ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เวทีแข่งขันเชฟรุ่นใหม่ปั้นศิลปะการปรุงอาหารสู่เวทีโลก

เวทีแข่งขันเชฟรุ่นใหม่ปั้นศิลปะการปรุงอาหารสู่เวทีโลก
ความสนใจ|ความงามของการทำอาหาร

Makro HORECA Champion คืออะไร และทำไมเวทีนี้สำคัญ

Makro HORECA Champion คือเวทีแข่งขันเชฟรุ่นใหม่และมิกโซโลจิสต์ที่ใช้ศิลปะการปรุงอาหารเชื่อมโยงคนเก่ง วัตถุดิบ และธุรกิจอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมาตรฐาน Gastronomy ไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์ชัดเจน พร้อมผลักดันวัฒนธรรมการกินและมรดกอาหารให้ก้าวสู่ระดับสากลผ่านการแข่งขันและการเรียนรู้ร่วมกันในทุกภูมิภาคของประเทศ เวทีนี้ไม่ใช่แค่การจัดงานประกวด แต่สะท้อนแนวคิดเชิงกลยุทธ์ของรัฐที่ใช้ Soft Power ด้านอาหารเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังกับซีพี แอ็กซ์ตร้า แม็คโคร เปิดฉากแข่งขัน “Makro HoReCa Champion 2026” ปีที่ 19 ด้วยแนวคิด “Food Festa จุดพลุความคิด จุดไฟธุรกิจอาหาร” เพื่ออัปสกิลเชฟและผู้ประกอบการกลุ่ม HoReCa ทั่วประเทศ นี่คือการยืนยันว่าอาหารไม่ใช่เรื่องครัวหลังบ้านอีกต่อไป แต่อยู่ใจกลางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานรากและซอฟต์เพาเวอร์

เวทีแข่งขันเชฟรุ่นใหม่ปั้นศิลปะการปรุงอาหารสู่เวทีโลก

สนามแจ้งวัฒนะ จุดเริ่มต้นการเฟ้นดาวรุ่งภาคกลาง

บรรยากาศสนามแรกที่แม็คโคร แจ้งวัฒนะคือหลักฐานชัดเจนว่าเวทีเชฟแข่งขันสามารถเป็นโรงงานผลิตซอฟต์เพาเวอร์ได้จริง เชฟรุ่นใหม่จากภาคกลางต้องรับมือกับวัตถุดิบปริศนา ภายใต้การตัดสินมาตรฐานสมาคมเชฟโลก Worldchefs ที่พิจารณาตั้งแต่รสชาติ เทคนิค ความคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงการเล่าเรื่องผ่านจานอาหาร ผลคือจานที่ไม่ใช่แค่ “อร่อย” แต่เล่าเรื่องภูมิปัญญาและวิถีชีวิต การแข่งขันรอบชิงแชมป์ภูมิภาคสนามแรกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2569 เพื่อเฟ้นหาตัวแทนภาคกลางเข้ารอบประเทศ ผู้ชนะเลิศประเภทเชฟระดับเยาวชนคือ ภัทรธร เพชรวิชิต ที่โดดเด่นด้วยเมนูข้าวคลุกน้ำมันพริกตะไคร้และอาหารใต้ร่วมสมัย ส่วนเชฟมืออาชีพ ธีรดนย์ แสนก่อ สร้างโลกอาหารที่ซับซ้อนผ่านเมนูข้าวคลุกมันกุ้งเสวยสมุนไพรและชุดกับข้าวหลากมิติ ทั้งคู่ไม่เพียงเป็นผู้ชนะ แต่เป็นภาพแทนของเชฟไทยรุ่นใหม่ที่ใช้จานอาหารสื่อเรื่องราวท้องถิ่นอย่างมีชั้นเชิง

เวทีแข่งขันเชฟรุ่นใหม่ปั้นศิลปะการปรุงอาหารสู่เวทีโลก

จาก 5 ภูมิภาคสู่เวทีสากล ยุทธศาสตร์ Gastronomy ไทย

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวเชฟคือการออกแบบสนามแข่งขันให้ครอบคลุม 5 ภูมิภาค ทั้งแจ้งวัฒนะ เชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และสุราษฎร์ธานี ตลอดกันยายน-ตุลาคม 2569 เพื่อคัดเลือกตัวแทน 3 กลุ่ม ได้แก่ เชฟระดับเยาวชน เชฟมืออาชีพ และมิกโซโลจิสต์หน้าใหม่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ นี่คือการยืนยันว่า Gastronomy ไทยไม่ได้อยู่แค่ในเมืองใหญ่ แต่ฝังตัวในทุกชุมชน จุดเด่นคือการดึงวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นมาสร้างเมนูร่วมสมัย ทำให้ศิลปะการปรุงอาหารเชื่อมชุมชนกับเวทีโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม เวทีนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก Worldchefs พร้อมมุ่งผลักดันซอฟต์เพาเวอร์อาหารโตไกลในเวทีสากล และตั้งเป้าผลักดัน GDP ภาค SMEs แตะร้อยละ 40 ภายในปี 2570 ตามคำประกาศของรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อ Gastronomy ถูกวางไว้ในแผนเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เชฟจึงไม่ได้แข่งขันเพื่อเหรียญ แต่เพื่ออนาคตของเศรษฐกิจฐานราก

เวทีแข่งขันเชฟรุ่นใหม่ปั้นศิลปะการปรุงอาหารสู่เวทีโลก

Soft Power ด้านอาหารที่จับต้องได้ ไม่ใช่สโลแกนสวยหรู

หลายปีที่ผ่านมา เราได้ยินคำว่า Soft Power ด้านอาหารบ่อยครั้ง แต่ Makro HORECA Champion ทำให้คำนี้มีรูป รส กลิ่น เสียงที่จับต้องได้ เวทีแข่งขันเชฟรุ่นใหม่นี้ใช้ศิลปะการปรุงอาหารเป็นตัวกลางเชื่อมคนเก่ง วัตถุดิบคุณภาพ ธุรกิจ และนวัตกรรม ผ่านเครือข่ายธุรกิจของแม็คโคร เพื่อขับเคลื่อน Soft Power และเศรษฐกิจอาหารสู่เวทีโลก นี่คือการทำให้ความฝันว่าด้วยอาหารไทยระดับโลกกลายเป็นแผนปฏิบัติการที่มีวัน เวลา และสถานที่ชัดเจน นอกจากการแข่งขัน ยังมี Live Cooking Show จากเชฟชื่อดังและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง Makro PRO และ Chef’s Club ที่ช่วยสร้างชุมชนคนครัวยุคใหม่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า Soft Power ไม่ได้เกิดจากแคมเปญโฆษณา แต่มาจากการลองผิดลองถูกหน้าต่างครัว การฝึกฝนบนเตาไฟ และการสร้างเครือข่ายมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง

เวทีแข่งขันเชฟรุ่นใหม่ปั้นศิลปะการปรุงอาหารสู่เวทีโลก

บทสรุป: เวทีเชฟแข่งขันที่กำลังเขียนอนาคตวงการอาหาร

เมื่อมองภาพรวม Makro HORECA Champion ไม่ใช่แค่เวทีแข่งขันเชฟรุ่นใหม่ แต่กำลังทำหน้าที่ “เขียนอนาคต” ให้วงการอาหารไทยในระดับที่ลึกกว่าการชงถ้วยรางวัล จากการคัดเลือกตัวแทน 5 ภูมิภาค สู่รอบชิงชนะเลิศในงานมหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระบบนี้สร้างบันไดจากครัวชุมชนไปสู่เวทีโลกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ข้อสำคัญคือการมองเชฟและมิกโซโลจิสต์เป็นทรัพยากรเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ศิลปินในครัว เมื่อรัฐและเอกชนร่วมกันออกแบบเวทีที่ให้ทั้งประสบการณ์ มาตรฐานสากล และเครือข่ายธุรกิจ อาหารไทยระดับโลกจึงไม่ใช่คำขวัญ แต่เป็นเป้าหมายที่มีคนรุ่นใหม่ลงมือปรุงอยู่ทุกวัน ถึงเวลาแล้วที่สังคมจะมองการแข่งขันลักษณะนี้เป็นการลงทุนระยะยาวใน Soft Power มากกว่าจะเป็นเพียงงานอีเวนต์หนึ่งครั้งแล้วจบ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!