ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

AI และแอปจองการเดินทางกำลังเขียนกติกาใหม่ให้การวางแผนทริปในเอเชีย

AI และแอปจองการเดินทางกำลังเขียนกติกาใหม่ให้การวางแผนทริปในเอเชีย
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

AI ท่องเที่ยวคืออะไร และทำไมการวางแผนทริปเฉพาะบุคคลถึงสำคัญ

AI ท่องเที่ยวคือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในแพลตฟอร์มและแอป booking การเดินทาง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรม ความชอบ และรูปแบบการเดินทางของผู้ใช้ แล้วแปลงเป็นข้อเสนอการเดินทางที่เฉพาะเจาะจง ตั้งแต่ระบบจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ไปจนถึงกิจกรรมระหว่างทริป ช่วยให้การวางแผนทริปแบบ personalized trip planning เป็นไปอย่างอัตโนมัติและตรงใจมากขึ้น ลดเวลาในการค้นหาข้อมูล และเพิ่มโอกาสที่นักเดินทางจะได้ประสบการณ์ที่สอดคล้องกับตัวตนและไลฟ์สไตล์ของตนเอง

การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันกำลังพลิกจากยุคที่นักเดินทางต้องไล่เปิดหลายเว็บไซต์ มาสู่ยุคที่แพลตฟอร์ม travel tech Asia พยายามรวบทุกอย่างไว้ในที่เดียว เป้าหมายคือให้ผู้ใช้จัดการทุกขั้นตอนผ่านแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่การจองเที่ยวบินและโรงแรมไปจนถึงการค้นหากิจกรรมระหว่างทริป เมื่อ AI เข้าใจเรามากขึ้น การเดินทางก็กลายเป็นบริการที่ออกแบบตามตัวบุคคล ไม่ใช่แพ็กเกจสำเร็จรูปเหมือนเดิม และนี่คือจุดที่ผู้เล่นรายใหญ่ในภูมิภาคกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

Trip.com กับยุคใหม่ของ personalized trip planning และการเที่ยวตามอีเวนต์

กรณีของ Trip.com แสดงให้เห็นชัดว่าการลงทุนใน AI ไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่เป็นยุทธศาสตร์เพื่อยึดหัวใจนักเดินทาง เจน ซัน ซีอีโอของบริษัทระบุว่าความต้องการเดินทางทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง และนักเดินทางเปิดรับจุดหมายปลายทางที่หลากหลายมากขึ้น ในบริบทนี้ AI ถูกใช้ทั้งเพื่อพัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้ ช่วยเขียนโค้ด ให้บริการลูกค้าหลายภาษา และสร้างเนื้อหาเสียง วิดีโอ ภาพ เพื่อให้แพลตฟอร์มตอบสนองได้ละเอียดขึ้นตามแต่ละตลาด

จุดที่น่าสนใจคือ AI ท่องเที่ยวของ Trip.com ถูกใช้เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและความชอบของผู้เดินทาง แล้วเสนอสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับแต่ละคน เช่น เมื่อผู้ใช้จองเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปลอนดอน ระบบจะเสนอโรงแรมระดับหรู คำนวณระยะทางจากสนามบินไปโรงแรม และแนะนำร้านอาหารหรือกิจกรรมใกล้ที่พักให้ทันที นี่คือภาพของ personalized trip planning ที่แท้จริง และเมื่อผนวกกับเทรนด์ Gen Z ที่นิยมเดินทางเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬา การที่แพลตฟอร์มสามารถจับสัญญาณความสนใจด้านอีเวนต์แล้วแนะนำทริปตามกิจกรรมเฉพาะทาง จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในสนามแข่งขัน travel tech Asia

AirAsia MOVE จากระบบจองตั๋วเครื่องบินสู่แอป booking การเดินทางระดับภูมิภาค

อีกฟากหนึ่งของสมรภูมิ แอป booking การเดินทางที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในภูมิภาคคือ AirAsia MOVE ซึ่งคว้ารางวัลแอปจองการเดินทางยอดเยี่ยมแห่งเอเชียจากเวที World Travel Tech Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ นี่ไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล แต่สะท้อนว่าผู้ใช้จำนวนมากยอมรับว่าแพลตฟอร์มนี้ตอบโจทย์การเดินทางยุคใหม่ได้จริง ปัจจุบัน MOVE พัฒนาจากแอปที่เน้นระบบจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรม ไปสู่แพลตฟอร์มด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่ดูแลผู้ใช้ได้ตลอดทั้งทริป ตั้งแต่จองเที่ยวบินจากสายการบินกว่า 700 แห่ง ไปจนถึงโรงแรมมากกว่าหนึ่งล้านแห่ง

สิ่งที่ทำให้ MOVE น่าสนใจคือการไม่หยุดอยู่แค่การจอง แต่ขยายไปสู่บริการอย่าง SNAP สำหรับจองเที่ยวบินพร้อมโรงแรม การเชื่อมต่อกับ GetYourGuide เพื่อค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวและประสบการณ์ทั่วโลก และ MOVETIX สำหรับความบันเทิงสด พร้อมกันนั้นยังพัฒนาประสบการณ์การจองและการชำระเงินให้สะดวกขึ้น และใช้ AskBo แชตบอตที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยตอบคำถามและดูแลผู้ใช้ตลอดเส้นทาง ผลคือจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนเพิ่มขึ้น 22 เปอร์เซ็นต์ แตะเกือบ 17 ล้านคน และยอดค้นหาการเดินทางบนแอปเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์เป็น 33 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกชัดว่าผู้ใช้กำลังย้ายจากเว็บไปอยู่ในแอปมากขึ้น

AI และแอปจองการเดินทางกำลังเขียนกติกาใหม่ให้การวางแผนทริปในเอเชีย

เมื่อพฤติกรรมนักเดินทางเปลี่ยน แอปและ AI ต้องตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุ

การเติบโตของแพลตฟอร์ม travel tech Asia ไม่ได้เกิดในสุญญากาศ แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักเดินทางทั่วภูมิภาค ข้อมูลจาก Trip.com ชี้ว่าตลาดนักเดินทางจีนมีการใช้จ่ายในต่างประเทศสูงมาก และเดินทางไกลขึ้นในช่วงวันหยุดยาวสำคัญ คนรุ่นพ่อแม่มักเดินทางเป็นกลุ่มเพื่อความปลอดภัย คนรุ่นกลางให้ความสำคัญกับการพาครอบครัวไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจากสถานที่จริง ส่วน Gen Z เดินทางตามคอนเสิร์ตและกีฬา ขณะที่ผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วมีเวลาและกำลังซื้อ เดินทางช่วงนอกฤดูกาลได้มากขึ้น

ในบริบทนี้ แอป booking การเดินทางที่ใช้ AI ท่องเที่ยวจึงต้องออกแบบประสบการณ์ให้ยืดหยุ่นพอจะรองรับทุกกลุ่ม ทั้งการแนะนำทริปอีเวนต์สำหรับคนรุ่นใหม่ การเสนอแพ็กเกจเรียนรู้วัฒนธรรมสำหรับครอบครัว และดีลช่วงโลว์ซีซันสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านความปลอดภัย ความสะดวกในการขอวีซ่า และเที่ยวบินตรงที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางอย่างมาก หากแพลตฟอร์มใดเข้าใจความหลากหลายนี้ได้ลึกกว่า และแปลงเป็นข้อเสนอที่จับต้องได้ผ่านระบบจองตั๋วเครื่องบินและบริการเสริมครบวงจร แพลตฟอร์มนั้นก็มีโอกาสขึ้นเป็นตัวเลือกหลักในใจนักเดินทาง

AI และแอปจองการเดินทางกำลังเขียนกติกาใหม่ให้การวางแผนทริปในเอเชีย

ข้อสังเกตสุดท้าย การเดินทางยุค AI ต้องไม่ลืมมนุษย์และประสบการณ์จริง

แม้ AI และแอป booking การเดินทางจะทำให้การวางแผนทริปง่ายและเฉพาะบุคคลมากขึ้น แต่การเดินทางยังเป็นเรื่องของมนุษย์และสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง เจน ซันย้ำว่ามีหลายกรณีที่ AI ไม่สามารถจัดการแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น สึนามิ แผ่นดินไหว หรือวิกฤตในบางภูมิภาค ทีมงานยังต้องติดต่อผู้เดินทางในพื้นที่ ดูแลความปลอดภัย ประสานเรื่องที่พัก อาหาร และการเดินทางกลับประเทศตามความจำเป็น นี่คือการเตือนว่าการลงทุนในเทคโนโลยีต้องเดินคู่กับการลงทุนในทีมคนจริง

ในภาพรวม AI ท่องเที่ยวและแพลตฟอร์ม travel tech Asia กำลังเขียนกติกาใหม่ให้การเดินทาง ตั้งแต่ระบบจองตั๋วเครื่องบินที่ฉลาดขึ้น ไปจนถึง personalized trip planning ที่ผูกกับไลฟ์สไตล์และอีเวนต์เฉพาะทาง ผู้เล่นอย่าง Trip.com และ AirAsia MOVE แสดงให้เห็นว่าผู้ชนะไม่ใช่แค่คนที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุด แต่คือคนที่เข้าใจนักเดินทางลึกที่สุด และแปลงความเข้าใจนั้นเป็นประสบการณ์จริงที่ราบรื่น หากเรามองการเดินทางเป็นการลงทุนในประสบการณ์ชีวิต การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ผสมผสาน AI กับการดูแลแบบมนุษย์อย่างสมดุล อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในยุคนี้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!