ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

การหกล้มคือวิกฤตสุขภาพเงียบ ฝึกสมดุลวันนี้เพื่อไม่ต้องนอนโรงพยาบาลพรุ่งนี้

การหกล้มคือวิกฤตสุขภาพเงียบ ฝึกสมดุลวันนี้เพื่อไม่ต้องนอนโรงพยาบาลพรุ่งนี้
ความสนใจ|ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

การหกล้มในผู้สูงอายุไม่ใช่อุบัติเหตุเล็กน้อย แต่คือวิกฤตสุขภาพเงียบ

ป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุคือกระบวนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่มุ่งลดโอกาสการพลัดตก ลื่นล้ม หรือสะดุดล้มผ่านการฝึกกล้ามเนื้อ การฝึกสมดุล และการปรับสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย รวมถึงการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วัยทำงานเพื่อลดความเสื่อมของร่างกายและลดความรุนแรงของการบาดเจ็บเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ การหกล้มในวัยสูงอายุไม่ใช่เรื่องซุ่มซ่ามธรรมดา แต่คือวิกฤตสุขภาพเงียบที่กำลังขยายตัวอย่างน่ากังวล เมื่อผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น ภาพผู้สูงอายุล้มแล้วต้องนอนโรงพยาบาลหลายเดือน หรือเดินไม่ได้เหมือนเดิม ไม่ควรถูกมองว่าเป็นชะตากรรมของวัย แต่เป็นผลจากการละเลยการเตรียมตัวล่วงหน้าที่แก้ไขได้ หากเรากล้าพูดว่าการหกล้มเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ เราก็ต้องกล้ายอมรับว่าการไม่ออกกำลังกายและไม่ปรับบ้านให้ปลอดภัย คือการผลักตัวเองและคนที่เรารักไปสู่ความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

การหกล้มคือวิกฤตสุขภาพเงียบ ฝึกสมดุลวันนี้เพื่อไม่ต้องนอนโรงพยาบาลพรุ่งนี้

สังคมสูงวัยกับตัวเลขที่น่าตกใจ ทำไมเราต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่อายุ 50

วันนี้ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากกว่า 14 ล้านคน คิดเป็นมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด และประเทศเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2565 แล้ว สิ่งที่น่ากังวลคือผู้สูงอายุประมาณ 1 ใน 3 มีประสบการณ์หกล้ม ต้องเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกเกือบ 400,000 รายต่อปี และผู้ป่วยใน 80,000 รายต่อปี เสียชีวิตมากกว่า 1,500 รายต่อปี ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่สถิติในรายงาน แต่คือชีวิตจริงของพ่อแม่ ปู่ย่าตายายของเรา ขณะเดียวกันมีประชากรวัย 50-59 ปีราว 900,000 คนต่อปีที่กำลังจะเข้าสู่วัยสูงอายุ โดยกว่าครึ่งยังไม่เคยได้รับความรู้เรื่องการป้องกันการพลัดตกหกล้ม หากกลุ่มวัยนี้ยังคิดว่าปัญหาการหกล้มเป็นเรื่องของคนแก่ เรากำลังปล่อยให้อนาคตตัวเองเดินเข้าใกล้เตียงผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น

การหกล้มคือวิกฤตสุขภาพเงียบ ฝึกสมดุลวันนี้เพื่อไม่ต้องนอนโรงพยาบาลพรุ่งนี้

ข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้อน้อย และการไม่ออกกำลังกาย จุดเริ่มต้นของการหกล้มซ้ำ

การหกล้มไม่ได้เกิดจากพื้นลื่นอย่างเดียว แต่มักเริ่มจากร่างกายที่อ่อนแรงและข้อที่เสื่อม จากข้อมูลระดับประเทศพบว่า 53.8% ของผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนมีภาวะข้อเข่าเสื่อมที่มีอาการ และในกลุ่มนี้ประมาณครึ่งหนึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการหกล้ม ขณะที่มากกว่า 1 ใน 4 เคยหกล้มอย่างน้อยหนึ่งครั้งในรอบปีที่ผ่านมา เมื่อมวลกล้ามเนื้อน้อย การทรงตัวก็แย่ลง ผลสำรวจในกลุ่มอายุ 45-59 ปีพบว่า 48.90% มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย และ 64.27% ออกกำลังกายไม่เพียงพอ นี่คือภาพสะท้อนชัดเจนว่าการละเลยการฝึกกล้ามเนื้อและแบบฝึกสมดุลในวัยทำงาน เป็นการสะสมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังคิดว่าปวดเข่าเป็นเรื่องธรรมดา จึงทนอยู่กับความเจ็บและลดการเคลื่อนไหวลงเรื่อยๆ ผลคือเดินน้อยลง กล้ามเนื้ออ่อนลง และหกล้มง่ายขึ้น วัฏจักรนี้จะไม่หยุดจนกว่าเราจะยอมรับว่าการเคลื่อนไหวเป็นหัวใจของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

การหกล้มคือวิกฤตสุขภาพเงียบ ฝึกสมดุลวันนี้เพื่อไม่ต้องนอนโรงพยาบาลพรุ่งนี้

ไม่ใช่แค่เดินให้ครบ 10,000 ก้าว แต่ต้องฝึกสมดุลและกล้ามเนื้อให้ตรงจุด

คำแนะนำให้ผู้สูงอายุเดินเยอะๆ ยังไม่พอที่จะป้องกันการหกล้ม หากการเดินนั้นเกิดขึ้นบนร่างกายที่มีกล้ามเนื้อน้อยและการทรงตัวไม่ดี สิ่งที่จำเป็นคือการออกแบบการออกกำลังกายให้เน้นแบบฝึกสมดุลและฝึกกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน เช่น กล้ามเนื้อขา สะโพก แกนกลางลำตัว และข้อเท้า หลักคิด “ขยับเพิ่ม” ที่ถูกเสนอคือการมีกิจกรรมทางกายรวมไม่น้อยกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์ โดยเน้นการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและฝึกการทรงตัวอย่างสม่ำเสมอ แต่ในทางปฏิบัติ คนจำนวนมากยังเลือกเดินเล่นเบาๆ แล้วคิดว่าทำหน้าที่เสร็จเรียบร้อย ทั้งที่ไม่ได้ฝึกการทรงตัวในท่าเสี่ยง เช่น ยืนขาเดียว เดินบนเส้น หรือฝึกขึ้นลงบันไดอย่างมั่นคง การป้องกันการหกล้มจึงต้องกล้าปรับวิธีออกกำลังกาย จากแค่ “ขยับบ้าง” ไปสู่ “ขยับอย่างมีเป้าหมาย” ให้ร่างกายพร้อมรับแรงกระแทกและเปลี่ยนทิศทางกะทันหันได้จริง

รู้ ปรับ ขยับเพิ่ม เปลี่ยนบ้านและร่างกายให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยก่อนสาย

มาตรการ “รู้ ปรับ ขยับเพิ่ม” ไม่ใช่สโลแกนสวยหรู แต่คือแผนชีวิตสำหรับคนวัย 50-59 ปีและผู้สูงอายุทุกคน ขั้นแรกคือ “รู้” ประเมินความเสี่ยงของตัวเอง ทั้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ ปัญหาสายตา และภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยขั้นที่สอง “ปรับ” สภาพบ้านให้ลดจุดเสี่ยงจากการสะดุด ลื่น หรือหกล้ม ทั้งพื้นต่างระดับ พรมหลวม ทางเดินมืด หรือห้องน้ำที่ไม่มีราวจับ แต่ผลสำรวจพบว่ามีเพียง 11.79% ที่วางแผนปรับปรุงบ้านให้ปลอดภัย ซึ่งสะท้อนว่าเรายังมองข้ามมิติสิ่งแวดล้อมอย่างน่าเป็นห่วง ขั้นสุดท้าย “ขยับเพิ่ม” ด้วยการออกกำลังกายอย่างมีเป้าหมายดังที่กล่าวแล้ว หากเราไม่ทำสามสิ่งนี้พร้อมกัน การบาดเจ็บจากการพลัดตกหกล้มอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในไม่กี่ปีข้างหน้า การสูงวัยอย่างมีคุณภาพไม่ใช่การภาวนาไม่ให้ล้ม แต่คือการวางแผนอย่างมีสติทั้งในระดับร่างกายและบ้าน เพื่อให้ทุกก้าวในบั้นปลายชีวิตยังมั่นคงและเป็นอิสระ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!