SDGs Expo คืออะไร และทำไมจึงเป็นสัญญาณทางการค้าใหม่
Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 คือเวทีแสดงและเชื่อมโยงธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อผลักดันสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยรวมผู้ประกอบการจากทุกภูมิภาคมาเจอกับคู่ค้าทางธุรกิจ ภาครัฐ และผู้บริโภคในที่เดียว สร้างโอกาสทั้งด้านการค้า การพัฒนาแบรนด์ และการต่อยอดนวัตกรรมบนฐานแนวคิดธุรกิจยั่งยืน SDGs เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและชุมชน ไม่ใช่การเติบโตแบบทำลายทรัพยากรเหมือนเดิมอีกต่อไป สิ่งที่สะท้อนความเปลี่ยนเกมคือ งานนี้ไม่ได้จัดขึ้นมาเพื่อ “ขายของในฮอลล์” แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจการค้าภายใต้วิสัยทัศน์ MOC+ ที่เน้นความเข้มแข็ง เป็นธรรม และเติบโตอย่างยั่งยืน นี่จึงเป็นสัญญาณชัดว่าทิศทางการค้าภูมิภาคกำลังหันไปหาธุรกิจยั่งยืนมากขึ้น และใครขยับก่อนย่อมมีแต้มต่อ

จากงานแสดงสินค้า สู่เครื่องมือปั้นผู้ประกอบการยุค SDGs
หัวใจของงาน SDGs Expo ปีนี้อยู่ที่การระดมผู้ประกอบการศักยภาพกว่า 200 รายมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แล้วออกแบบให้เป็นระบบนิเวศการค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่โซนจำหน่ายสินค้า กิจกรรม Business Matching คลินิก Design & Innovation ไปจนถึงพิธีลงนาม MOU ของภาคเอกชน เพื่อเปิดโอกาสการค้าใหม่ให้ผู้ประกอบการที่พร้อมเติบโตบนแนวยั่งยืน คำกล่าวในพิธีเปิดที่ว่า ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้มองแค่ราคาและคุณภาพ แต่มองหาความใส่ใจต่อโลก ไม่ใช่เพียงถ้อยคำสวยหรู แต่เป็นโจทย์ทางธุรกิจจริง การรวบรวมข้อมูลสินค้า SDGs และการสร้างช่องทางให้ผู้ประกอบการปรับสินค้าให้ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก คือการเปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นอาวุธแข่งขันในตลาดสากล ผู้ประกอบการที่เรียนรู้จากคลินิกนวัตกรรมและเวทีจับคู่ธุรกิจในงานนี้ จึงไม่ได้กลับบ้านแค่ยอดขายชั่วคราว แต่กลับไปพร้อมโมเดลธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสไปได้ไกลกว่าเดิม

รัฐ–เอกชนจับมือ สร้างสะพานให้สินค้าไทยออกสู่ตลาดกว้าง
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือบทบาทของส่วนราชการและเอกชนในงานนี้ไม่ได้แยกกันเดิน แต่เดินคู่กันอย่างตั้งใจ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพหลัก เปิดพื้นที่ให้การเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิตท้องถิ่นกับห้างสรรพสินค้า โรงแรม และคู่ค้าต่างชาติมุ่งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเจรจาไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทในงานเดียว ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนยังลงนาม MOU กันภายในงานโดยมีผู้แทนระดับสูงของกระทรวงร่วมเป็นสักขีพยาน เราจึงเห็นภาพชัดว่า รัฐไม่ได้แค่ “สนับสนุนเชิงนโยบาย” แต่ลงมาช่วยวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ช่องทางตลาด และความเชื่อมั่นให้สินค้าไทยส่งออกโดยเฉพาะสินค้ารักษ์โลกมีทางเดินที่ชัดขึ้น ส่วนเอกชนก็ไม่รอคำสั่ง แต่ใช้เวทีนี้สร้างเครือข่ายและดีลธุรกิจใหม่ การเกาะเกี่ยวกันแบบนี้ต่างหากที่ทำให้แนวคิดเศรษฐกิจรวมประชาไม่ใช่แค่คำในเอกสาร แต่เป็นการลงมือเชื่อมผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้บริโภคในพื้นที่เดียว

ยกระดับภูมิปัญญาและเศรษฐกิจฐานราก สู่บทบาทผู้เล่นสำคัญในภูมิภาค
อีกมิติที่มองข้ามไม่ได้คือการใช้ภูมิปัญญาไทยมาเชื่อมกับแนวคิดแฟชั่นความยั่งยืน ผ่านนิทรรศการ “ภูมิปัญญาไทยสู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ที่ถ่ายทอดพระวิสัยทัศน์ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดผ้าไทยและงานหัตถกรรมให้ร่วมสมัยและเป็นที่ยอมรับระดับสากล นี่คือการบอกโลกว่าความยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องวัสดุรีไซเคิล แต่รวมถึงการให้คุณค่าแก่ชุมชนและวัฒนธรรมด้วย เมื่อเชื่อมเข้ากับการคัดเลือกสินค้าจาก 76 จังหวัดกว่า 200 บูธ มากกว่า 1,000 รายการ งานนี้จึงเป็นเวทีที่ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ประกอบการชุมชนและ SMEs ได้ทดลองตลาด ได้ฟังเสียงผู้บริโภค และได้เจอคู่ค้าที่พร้อมพาสินค้าไปต่อในตลาดกว้าง การเติบโตของสินค้าไทยส่งออกในบริบทธุรกิจยั่งยืน SDGs จึงไม่ใช่เรื่องของรายใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเกมที่ฐานรากมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์โดยตรง

ผู้บริโภคคือหุ้นส่วนในเกมธุรกิจยั่งยืน ไม่ใช่แค่คนมาซื้อของ
แม้งานจะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการเป็นหลัก แต่บทบาทของประชาชนในงานนี้สำคัญไม่แพ้กัน การชวนให้ “ช้อปอย่างมีคุณค่า” คือการพลิกมุมมองจากการซื้อของตามราคา มาเป็นการเลือกสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม อาหาร เครื่องดื่ม แฟชั่น ผ้า เครื่องแต่งกาย ของแต่งบ้าน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามที่ถูกนำมาจำหน่าย ล้วนมีเรื่องเล่าด้านความยั่งยืนให้ผู้บริโภคตัดสินใจ กิจกรรมเสวนา เวิร์กช็อปปลูกต้นไม้และทำ SEED BOMB รวมทั้งดนตรีสดตลอดวันทำให้งานนี้ไม่ใช่แค่ตลาดนัด แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องธุรกิจยั่งยืน SDGs ในระดับที่จับต้องได้ เมื่อผู้บริโภคเริ่มคุ้นกับการตั้งคำถามว่า สินค้านี้ดูแลโลกอย่างไร ใครอยู่เบื้องหลัง และเงินที่จ่ายไปกลับไปหาใคร การค้าภูมิภาค ASEAN ที่กำลังเปลี่ยนตัวเองสู่เศรษฐกิจรวมประชาจะมีแรงหนุนจากคนตัวเล็กๆ มากขึ้น และนั่นคือพลังที่สามารถพลิกดุลเกมการค้าในระยะยาว




