ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไม Apple และ Huawei ยังชนะอยู่แม้ตลาดสมาร์ทวอทช์หดตัว

ทำไม Apple และ Huawei ยังชนะอยู่แม้ตลาดสมาร์ทวอทช์หดตัว
ความสนใจ|อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ

ตลาดสมาร์ทวอทช์กำลังหด แต่แบรนด์ใหญ่กำลังยึดพื้นที่

ตลาดสมาร์ทวอทช์คือกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะบนข้อมือที่ผสานฟังก์ชันแจ้งเตือน สุขภาพ และการเชื่อมต่อแอปเข้ากับระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนและบริการออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ต่อเนื่องให้ผู้ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและการออกกำลังกาย การเติบโตของตลาดนี้พึ่งพาความแข็งแรงของอีโคซิสเต็ม ซอฟต์แวร์อัปเดต และความสามารถด้านสุขภาพที่พัฒนาอยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงดีไซน์หรือสเปกฮาร์ดแวร์เท่านั้น หัวใจของประเด็นวันนี้คือ ตลาดสมาร์ทวอทช์ทั่วโลกกำลังหดตัว แต่ Apple กับ Huawei กลับเดินสวนกระแส หน่วยวิเคราะห์พบว่าการส่งมอบสมาร์ทวอทช์ทั่วโลกลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สองของปี 2026 ขณะที่ Huawei ขึ้นมาครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 22 เปอร์เซ็นต์ และยึดอันดับหนึ่งแบบที่หลายคนไม่คาดคิด ส่วน Apple ก็ยังโต 14 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเดียวกันแม้ตลาดหดตัว ภาพนี้บอกตรงๆ ว่าตลาดกำลังรวมศูนย์เข้าหาแบรนด์ที่มีอีโคซิสเต็มแข็งและฐานแฟนเหนียวแน่น

ตัวชี้วัดตลาดภาพรวมตลาดสมาร์ทวอทช์ผลงานแบรนด์ใหญ่
การเติบโตในไตรมาส 2 ปี 2026ยอดส่งมอบทั่วโลกลดลง 4%Apple โต 14% ทวนกระแส
ส่วนแบ่งตลาดสูงสุดไม่มีแบรนด์ใดครองแบบเบ็ดเสร็จHuawei ครอง 22% และขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง
แนวโน้มทั้งปี 2026คาดโตเพียง 1% เท่านั้นต้องรอแรงขับจากฟีเจอร์สุขภาพขั้นสูง
ทำไม Apple และ Huawei ยังชนะอยู่แม้ตลาดสมาร์ทวอทช์หดตัว

Apple Watch ยอดนิยมเพราะขายทั้งอีโคซิสเต็ม ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์

ในตลาดสมาร์ทวอทช์ที่หดตัว Apple Watch ยอดนิยมสะท้อนให้เห็นชัดว่า ผู้ใช้ไม่ได้ซื้อแค่ฟังก์ชันบนตัวนาฬิกา แต่ซื้อทั้งประสบการณ์แอปและบริการที่ผูกกันเป็นระบบเดียว นักวิเคราะห์ชี้ว่าขณะที่ยอดส่งมอบสมาร์ทวอทช์ทั่วโลกลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ Apple กลับมีการเติบโตถึง 14 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สองของปี 2026 ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดเพราะแค่อัปสเปก แต่เพราะ Apple ขายความต่อเนื่องกับอุปกรณ์อื่นในมือผู้ใช้ สิ่งที่น่าจับตาคือ Apple Watch Series 11 และ Apple Watch SE 3 กลายเป็นคู่หูทำยอดขายหลัก คิดเป็นกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดส่งมอบสมาร์ทวอทช์ของ Apple ทั่วโลก จุดร่วมของสองรุ่นนี้คือราคาและฟีเจอร์สมดุล เข้าถึงผู้ใช้กว้างกว่านาฬิกาพรีเมียมรุ่นท็อป แต่ยังอยู่ในอีโคซิสเต็มเดียวกัน ได้รับซอฟต์แวร์อัปเดตต่อเนื่อง และเชื่อมกับบริการสุขภาพกับฟิตเนสเต็มที่ การรวมปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าอัปเกรดแล้วได้มากกว่าแค่ฟีเจอร์ใหม่ เป็นการลงทุนต่ออายุระบบที่ตัวเองใช้ทุกวัน

Huawei นำตลาดด้วยการยึดฐานในประเทศและอีโคซิสเต็มเข้มข้น

ด้าน Huawei นำตลาดแบบไม่กลัวภาวะหดตัว กลายเป็นตัวอย่างว่าการครองตลาดในบ้านตัวเองให้แน่นพอ สามารถผลักดันแบรนด์ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งโลกได้ ในไตรมาสที่สองของปี 2026 Huawei ขึ้นครองตำแหน่งผู้นำตลาดสมาร์ทวอทช์ทั่วโลกด้วยส่วนแบ่ง 22 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เคยทำมา ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นทั้งที่ยอดส่งมอบสมาร์ทวอทช์ทั่วโลกลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาเดียวกัน หัวจักรสำคัญคือฐานผู้ใช้ในตลาดบ้านเกิดที่คิดเป็นเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดส่งมอบสมาร์ทวอทช์ของ Huawei ทั้งหมด จุดแข็งอยู่ที่ความภักดีต่อแบรนด์และอีโคซิสเต็มที่ผูกทั้งสมาร์ทโฟน อุปกรณ์สวมใส่ และบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน เมื่อลูกค้ายอมรับระบบแล้ว การเลือกสมาร์ทวอทช์ของแบรนด์เดียวกันจึงเป็นก้าวต่อเนื่อง ไม่ใช่การเริ่มใหม่ สิ่งนี้สะท้อนว่าในตลาดสมาร์ทวอทช์ยุคหดตัว ความเฉพาะพื้นที่และการสร้างชุมชนผู้ใช้ภายใต้ระบบเดียวมีค่าน้ำหนักมากกว่าการวิ่งแข่งฟีเจอร์แบบกระจายทั่วโลก

เมื่อฟีเจอร์ไม่พอจะขาย: ตลาดหดตัวและบทเรียนต่อผู้ใช้

แม้แบรนด์ใหญ่จะอยู่รอดได้ดี ภาพรวมตลาดสมาร์ทวอทช์กลับไม่สดใส นักวิเคราะห์ให้เหตุผลคล้ายกันสองข้อ หนึ่ง เจ้าของสมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมียมรอรุ่นใหม่และยืดรอบการเปลี่ยนเครื่องให้นานขึ้น สอง กลุ่มสมาร์ทวอทช์พื้นฐานราคาย่อมเยากลายเป็นเซ็กเมนต์อ่อนแรง เพราะฟีเจอร์จำกัดทำให้ผู้ใช้ไม่รู้สึกว่ามีเหตุผลจะเปลี่ยนจากเครื่องเดิม นี่คือสัญญาณชัดว่าการเพิ่มฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ ไม่พอจะผลักดันยอดขายในตลาดขาลง สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผลกระทบคือ เราเห็นตัวเลือกจากแบรนด์เล็กน้อยลง และตลาดเริ่มรวมศูนย์ไปที่ผู้เล่นที่มีอีโคซิสเต็มแข็งแรง การตัดสินใจซื้อจึงต้องดูมากกว่ารายการฟีเจอร์ คำถามสำคัญคือ ระบบไหนตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลระยะยาวและจะยังได้อัปเดตอยู่ต่อเนื่อง ในอีกด้านหนึ่ง แนวโน้มฟีเจอร์สุขภาพใหม่ เช่น การวัดความดันโลหิตและการตรวจน้ำตาลในเลือดแบบไม่ต้องเจาะ ถูกคาดหวังว่าจะเป็นแรงผลักดันหลักให้ตลาดกลับมาขยับ โดยมีการคาดการณ์ว่าทั้งปี 2026 ตลาดจะโตเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ผู้ใช้จึงอาจเลือกรอรุ่นที่มีฟีเจอร์สุขภาพพวกนี้ก่อนค่อยอัปเกรด

บทสรุป: ในยุคตลาดหด อีโคซิสเต็มชนะฟีเจอร์

เมื่อมองภาพรวม การที่ Apple Watch ยอดนิยมต่อเนื่องและ Huawei นำตลาดพร้อมส่วนแบ่ง 22 เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่ตลาดสมาร์ทวอทช์หดตัว 4 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นบทเรียนสำคัญอย่างหนึ่ง คือ อีโคซิสเต็มและความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ใช้มีน้ำหนักมากกว่าการอัปเกรดฟีเจอร์ทีละเล็กทีละน้อย แบรนด์ที่มีซอฟต์แวร์อัปเดตสม่ำเสมอ เชื่อมอุปกรณ์หลายชนิดเข้ากันได้ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้ว่าจะไม่ถูกทิ้งกลางทาง กำลังเป็นผู้ชนะในตลาดขาลง ในเชิงการตัดสินใจซื้อ ผู้ใช้ควรถามตัวเองว่าอยากอยู่ในระบบไหนและได้อะไรในระยะยาว ไม่ใช่ดูเฉพาะสเปกบนกล่อง หากคุณอยู่ในอีโคซิสเต็มที่แข็งแรงอยู่แล้ว การอัปเกรดเป็นรุ่นใหม่ของแบรนด์เดิมอาจคุ้มกว่าเปลี่ยนค่าย ขณะที่ถ้ายังไม่ผูกกับระบบใด การประเมินอีโคซิสเต็มก่อนราคาอาจทำให้การลงทุนในสมาร์ทวอทช์ตอบโจทย์กว่า เพราะในยุคที่ตลาดสมาร์ทวอทช์เติบโตช้าและคาดว่าจะเพิ่มเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ทั้งปี การเลือกให้ถูกระบบตั้งแต่แรกสำคัญกว่าที่เคย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!