LEGACY: คำจำกัดความใหม่ของผ้าไทยแฟชั่นสมัยใหม่
ผ้าไทยแฟชั่นสมัยใหม่คือการนำผ้าทอพื้นถิ่นและงานหัตถกรรมดั้งเดิมมาปรับโครงสร้าง แพตเทิร์น และสไตลิ่ง ให้กลายเป็นเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีร่วมสมัยที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยยังรักษาเรื่องราว วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของลายผ้าเดิมไว้ครบถ้วน เพื่อให้ผืนผ้าเก่าแก่กลับมามีบทบาทในรันเวย์ ร้านแฟชั่น และตู้เสื้อผ้าของคนรุ่นใหม่อีกครั้ง
จุดเปลี่ยนสำคัญคือโครงการ LEGACY สาขาแฟชั่นของกรมประชาสัมพันธ์ ที่รวบรวมผืนผ้าและภูมิปัญญาจาก 10 ชุมชนทั่วประเทศ มาผสานกับแนวคิดออกแบบร่วมสมัยของดีไซเนอร์ชั้นนำ 5 คน เพื่อผลักดันภาพลักษณ์ใหม่ของผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นปัจจุบันอย่างสง่างาม แนวคิดหลักไม่ใช่แค่ทำ “ชุดโชว์” แต่คือการทำให้ผ้าไทยกลายเป็นตัวเลือกในทุกวัน ไม่ใช่จำกัดอยู่แค่พิธีการหรือวันสำคัญ LEGACY จึงเป็นเหมือนเวิร์กช็อประดับชาติ ที่เชื่อมโลกของชุมชนช่างทอกับโลกของแฟชั่นดีไซเนอร์เข้าหากันอย่างเป็นระบบ

10 ชุมชนกับ 5 ดีไซเนอร์: เมื่อหัตถศิลป์ไทยคอลเลกชันกลายเป็นเสื้อผ้าสวมใส่ได้
สิ่งที่ทำให้โครงการ LEGACY น่าสนใจคือการไม่มองผ้าไทยเป็นเพียง “วัตถุดิบ” แต่ให้เกียรติในฐานะ “ผู้เล่าเรื่อง” จาก 10 ชุมชนต้นแบบด้านสิ่งทอ ตั้งแต่กลุ่มทอผ้าลำพูน เชียงใหม่ อีสาน จนถึงภาคใต้ ทุกชุมชนถ่ายทอดเอกลักษณ์ลายผ้า เทคนิคทอ และภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านผลงานแฟชั่นรูปแบบใหม่ ที่ยังยึดรากวัฒนธรรมไว้แน่น การออกแบบจึงไม่ใช่การลบอดีต แต่เป็นการต่อยอดอดีตให้เดินต่อได้ในโลกสมัยใหม่
หัวใจอีกด้านของโครงการคือการจับมือกับ 5 แบรนด์ชั้นนำอย่าง ISSUE, TANDT, THEATRE, WISHARAWISH และ TERMTEM STUDIO ดีไซเนอร์เหล่านี้ไม่เพียงออกแบบชุดรันเวย์ แต่ลงลึกกับชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และทดลองโครงเสื้อแบบ Ready-to-Wear ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในเมือง แนวคิดของคอลเลกชัน LEGACY คือการเปลี่ยนภาพจำผ้าไทยจาก “ชุดออกงาน” เป็น “เสื้อผ้าทุกวัน” ผลงานจึงไล่ระดับจากชุดรันเวย์จนถึงเสื้อผ้าที่คนทั่วไปหยิบมาแต่งกับยีนส์หรือรองเท้าผ้าใบได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยก
THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026 เมื่อผ้าไทยรันเวย์ย้ายไปอยู่บนแขน
อีกเส้นสายหนึ่งของการสานต่อมรดกผืนผ้าคือคอลเลกชันกระเป๋า THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026 จากความร่วมมือของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ ICONCRAFT ณ ไอคอนสยาม โครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็นสะพานระหว่างพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์งานหัตถศิลป์กับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ “คอลเลกชันกระเป๋าผ้าไทยประจำปี THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026 จัดทำขึ้นเพียง 88 ชิ้น” นี่คือคำประกาศที่สะท้อนความเป็นงานสะสมมากกว่าสินค้าทั่วไป
จุดไฮไลต์คือซีรีส์ VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูจับ จำนวน 4 ใบ ได้แก่ RUBY, NAVY, ONYX และ GREY EDITION แต่ละใบใช้ผ้าทอชั้นสูงจากครูศิลป์แห่งแผ่นดินและศิลปินแห่งชาติ ผสานกับงานเครื่องทองโบราณที่หูจับ และงานปักโดยทีม SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ในเชิงแฟชั่น นี่คือการย้ายผ้าไทยจากไหล่และเอวมาสู่ “แขน” ผ่านกระเป๋าแฟชั่นระดับลิมิเต็ด ที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นแอ็กเซสซอรีและชิ้นงานศิลปะในเวลาเดียวกัน

จากรันเวย์สู่ชีวิตประจำวัน: SIAM SOPHIT, CHARAT SIAM และฟังก์ชันเพื่อผู้ใช้
แม้จะเริ่มจากแนวคิดระดับหัตถศิลป์ชั้นสูง แต่ THREADS OF LEGACY: S’CRAFT ไม่ได้หยุดอยู่ที่งานสะสมเท่านั้น คอลเลกชันยังมีรุ่น SIAM SOPHIT EDITION ทั้ง 8 แบบ ที่สะท้อนความงดงามของพระตำหนักและพระที่นั่งสำคัญ ควบคู่ไปกับรุ่น CHARAT SIAM ที่ใช้ผ้าทอจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ในรูปทรงหลากหลายที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รายละเอียดผ้าทอโดยศิลปินรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรม ถูกเสริมด้วยลายปักมือที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมพระที่นั่งต่างๆ
ในระดับผู้ใช้ทั่วไป ผลงานในคอลเลกชันนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ตั้งแต่กระเป๋าคลัทช์ กระเป๋าถือขนาดกะทัดรัดพร้อมหูจับ กระเป๋าทรงกล่อง กระเป๋าทรงพีระมิด ไปจนถึงกระเป๋าทรงบัคเก็ต ดีไซน์จึงไม่ใช่แค่ “ความสวย” แต่รวมถึงน้ำหนัก การจัดสรรช่องเก็บของ และความเหมาะสมในโอกาสต่างๆ เหมือนเป็นการบอกคนรุ่นใหม่ว่า คุณไม่จำเป็นต้องรอวันสำคัญเพื่อใช้ผ้าไทยอีกต่อไป ทุกวันสามารถเป็นเวทีให้หัตถศิลป์อยู่ใกล้ตัวในรูปของกระเป๋าใบโปรดใบเดียว

แฟชั่นโชว์ ATELIER DE GRÂCE: สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล
ในอีกฟากหนึ่งของรันเวย์ แฟชั่นโชว์ ATELIER DE GRÂCE HAUTE COUTURE ภายใต้งาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” คือการยืนยันว่าผ้าไหมมัดหมี่และงานช่างฝีมือยังมีพื้นที่ในแฟชั่นระดับสูง แบรนด์ดีไซเนอร์ตำนานอย่าง TIRAPAN, THEATRE, ASAVA, ISSUE, CHAI GOLD LABEL, VATIT ITTHI และ KLOSET นำผ้าไหมมัดหมี่มาตีความใหม่ในโครงชุดโอตกูตูร์ โดยได้แรงบันดาลใจจากพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ ร่วมด้วยผลงานเครื่องประดับ Masterpiece High Jewelry และ Iconic Fine Jewelry ที่ย้ำว่าความประณีตคือภาษาสากลของความงาม
เมื่อมองร่วมกับโครงการ LEGACY และ THREADS OF LEGACY S’CRAFT ภาพที่เห็นชัดคือการเคลื่อนตัวของผ้าไทยรันเวย์จากพิพิธภัณฑ์สู่รันเวย์ และจากรันเวย์สู่ถนนเมืองร่วมสมัย ผู้สนใจสามารถชมแฟชั่นโชว์และนิทรรศการผลงานโครงการ LEGACY ได้ระหว่างวันที่ 11–13 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ขณะเดียวกัน คอลเลกชัน THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026 ก็เปิดให้ชมและเลือกซื้อในช่วงวันที่ 11–13 สิงหาคม 2569 ที่ S’CRAFT ธารา ฮอลล์ ชั้น M และต่อเนื่องถึง 31 สิงหาคม 2569 ที่ ICONCRAFT ชั้น 4 ไอคอนสยาม ทำให้ผู้ชมไม่ใช่แค่ผู้ดู แต่กลายเป็นผู้สวมต่อมรดกด้วยตัวเอง







