ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

คอลเลกชั่นลักชัวรี่ครองเวที มิลาน ปารีส fashion week

คอลเลกชั่นลักชัวรี่ครองเวที มิลาน ปารีส fashion week
ความสนใจ|เทรนด์แฟชั่น

ทำไมแฟชั่นวีก spring-summer 2027 จึงสำคัญกว่าฤดูกาลไหน

แฟชั่นวีก spring-summer 2027 คือฤดูกาลแฟชั่นระดับโลกที่แบรนด์ลักชัวรี่และดีไซเนอร์รุ่นใหม่ใช้เป็นเวทีนำเสนอทิศทางความงาม สไตล์ และงานหัตถศิลป์ ผ่านคอลเลกชั่นที่สร้างภาพจำใหม่ให้มิลาน ปารีส fashion week พร้อมทั้งสะท้อนบทบาทของครีเอทีฟไดเรกเตอร์แฟชั่นในการตีความมรดกของแบรนด์และวัฒนธรรมร่วมสมัย ให้กลายเป็นภาษาดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์และส่งอิทธิพลต่อการแต่งกายของผู้คนทั่วโลกในฤดูกาลถัดไป

แก่นของฤดูกาลนี้ไม่ใช่แค่ความหรูหราของคอลเลกชั่นลักชัวรี่ แต่คือการเผชิญหน้าระหว่างอดีตและอนาคต แบรนด์มรดกอย่าง CHANEL เลือกย้อนกลับสู่เมืองต้นกำเนิดของตัวเอง ขณะที่แบรนด์อย่าง SIRIVANNAVARI ใช้เวทีมิลาน แฟชั่น วีก เพื่อเล่าเรื่องการเดินทางเชิงวัฒนธรรมผ่านสายตาของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ภาพรวมคือแฟชั่นวีกที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของการทดลองและการประกาศตัวตนอย่างชัดเจน

CHANEL Cruise 2027 การหวนคืนสู่เมืองกำเนิดในมุมมองใหม่ของ Matthieu Blazy

เมื่อแบรนด์ลักชัวรีผู้บุกเบิกคอลเลกชั่นครูซอย่าง CHANEL เลือกจัดแฟชั่นโชว์ CHANEL Cruise 2027 ที่เมืองโดวิลล์ในประเทศฝรั่งเศส วันที่ 27 เมษายน 2027 สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การกลับบ้าน แต่คือการทบทวนรากเหง้าผ่านสายตาใหม่ของ Matthieu Blazy ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แฟชั่นที่กำลังกำหนดบทต่อไปของแบรนด์นี้ เมืองโดวิลล์คือที่ที่ Gabrielle Chanel เปิดร้านเสื้อผ้า ready-to-wear แห่งแรกในปี 1912 และจุดนี้เองที่ทำให้โชว์ครั้งนี้มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มากเป็นพิเศษ

คำกล่าวของ Bruno Pavlovsky ว่า “เมืองโดวิลล์คือสถานที่ที่ Gabrielle Chanel ได้เปิดตัวผลงานแฟชั่นชุดแรกของเธอ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของแบรนด์” ย้ำว่าคอลเลกชั่นนี้ไม่ได้มีเดิมพันแค่ด้านสไตล์ แต่คือบทพิสูจน์ว่าครีเอทีฟไดเรกเตอร์รุ่นใหม่จะเล่าเรื่องมรดกของแบรนด์อย่างไร ในเมื่อคอลเลกชั่น Cruise แรกของ Matthieu Blazy ที่จัดที่บียาริตส์เพิ่งได้รับคำชมอย่างล้นหลาม การกลับมาครั้งนี้จึงถูกจับตามองว่าเขาจะผสานความจำคลาสสิกกับมุมมองร่วมสมัยได้ลึกแค่ไหน

SIRIVANNAVARI ‘Soul of an Empire’ เมื่ออินเดียพบงานหัตถศิลป์และสไตล์ยุค 70

อีกด้านหนึ่งของแฟชั่นวีก spring-summer 2027 คือเสียงจากเอเชียผ่านแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่นำคอลเลกชัน ‘Soul of an Empire’ ไปจัดแสดงในวันสุดท้ายของ Milan Fashion Week ณ Palazzo Moriggia พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ใจกลางมิลาน คอลเลกชั่นลักชัวรี่ชุดนี้ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในฐานะองค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์ เนื้อหาคือการตีความศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมของอินเดีย โดยเฉพาะเมืองชัยปุระ ผ่านมุมมองร่วมสมัยและงานหัตถศิลป์ที่ผสานอัตลักษณ์ความเป็นไทย

สิ่งที่ทำให้ ‘Soul of an Empire’ น่าสนใจคือการเชื่อมโยงอินเดียเข้ากับบรรยากาศยุค 1970 ช่วงเวลาที่ศิลปินและนักดนตรีเดินทางสู่ดินแดนแห่งนี้เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจด้านสีสันและจิตวิญญาณ ผลลัพธ์คือการผสมผสานงานตัดเย็บแบบมาสคิวลีนเข้ากับเดรปพลิ้วไหว ถ่ายทอดภาพบุรุษที่สง่างามแต่มีอิสระ ภาพสตรีที่เน้นโครงสร้างคมชัดของ IRIS Jacket พร้อมกระโปรง ผ้าโปร่ง และผ้าพันคอยาวที่ช่วยสร้างการเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิต ทั้งหมดวางอยู่บนพาเลตสีที่เดินทางจากขาว ครีม ไปสู่ Dusty Pink Earthy Spice และโทนเครื่องเทศสดใส

คอลเลกชั่นลักชัวรี่ครองเวที มิลาน ปารีส fashion week

รายละเอียดและงานคราฟต์ที่ยกระดับคอลเลกชั่นลักชัวรี่บนเวทีมิลาน

หากจะพูดถึงสิ่งที่ทำให้คอลเลกชัน ‘Soul of an Empire’ กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายของมิลาน ปารีส fashion week ฤดูกาลนี้ ต้องยกให้ระดับความพิถีพิถันด้านงานคราฟต์ ตั้งแต่ลายพิมพ์ดิจิทัลที่ต่อยอดจากภาพพิมพ์แกะไม้ฝีพระหัตถ์ ไปจนถึงงานปักมือโดย SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ที่ใช้ลูกปัด กระจก กระดุมโครเชต์ พู่ และดอกไม้สามมิติสร้างมิติให้ผืนผ้า ผ้าไหมมัดหมี่จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพถูกตีความใหม่เป็นผ้านุ่งแบบโธตีของอินเดีย แล้วผสานโครงสร้างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโจงกระเบนไทย

เครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษใช้เสื้อทูนิก กางเกงทรงสบาย และผ้าพันคอในโทน Orange Ginger Green Cardamom และ Blue Turmeric เพื่อสื่อบรรยากาศสบายแต่เนี้ยบแบบเทเลอริ่ง ขณะที่แอ็กเซสซอรีส์อย่างกระเป๋า La Luna La Belle รุ่น IRA และ Rani รวมถึงรองเท้าส้นพีระมิด โลฟเฟอร์หนังกลับ และแซนดัล ล้วนตอกย้ำสมการระหว่างความหรูหราและความร่วมสมัย เครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังอินเดียถูกตีความเป็นรูปทรงประติมากรรมร่วมสมัยด้วยโทนเงินและทองแชมเปญ ส่งผลให้ภาพรวมคอลเลกชั่นนี้คือบทสนทนาระหว่างศิลปะ วัฒนธรรม และแฟชั่นอย่างแท้จริง

คอลเลกชั่นลักชัวรี่ครองเวที มิลาน ปารีส fashion week

ฤดูกาลที่นิยามด้วยความหลากหลายของครีเอทีฟไดเรกเตอร์แฟชั่น

เมื่อมองภาพรวมของแฟชั่นวีก spring-summer 2027 จะเห็นชัดว่าฤดูกาลนี้ถูกนิยามด้วยความหลากหลายของวิธีคิดจากครีเอทีฟไดเรกเตอร์แฟชั่น ไม่ว่าจะเป็น Matthieu Blazy ที่เลือกสำรวจรากเหง้า CHANEL ผ่านเมืองโดวิลล์ในคอลเลกชั่น Cruise ลำดับที่สองของเขา หรือองค์ดีไซเนอร์แห่ง SIRIVANNAVARI ที่นำประสบการณ์การเดินทางสู่ชัยปุระมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวแฟชั่นผ่านศิลปะ วัฒนธรรมอินเดีย และงานหัตถศิลป์ไทยแบบร่วมสมัย

ทิศทางของคอลเลกชั่นลักชัวรี่ในฤดูกาลนี้จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงสร้างความงดงามบนรันเวย์ แต่คือการใช้เวทีอย่างมิลาน ปารีส fashion week เป็นพื้นที่เล่าเรื่องมรดก ความทรงจำ และอัตลักษณ์ส่วนตัวอย่างเข้มข้น คอลเลกชัน ‘Soul of an Empire’ แสดงให้เห็นว่าการผสมผสานวัฒนธรรมต่างถิ่นกับรากฐานของตัวเองสามารถกลายเป็นภาษาดีไซน์ที่น่าเชื่อถือ ขณะที่การกลับสู่โดวิลล์ของ CHANEL ย้ำว่าการหวนไปหาจุดเริ่มต้นก็อาจเป็นทางลัดสู่อนาคตของแบรนด์ ฤดูกาลนี้จึงคือสัญญาณว่าแฟชั่นลักชัวรี่กำลังเดินหน้าไปบนเส้นทางที่ลึกและส่วนตัวกว่าเดิม

คอลเลกชั่นลักชัวรี่ครองเวที มิลาน ปารีส fashion week

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!