ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

กลิ่นหอมตัวตนใหม่ของคนดัง เมื่อทุกหยดน้ำหอมคือแบรนด์ส่วนตัว

กลิ่นหอมตัวตนใหม่ของคนดัง เมื่อทุกหยดน้ำหอมคือแบรนด์ส่วนตัว
ความสนใจ|น้ำหอม

น้ำหอมเซเลบริตี้คืออะไร และทำไมกลิ่นหอมถึงกลายเป็นสนามรบใหม่ของแบรนด์ส่วนตัว

น้ำหอมเซเลบริตี้คือผลิตภัณฑ์กลิ่นหอมที่คนดังมีส่วนร่วมออกแบบหรือเป็นแรงบันดาลใจหลัก เพื่อสะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และเรื่องเล่าทางอารมณ์ของพวกเขา น้ำหอมกลุ่มนี้ไม่ได้ขายแค่กลิ่น แต่ขายภาพจำและความใกล้ชิดที่แฟนคลับรู้สึกว่าตัวเองได้พกพาเสน่ห์ของศิลปินหรืออินฟลูเอนเซอร์คนโปรดไปติดตัวตลอดวัน จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของการสร้างแบรนด์ส่วนตัว ที่เชื่อมวงการบันเทิง แฟชั่น และความงามเข้าไว้ด้วยกันผ่านสัมผัสของกลิ่นหอม

ปีนี้ไม่ใช่แค่ปีที่มี น้ำหอมเซเลบริตี้ 2026 เพิ่มขึ้นแบบผ่านตามากขึ้นเท่านั้น แต่เป็นปีที่น้ำหอมกลายเป็นศูนย์กลางกลยุทธ์การสร้างตัวตนของคนดังอย่างชัดเจน เทต แม็กเรย์ น้ำหอม กลิ่นแรกของเธอคือ “TATE 01” เปิดตัวในฐานะผลงานฟลอรัลวูดดี้ที่ตั้งใจให้ติดผิวเหมือนผิวหนังชั้นที่สองและเปลี่ยนกลิ่นอย่างแยบยลตลอดทั้งวัน ขณะที่อีกด้านหนึ่งของตลาด เบลลา ฮาดิด กลิ่นหอม ใหม่อย่าง “Vanilla’s Touch” ถูกออกแบบเป็นสเปรย์ผิวกายและผมที่เพิ่มเข้าไปก่อนวันเกิดอายุครบ 30 ปีของเธอ เพื่อเติมเต็มภาพแบรนด์ไลฟ์สไตล์อ่อนหวานของ Orebella ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า เซเลบริตี้ ออกแบบ 香水 เพื่อให้แฟนรู้สึกว่ากำลังใส่เรื่องราวชีวิตของไอดอลลงบนผิวตนเอง

กลิ่นหอมตัวตนใหม่ของคนดัง เมื่อทุกหยดน้ำหอมคือแบรนด์ส่วนตัว

จากสเตจคอนเสิร์ตสู่โต๊ะเครื่องแป้ง เทต แม็กเรย์และเบลลา ฮาดิดกำลังเล่าเรื่องตัวเองผ่านกลิ่นหอม

กรณีของเทต แม็กเรย์ชัดเจนมากว่า น้ำหอมคือส่วนต่อขยายของภาพศิลปิน ไม่ใช่สินค้าแยกส่วน TATE 01 ถูกบรรยายว่าเป็นกลิ่นวูดดี้แอมเบอร์นุ่มนวล ที่ตอบสนองไม่เหมือนกันบนผิวแต่ละคน และถูกออกแบบให้รู้สึกเหมือนผิวหนังชั้นที่สองที่กลมกลืนกับตัวตนของผู้ใช้ การเลือกโน้ตอย่างเบอร์กาม็อต แคลรีเซจ ฮาร์ตโน้ตดอกส้มและฮีดิโอน ไปจนถึงเบสโน้ตออร่าแอคคอร์ด มอสเย้ายวน และตองก้านั้น เล่าเรื่องศิลปินที่ดูเรียบง่ายแต่ซ่อนความขบถไว้ข้างใน เหมือนเพลงป๊อปที่มีชั้นเชิง R&B เจืออยู่

ด้านเบลลา ฮาดิด น้ำหอม “Vanilla’s Touch” ของ Orebella บอกเราว่าเซเลบยุคนี้ไม่ได้ขายแค่ลุคบนรันเวย์ แต่ขายโมเมนต์ในชีวิตประจำวันของตัวเอง กลิ่นนี้ถูกเพิ่มเข้าคอลเล็กชันสเปรย์ผิวและผมของแบรนด์ ก่อนวันเกิดปีที่ 30 และถูกวางให้เป็นกลิ่นมัสก์กูร์มองด์ที่ต่อยอดจากกลิ่นอย่าง Gardenia’s Whisper, Nectar Dew และ Golden Brulee เธอเล่าว่าใฝ่ฝันอยากสร้างกลิ่นวานิลลานุ่มนวลที่เหมือนเติมความหวานเล็กน้อยบนผิว และผลิตภัณฑ์ยังมาในสูตร bi phase ปราศจากแอลกอฮอล์ ฉีดได้ทั้งผิวและผม แถมเป็นวีแกนและไม่ทดลองกับสัตว์ ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์ใส่ใจสุขภาพและโลกของเธอ

Leah Kateb กับ Skylar และบทบาทใหม่ของอินฟลูเอนเซอร์ในฐานะคนขับเคลื่อนแบรนด์กลิ่นหอม

ปรากฏการณ์ เซเลบริตี้ ออกแบบ 香水 ไม่ได้เกิดแค่กับศิลปินเพลงหรือซูเปอร์โมเดล แต่อินฟลูเอนเซอร์สายเรียลลิตี้อย่าง Leah Kateb จาก Love Island USA ก็เข้าสู่สนามนี้ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความคิดสร้างสรรค์และผู้ร่วมก่อตั้งใหม่ของ Skylar ด้วย เธอไม่ได้เข้ามาเพื่อเป็นหน้าแบรนด์ แต่ทำงานจริงกับเอกลักษณ์แบรนด์ให้ชัดขึ้น ยิ่งใหญ่ขึ้น คูลขึ้น และเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมร่วมสมัยมากขึ้นในตลาดความงามของเซเลบริตี้ที่แข่งกันดุเดือด

น้ำหอมซิกเนเจอร์กลิ่นที่สี่ของเธอกับแบรนด์ “Fated Flame” จึงถูกออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์ยุคใหม่ของ Skylar ที่ยังคงความหอมหวานแบบเชอร์รี่และช็อกโกแลตกานาช แต่เพิ่มชั้นเชิงด้วยเบสไม้กฤษณาให้กลิ่นดูเซ็กซี่และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น Leah บอกว่าความท้าทายคือการบาลานซ์โน้ตทั้งสามให้ได้เอฟเฟกต์ประมาณว่า คนรอบตัวต้องถามทันทีว่า “เธอใช้น้ำหอมอะไรน่ะ” และสิ่งสำคัญคือเธอตั้งใจให้กลิ่นใหม่ของ Skylar ทำหน้าที่เล่าเส้นทางเติบโตของตัวเองไปพร้อมกับแฟนแบรนด์ โดยมีแผนจะผลักดันไปสู่ “ปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ในปี 2027 และเตรียมเปิดตัวทั้งน้ำหอมใหม่และผลิตภัณฑ์เซอร์ไพรส์อีกหลายชิ้น

กลิ่นหอมตัวตนใหม่ของคนดัง เมื่อทุกหยดน้ำหอมคือแบรนด์ส่วนตัว

เมื่อแบรนด์ยักษ์จับมือเซเลบ: กรณี Glimmer และบทเรียนเรื่องความน่าเชื่อถือ

ไม่ใช่ทุกคนดังจะสร้างแบรนด์น้ำหอมของตัวเอง ตั้งแต่ฝั่งบิวตียักษ์ใหญ่ก็เริ่มหันมาใช้เซเลบเพื่อเติม “ชีวิต” ให้กับกลิ่นของตัวเอง แคมเปญ Glimmer น้ำหอมกลิ่นแอมเบอรีฟลอรัลกูร์มองด์ของ Estée Lauder ที่ได้ Hailee Steinfeld มาเป็นจุดศูนย์กลางคือกรณีตัวอย่าง Glimmer ได้แรงบันดาลใจจากโมเมนต์เล็กๆ ที่ช่วยยกระดับอารมณ์ในแต่ละวัน และแนวคิดนี้เองที่ดึงดูดให้เธอตัดสินใจร่วมงานในฐานะดาวเด่นของแคมเปญ

สิ่งที่น่าสนใจคือการให้ Hailee กลับมาร้องเพลงด้วยการคัฟเวอร์ “Feeling Good” เพื่อใช้ในแคมเปญน้ำหอมครั้งนี้ ซึ่งเธอมองว่าเป็นวิธีเล่าเรื่องน้ำหอมที่มีความเป็นส่วนตัวมาก เพราะเชื่อมทั้งเสียงเพลง ความทรงจำ และกลิ่นหอมเข้าไว้ด้วยกัน เธอยังเล่าว่าชอบฉีดกลิ่นหอมแม้อยู่บ้านคนเดียว เพราะมันช่วยตั้งโทนของวันและทำให้รู้สึกพร้อมใช้ชีวิต ซึ่งสะท้อนว่าบิวตียักษ์เริ่มเข้าใจแล้วว่า การให้คนดังพูดถึงน้ำหอมในฐานะ “เวลาแห่งตัวเอง” ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการขายภาพหรูหราเพียงอย่างเดียว

จุดตัดของบันเทิง แฟชั่น และตัวตนส่วนตัว: แล้วผู้ใช้ธรรมดาอย่างเราจะเลือกยังไง

เมื่อมองรวมทั้งหมด เทต แม็กเรย์ น้ำหอม TATE 01 คือการใช้กลิ่นหอมสร้างภาพ “ผิวหนังชั้นที่สอง” ของศิลปิน เบลลา ฮาดิด กลิ่นหอม Vanilla’s Touch คือการนำวันเกิดและความฝันวานิลลามาแปลงเป็นไลฟ์สไตล์สเปรย์ที่ใส่ใจวีแกนและไม่ทดลองกับสัตว์ Leah Kateb กับ Fated Flame แสดงให้เห็นว่าอินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่พร้อมก้าวเป็นคนขับเคลื่อนครีเอทีฟของแบรนด์เต็มตัว ส่วน Hailee Steinfeld กับ Glimmer ชี้ให้เห็นว่าบิวตียักษ์ก็ต้องพึ่งพาน้ำเสียงและอารมณ์ของคนดังเพื่อทำให้กลิ่นหนึ่งกลายเป็นเรื่องเล่าในชีวิตประจำวัน

ในเชิงตลาด เราเห็นแล้วว่าความงามของเซเลบริตี้ไม่ใช่เทรนด์แฟดสั้นๆ แต่กำลังเป็นศูนย์รวมของบันเทิง แฟชั่น และการสร้างแบรนด์ส่วนตัวในขวดเดียวกัน โดยมีการออกคอลเล็กชันต่อเนื่องทั้งจาก Orebella ที่เพิ่มกลิ่นใหม่เข้าไลน์เดิม หรือ Skylar ที่วางแผนโปรเจกต์ใหญ่อีกเป็นชุดไปถึงปี 2027 สำหรับผู้ใช้ธรรมดา ประเด็นไม่ใช่ว่าจะต้องตามทุกคนดัง แต่ควรถามตัวเองว่า น้ำหอมขวดไหนทำให้เรารู้สึกเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นของตัวเอง ถ้าได้คำตอบแล้ว ชื่อเซเลบบนขวดก็เป็นเพียงโบนัส ไม่ใช่คำตอบหลักของการเลือกกลิ่นที่คู่ควรกับผิวและชีวิตเรา

กลิ่นหอมตัวตนใหม่ของคนดัง เมื่อทุกหยดน้ำหอมคือแบรนด์ส่วนตัว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!