคที่ผู้ใช้ต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อได้สเปกระดับเดิม การหวังว่าเรือธงรุ่นใหม่จะถูกลงแทบไม่สอดคล้องกับความจริงของห่วงโซ่อุปทานในตอนนี้

ทำไมสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นถัดไปอาจแพงขึ้น 10-20%

ค่าชิป Qualcomm พุ่ง กับชะตากรรมต้นทุนชิปเซ็ตของผู้ผลิตมือถือ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันราคาสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้นคือการที่ Qualcomm ประกาศขึ้นราคาชิปแบบเลขสองหลัก เริ่มมีผลทันทีสำหรับชิปที่ส่งมอบหลังวันที่ 1 กันยายน และแจ้งลูกค้าตั้งแต่เดือนกรกฎาคมว่ารอบการจัดส่งใหม่จะมีต้นทุนชิปที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุไม่ได้มาจากความโลภล้วนๆ แต่จากคำอธิบายของซีอีโอที่ระบุชัดว่า Qualcomm ไม่สามารถแบกรับต้นทุนซัพพลายเออร์ที่เพิ่มขึ้นต่อไปได้ และกำลังส่งผ่านการขึ้นราคาครั้งใหญ่ที่ตนเองได้รับมาสู่ลูกค้าเช่นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ ผลกระทบของค่าชิป Qualcomm ที่สูงขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่โทรศัพท์รุ่นท็อปของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง เพราะ Qualcomm เป็นทั้งผู้ผลิตโมเด็มให้ Apple และซัพพลายเออร์ชิปมือถือให้ Samsung และค่ายอื่นอีกมาก เมื่อราคาชิปทั้งไลน์ถูกยกขึ้น ผู้ผลิตทุกค่ายต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนพร้อมกัน บางรายอาจยอมลดสเปกชิปหรือเซ็ตต้นทุนฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นลงเพื่อพยุงราคาขาย แต่ในตลาดเรือธงที่แข่งขันด้านประสิทธิภาพอย่างดุเดือด การลดสเปกคือทางเลือกที่แทบทำไม่ได้จริง จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะเกิดราคาโทรศัพท์พรีเมียมที่ขยับขึ้น

เมื่อหน่วยความจำแพงขึ้นหลายเท่า ราคา iPhone 18 จึงมีโอกาสขยับ 10-20%

ฝั่ง Apple ก็หนีไม่พ้นแรงกดต้นทุนเดียวกัน รายงานจาก TrendForce ระบุว่าซีรีส์ iPhone 18 มีแนวโน้มจะมีราคาเพิ่มขึ้น 10-20% เพราะปัญหาขาดแคลน RAM ที่ยืดเยื้อมานานและต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มขึ้น ที่น่าตกใจคือ สำหรับรุ่น Pro ความจุ 256GB ต้นทุนหน่วยความจำในไตรมาสสามปีนี้คาดว่าจะสูงกว่าปีก่อนเกือบ 400% ตามคำอธิบายในรายงาน คำพูดนี้คือเสียงสะท้อนชัดเจนว่าต้นทุนชิ้นส่วนภายในเครื่องกำลังก้าวกระโดดเร็วกว่าที่ผู้ใช้จะรับรู้ผ่านหน้าราคา Apple พยายามเจรจาต่อรองราคาส่วนประกอบอื่นเพื่อชดเชยต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น แต่ TrendForce มองว่าการประหยัดส่วนอื่นอาจไม่สามารถหักล้างแรงกดต้นทุนรวมได้เพียงพอ และแม้บริษัทจะเลือกดูดซับต้นทุนบางส่วนเพื่อรักษากลยุทธ์ราคาให้ดู “ไม่แรงจนเกินไป” ก็ยังมีโอกาสที่ iPhone 18 รุ่นใหม่บางรุ่น โดยเฉพาะตัวพรีเมียม จะมีราคาจำหน่ายสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าในงานเปิดตัวเดือนกันยายน เงื่อนไขนี้ทำให้ราคา iPhone 18 กลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการที่ราคาโทรศัพท์พรีเมียมต้องขยับตามต้นทุนชิปเซ็ตและหน่วยความจำ ไม่ใช่เพียงเพราะฟีเจอร์เพิ่มขึ้น

ผู้บริโภคจะรับมืออย่างไร เมื่อราคาโทรศัพท์พรีเมียมทยอยขยับขึ้น

เมื่อโทรศัพท์เรือธงเริ่มมีแนวโน้มแพงขึ้นเป็นหลักสิบเปอร์เซ็นต์ หลายคนอาจหวังให้ผู้ผลิตยอมลดกำไรเพื่อรักษาราคา แต่ความจริงคือทั้งฝั่งผู้ผลิตชิปและผู้ผลิตเครื่องล้วนเผชิญแรงบีบคั้นด้านมาร์จินอยู่แล้ว Qualcomm เองยอมรับว่ากำลังเผชิญต้นทุนซัพพลายเออร์สูงขึ้นจนต้องส่งผ่านการขึ้นราคาต่อไปยังลูกค้า ขณะที่ Apple ก็ต้องจัดการต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งอย่างรวดเร็วและยอมรับว่าส่วนลดจากส่วนประกอบอื่นไม่เพียงพอจะหักล้างแรงกดต้นทุนรวมได้ ฝั่งผู้ใช้ ความต้องการให้ iPhone ถูกลงมีอยู่จริง แต่เมื่อสอบถามผู้อ่านจำนวนไม่น้อยก็พบว่าความหวังนี้ดูจะสวนทางกับทิศทางต้นทุน โดยมีถึง 16% ที่อยากเห็นราคาลดลงแต่ถูกมองว่าเป็นความคาดหวังที่แทบเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ ทางเลือกที่เป็นจริงมากกว่าคือ การเลื่อนอัปเกรดเครื่องให้นานขึ้น เลือกความจุหน่วยความจำที่เหมาะสมแทนการซื้อรุ่นสูงสุด หรือยอมขยับจากเรือธงไปใช้รุ่นรองที่ให้สมดุลระหว่างราคาและฟีเจอร์ ในยุคที่ราคาสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้นอย่างมีเหตุผลจากต้นทุน ผู้บริโภคยิ่งต้องวางแผนการซื้อแบบมีข้อมูลมากกว่าอาศัยโปรโมชันระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!