รับแอปรับแอป

10 เมืองสวีเดนสุดว้าว ปลายปีนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

พิมพ์ชนก สุขใจ01-30

ปลายปีนี้บินลัดฟ้าไปสวีเดน

ใครกำลังมองหาทริปปลายปีที่ได้ครบทุกฟีล ทั้งล่าแสงเหนือ เดินเมืองเก่ายุคกลาง นั่งคาเฟ่ชิล ๆ ริมน้ำ ไปจนถึงเล่นสกีและเดินบนทะเลสาบน้ำแข็ง สวีเดนคือเดสติเนชันที่ต้องปักหมุดไว้ในลิสต์แบบด่วน ๆ

ประเทศนี้ไม่ได้มีดีแค่สตอกโฮล์ม แต่ยังมีอีกหลายเมืองที่เดินทางง่าย เที่ยวสบาย ถ่ายรูปสวยทุกมุม แถมเหมาะกับการตามรอยด้วยรถไฟและเครื่องบินภายในประเทศแบบไม่เหนื่อยจนเกินไป

ด้านล่างนี้คือ 10 เมืองน่าเที่ยวในสวีเดนช่วงปลายปี ที่คัดมาเน้น ๆ ทั้งสายเที่ยวเมือง สายธรรมชาติ สายคาเฟ่ และสายล่าแสงเหนือ รับรองว่าจัดทริปได้ครบทุกอารมณ์ในรอบเดียว

1. สตอกโฮล์ม (Stockholm) – เวนิสแห่งเหนือที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง

เมืองหลวงที่ถูกขนานนามว่า “เวนิสแห่งเหนือ” เพราะตัวเมืองตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กว่า 14 เกาะ เชื่อมกันด้วยสะพานกว่า 50 แห่ง ทุกเกาะคืออีกหนึ่งบรรยากาศที่ต่างกันไปอย่างลงตัว ทั้งโซนเมืองเก่า คาเฟ่เท่ ๆ พิพิธภัณฑ์แน่น ๆ และโซนริมทะเลสาบสุดโรแมนติก

ปลายปีบรรยากาศคือดีมาก ทั้งแสงแดดอุ่น ๆ ยามบ่าย หิมะโปรยเบา ๆ และไฟประดับช่วงคริสต์มาสที่เติมความละมุนให้ทั้งเมือง

พิกัดห้ามพลาดในสตอกโฮล์ม

  • Gamla Stan – เมืองเก่าที่สวยเหมือนเดินอยู่ในเทพนิยาย
    ถนนหินกรวดสีส้มแดงเรียงตัวคดเคี้ยว บ้านสีหม่นสไตล์ยุโรปเก่า คือโลเคชันที่สายถ่ายรูปจะต้องหลงรัก ยิ่งช่วงเย็น ๆ แสงทองตกกระทบตึกคือสวยมาก

  • Royal Palace (Kungliga slottet) – พระราชวังใหญ่กลางเมือง
    ตั้งอยู่บนเกาะ Stadsholmen ใจกลางย่าน Gamla Stan เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Gamla Stan ไม่ไกล ใครชอบสายประวัติศาสตร์และงานสถาปัตยกรรมต้องมาที่นี่

    • ค่าเข้าชมราว ๆ 180 SEK (ประมาณ 600 บาท)

    • โซนด้านนอกและจัตุรัสด้านหน้าสามารถเดินเล่น ถ่ายรูปฟรีได้สบาย ๆ

    มุมถ่ายรูปควรเก็บให้ครบ

    • ลานกว้างด้านหน้าพระราชวัง (Stortorget)

    • มุมบนสะพาน Norrbro Bridge ที่เห็นพระราชวังเต็มเฟรม พร้อมวิวริมน้ำ

    • ช่วงพระอาทิตย์ตก แสงสีทองกระทบกำแพงหินคืออลังการมาก

  • Stockholm City Hall (Stadshuset) – ศาลาว่าการริมทะเลสาบที่ทั้งหรูและขลัง
    อาคารอิฐแดงริมทะเลสาบ Mälaren แห่งนี้คือสถานที่จัดงานเลี้ยงรางวัลโนเบลอันโด่งดัง ตัวตึกใหญ่ สง่า และถ่ายมุมไหนก็ขึ้นฟีดสวย

    • มุมฮิตคือหอคอย City Hall (เปิดให้ขึ้นช่วงฤดูร้อน) หรือเลียบถ่ายด้านนอกคู่ริมน้ำ

    • จากสถานี Stockholm Central เดินประมาณ 10 นาที ก็ถึงแล้ว

  • Skeppsholmen Bridge – สะพานมงกุฎทองสุดไอคอนิก
    สะพานเหล็กประดับมงกุฎทองคือโลเคชันซิกเนเจอร์ของสตอกโฮล์ม วิวจากตรงนี้จะมองกลับไปเห็น Gamla Stan และเรือใบเรียงรายริมอ่าว สวยมากโดยเฉพาะช่วงฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี

    • มุมยอดนิยมคือถ่ายคู่กับมงกุฎทอง แล้วให้เมืองเก่าเป็นฉากหลัง

    • เดินจาก Kungsträdgården ประมาณ 10 นาทีก็ถึง

2. โกเธนเบิร์ก (Gothenburg) – เมืองท่าชิล ๆ ของสายซีฟู้ดและไฟคริสต์มาส

เมืองใหญ่อีกแห่งทางฝั่งตะวันตกที่คนท้องถิ่นยกให้เป็นเมือง “ฟีลดี” ที่สุดเมืองหนึ่งในสวีเดน โกเธนเบิร์กเต็มไปด้วยคาแร็กเตอร์ความเป็นกันเอง ซีฟู้ดสดเวอร์ สวนสนุก และงานไฟประดับช่วงคริสต์มาสที่สวยติดอันดับยุโรป

  • การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสตอกโฮล์มประมาณ 3.5 ชั่วโมง หรือบินภายในประเทศราว 1 ชั่วโมง

โลเคชันน่าไปในโกเธนเบิร์ก

  • Feskekôrka – โบสถ์ปลาสุดยูนีค
    ตลาดปลาที่ตั้งอยู่ในอาคารทรงโบสถ์เก่า สไตล์กอธิกริมคลอง ข้างในเต็มไปด้วยซีฟู้ดสด ๆ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา โดยเฉพาะหอยนางรมคือห้ามพลาด

    • การเดินทาง: นั่งรถรางแล้วลงป้าย Grönsakstorget เดินอีกนิดก็ถึง

  • Haga District – ย่านเมืองเก่าสุดอบอุ่น
    ถนนสายเล็กที่เรียงรายไปด้วยคาเฟ่ ร้านขนม และร้านวินเทจน่ารัก เดินชิลได้ทั้งวัน สายคาเฟ่ฮอปปิงน่าจะใช้เวลาอยู่แถวนี้นานหน่อย

    • มุมถ่ายรูปอีกจุดคือสะพาน Älvsborg Bridge ยามค่ำคืน แสงไฟเมืองสะท้อนน้ำคือโรแมนติกมาก

  • เกาะดอนเซอ (Donso) – หมู่บ้านชาวประมงสุดเงียบสงบ
    อยู่ใน Southern Gothenburg Archipelago ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กม. นั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Saltholmen ใช้เวลาแค่ 20–30 นาที บนเกาะไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ทำให้บรรยากาศนิ่งสงบ เหมาะกับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน และชมวิวทะเลแบบสโลว์ไลฟ์

3. คีรูนา (Kiruna) – เมืองล่าแสงเหนือและโรงแรมน้ำแข็งในฝัน

ถ้าเป้าหมายหลักของทริปคือการล่าแสงเหนือ คีรูนา คือหนึ่งในเมืองที่ต้องมองเป็นตัวเลือกแรก ๆ เมืองเหนือสุดของสวีเดนแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาหิมะ ทุ่งขาวโพลน และกิจกรรมฤดูหนาวที่ตื่นเต้นจนลืมหนาว

  • การเดินทาง: บินภายในประเทศจากสตอกโฮล์ม ใช้เวลาราว 1.5 ชั่วโมง

ปลายปีในคีรูนามีกิจกรรมแน่นมาก ทั้ง

  • นั่งเลื่อนสุนัข (Husky sledding)

  • เลื่อนกวางเรนเดียร์

  • ขับสโนว์โมบิลฝ่าหิมะ

พิกัดห้ามพลาดในคีรูนา

  • Abisko National Park – จุดทองคำของการชมแสงเหนือ
    เป็นหนึ่งในจุดที่โอกาสได้เห็นแสงเหนือสูงมากเพราะท้องฟ้าค่อนข้างปลอดโปร่ง เหมาะกับสายถ่ายรูปที่อยากได้ช็อตออโรร่าพาดเต็มฟ้า

  • Icehotel – โรงแรมน้ำแข็งสุดยูนีค
    ที่พักในฝันของใครหลายคน ทุกปีตัวโรงแรมจะถูกสร้างใหม่จากน้ำแข็งและหิมะ ดีไซน์ด้านในแต่ละห้องไม่เหมือนกันเลย เหมาะทั้งกับการพักจริง ๆ หรือแวะไปทัวร์ชมด้านในและถ่ายรูป

  • Kiruna Church – โบสถ์ไม้สีแดงกลางหิมะ
    หนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดของสวีเดน โทนสีแดงตัดกับหิมะสีขาวคือสวยกินขาด ไม่ว่าจะถ่ายมุมไกลหรือใกล้ก็ได้ฟีลอบอุ่นท่ามกลางอากาศหนาว

4. มัลเมอ (Malmö) – เมืองเก๋ทางใต้ เชื่อมเดนมาร์กด้วยสะพานสุดอลัง

มัลเมอเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของสวีเดน อยู่ตอนใต้สุดและเชื่อมต่อกับโคเปนเฮเกนผ่านสะพาน Øresund ทำให้การจัดทริปสองประเทศ เดนมาร์ก–สวีเดน เป็นเรื่องง่ายมาก

เมืองนี้ผสมผสานทั้งตึกระฟ้าทันสมัย ศิลปะร่วมสมัย และเมืองเก่าเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านอาหารดี ๆ

  • การเดินทาง:
    • จากโคเปนเฮเกน นั่งรถไฟเพียง 30 นาที

    • จากสตอกโฮล์ม นั่งรถไฟราว 4.5 ชั่วโมง

ภาพมุมสูงของย่าน Västra Hamnen (ท่าเรือตะวันตก) คือไฮไลท์ของเมืองนี้ ทั้งโซนริมทะเล ทางเดินเล่น และตึกดีไซน์เท่

โลเคชันห้ามพลาดในมัลเมอ

  • Malmo Town Hall (Radhus) – ศาลากลางเมืองบน Stortorget Square
    ตึกเก่ากลางจัตุรัสหลักของเมือง รายล้อมด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และอาคารประวัติศาสตร์ เดินทั้งเช้า–บ่ายยังไม่เบื่อ

  • Västra Hamnen – โซนท่าเรือสุดโมเดิร์นของเมือง
    เดินเลียบทะเล สูดอากาศเย็น ๆ และนั่งเล่นริมฝั่งถือเป็นอีกกิจกรรมชิล ๆ ที่ควรทำ

  • Turning Torso – ตึกระฟ้าทรงเกลียว
    แลนด์มาร์กของมัลเมอ สูงเด่นเห็นแต่ไกล ดีไซน์บิดตัวเกลียวเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายรูปจากหลายมุมรอบ ๆ ก็ได้ภาพคนละฟีล

  • Malmö Castle – ปราสาทเก่าที่กลายเป็นศูนย์พิพิธภัณฑ์
    ปราสาทเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ที่เดิมสร้างเพื่อป้องกันเมือง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ทั้ง Malmö Art Museum, City Museum, Natural History Museum

  • Lilla Torg – จัตุรัสเล็ก ๆ บรรยากาศดีมาก
    โอบล้อมด้วยร้านอาหารและร้านนั่งดื่ม เหมาะกับการมาปิดท้ายวัน ช่วงค่ำไฟสวย บรรยากาศคึกคักกำลังดี

  • วิวสะพาน Øresund Bridge ที่เชื่อมสวีเดน–เดนมาร์ก เป็นอีกช็อตที่สายแลนด์สเคปต้องเก็บ

5. วิสบี (Visby – เกาะก็อตแลนด์) – เมืองป้อมยุคกลางสุดโรแมนติก

ใครอินกับบรรยากาศยุคกลางแบบเมืองป้อมโบราณ ต้องลองแวะมาที่ Visby เมืองเก่าบนเกาะ Gotland ริมทะเลบอลติกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น UNESCO World Heritage

เมืองนี้เต็มไปด้วยกำแพงหินยุคกลาง ถนนหิน บ้านไม้สีสวย และโบสถ์เก่าที่ซ่อนตัวตามมุมต่าง ๆ เดินไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนหลุดเข้าไปในอีกยุคหนึ่ง

  • การเดินทาง:
    • บินตรงจากสตอกโฮล์มประมาณ 50 นาที

    • หรือนั่งเรือเฟอร์รี่จากท่า Nynäshamn ประมาณ 3.5 ชั่วโมง

จุดเที่ยวสำคัญในวิสบี

  • Visby City Wall – กำแพงเมืองหินยุคกลาง
    กำแพงเมืองยาวโอบล้อมรอบเขตเมืองเก่า เป็นโลเคชันที่สายประวัติศาสตร์และสายถ่ายรูปต้องชอบแน่นอน

บรรยากาศรอบเมืองเต็มไปด้วยบ้านโบราณและวิวทะเลแบบเปิดโล่ง เป็นเมืองที่เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่รีบและปล่อยให้เวลาเดินไปช้า ๆ

6. อูปซอลา (Uppsala) – เมืองมหาวิทยาลัยสุดคลาสสิก

อูปซอลาเป็นเมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายวิชาการและความสงบ ล้อมรอบด้วยมหาวิทยาลัยใหญ่ โบสถ์ประวัติศาสตร์ และแม่น้ำสายสวยที่ไหลผ่านกลางเมือง

ปลายปีเมืองนี้จะฟีลอบอุ่นเป็นพิเศษ เพราะคาเฟ่เยอะ บรรยากาศชวนจิบกาแฟ Fika คู่กับซินนามอนโรลหอม ๆ แบบสวีดิชแท้ ๆ

  • การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสตอกโฮล์มเพียงประมาณ 40 นาที

พิกัดที่ควรแวะในอูปซอลา

  • Uppsala Cathedral – โบสถ์ใหญ่ประจำเมืองและเป็นหนึ่งในโบสถ์สำคัญของประเทศ

  • Carolina Rediviva Library – ห้องสมุดเก่าแก่สายหนังสือจะต้องชอบ

  • Botanical Garden – สวนพฤกษศาสตร์ให้เดินชิล ๆ

ยังมี Uppsala Castle ปราสาทหลวงเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มองลงมาเห็นวิวเมืองสวยสุด ๆ

โบสถ์ Uppsala Cathedral เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ทั้งภายนอกและภายในอลังการมาก เหมาะกับการมาชมสถาปัตยกรรมและนั่งใช้เวลาเงียบ ๆ สักพัก

อีกจุดคือโบสถ์เก่าใน Gamla Uppsala ย่านเมืองเก่าที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์

มหาวิทยาลัย Uppsala เองก็น่าเดินชม รอบมหาวิทยาลัยมีอาคารเก่าและบรรยากาศนักศึกษาน่ารัก ๆ

7. คาลมาร์ (Kalmar) – เมืองริมทะเลกับปราสาทเรเนสซองส์สุดขลัง

คาลมาร์เป็นเมืองริมทะเลที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรในอดีต ทุกวันนี้ยังคงมีเมืองเก่าและปราสาทสวยริมทะเลที่บรรยากาศดีมาก เหมาะกับสายสโลว์ไลฟ์

  • การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสตอกโฮล์มประมาณ 4 ชั่วโมง

  • เมนูแนะนำ: บุฟเฟต์แบบสวีเดน Smörgåsbord

จุดเที่ยวไฮไลท์ในคาลมาร์

  • Kalmar Castle – ปราสาทริมทะเลสไตล์เรเนสซองส์
    ปราสาทเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ผ่านการบูรณะหลายครั้งจนมีความขลังและสวยเป็นเอกลักษณ์ รอบ ๆ ยังมีโบสถ์และสวนให้เดินเล่น ถ่ายรูปเพลิน ๆ

  • Södra Kapellet – โบสถ์เล็กสุดเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์
    โบสถ์เก่าใกล้ Kalmar Castle สถาปัตยกรรมดูเงียบสงบและเป็นอีกจุดยอดนิยมสำหรับใช้เป็นแบ็กกราวนด์รูปทริป

  • วิหาร Kalmar Cathedral ก็เป็นอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมที่สวยทั้งด้านในและด้านนอก

  • Gamla Stan Kalmar – เมืองเก่าฟีลสงบ
    ถ้าอยากหลบความวุ่นวายลองเดินเข้าโซนนี้ บ้านสีพาสเทลและถนนเงียบ ๆ เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องมีแพลนมาก่อน

วิวมุมสูงของเมืองเก่าในเขตคาลมาร์ยังเผยให้เห็นอีกหลายเมืองเล็ก ๆ ที่สวยไม่แพ้กัน เช่น Västervik ที่บรรยากาศดีมากในช่วงฤดูร้อน

8. ลุนด์ (Lund) – เมืองมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ที่อบอุ่นสุดใจ

ลุนด์เป็นเมืองเล็กที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบสแกนดิเนเวีย บ้านไม้สีพาสเทล ถนนสายแคบ และอาคารเก่าคลาสสิกทำให้เมืองนี้โรแมนติกมาก เหมาะกับคนที่ชอบเดินเล่นเรื่อย ๆ มากกว่าวิ่งเช็กลิสต์ที่เที่ยว

  • มุมถ่ายรูป: ถนนเล็ก ๆ ที่เรียงรายด้วยบ้านไม้สีพาสเทล

  • การเดินทาง:
    • จากมัลเมอ นั่งรถไฟแค่ 10 นาที

    • จากโคเปนเฮเกน ราว 40 นาที

ทั้งเมืองลุนด์คือมีคาแรกเตอร์ชัดมาก เดินไปทางไหนก็เจออาคารสวย ๆ ให้หยุดถ่ายรูปแบบไม่รู้ตัว

ที่เที่ยวหลัก ๆ ในลุนด์

  • Lund Cathedral – โบสถ์เก่าแก่ของเมือง
    โบสถ์ใหญ่กลางเมือง สถาปัตยกรรมขลังและสวย เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองเก่าก็ว่าได้

  • Lund University – มหาวิทยาลัยและหอสมุดสุดอลัง
    อาคารเก่าที่ห่อหุ้มด้วยต้นไม้สีเขียวทั้งปี ทำให้ทุกมุมดูมีชีวิตชีวา เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปแล้วได้ฟีล “เมืองมหาวิทยาลัยในฝัน” แบบเต็ม ๆ

ประตูและอาคารสถานศึกษาในเมืองนี้เองก็เต็มไปด้วยดีเทลน่ารัก ๆ เดินเพลินแน่นอน

สวนพฤกษศาสตร์ของลุนด์ก็เป็นอีกที่ที่เหมาะกับการมานั่งพักให้หายเหนื่อยจากการเดินทั้งวัน

9. เฮลซิงบอร์ก (Helsingborg) – เมืองชายฝั่งโรแมนติกสุดใต้ของสวีเดน

เมืองริมทะเลฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ที่อยู่ใกล้เดนมาร์กมาก ข้ามเรือไป Helsingør แป๊บเดียว หรือจะวิ่งเชื่อมผ่านสะพาน Øresund ก็ได้ เฮลซิงบอร์กเป็นเมืองที่ผสมทั้งความเก่าและความทันสมัย มีทั้งปราสาทเก่า ย่านช้อปปิ้ง และชายทะเลฟีลดี ๆ

เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งการเดินเล่นริมทะเล ช้อปปิ้ง และถ่ายรูปสวย ๆ ในเมืองเดียว

  • จากสตอกโฮล์ม: นั่งรถไฟประมาณ 5 ชั่วโมง หรือบินลง Malmö แล้วต่อรถไฟ/รถบัสราว 1 ชั่วโมง

  • จากโคเปนเฮเกน: ข้ามเรือไป Helsingør ใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง

กิจกรรมแนะนำในเฮลซิงบอร์ก

  • เดินเล่นเมืองเก่าและเลียบริมทะเล

  • ช้อปปิ้งในย่าน Drottninggatan

  • ถ้ามาช่วงปลายปี ลองเดินตลาดคริสต์มาสบรรยากาศดีมาก

พิกัดที่ควรแวะ

  • Stortorget – จัตุรัสกลางเมือง
    มีทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร และตึกเก่าล้อมรอบ เป็นจุดเริ่มต้นเที่ยวเมืองที่ดีมาก

  • Kärnan Tower – หอคอยปราสาทยุคกลาง
    ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นเหมือนแลนด์มาร์กสูงที่คอยเฝ้ามองเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ

  • Sofiero Palace & Gardens – พระราชวังและสวนดอกไม้
    ช่วงดอกไม้บานคือสวยจนเหมือนภาพวาด แต่แม้ช่วงปลายปีที่มีหิมะก็ยังดูโรแมนติกมาก

ลองแวะไปเดินดูบ้านสวย ๆ ริมถนน Raavagen ในหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ชื่อ Raa ที่อยู่ใต้เมืองเฮลซิงบอร์ก บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปมาก

โบสถ์ St. Mary ก็เป็นอีกจุดที่ให้ฟีลเมืองเก่าแสนสงบ

บันได Terrace of King Oscar II ที่สร้างช่วงปี 1899–1903 บนเนินเขาใจกลางเมือง เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ต้องลองขึ้นไป

เมืองนี้มองมุมสูงแล้วเห็นทั้งเมืองเก่าติดทะเล ท่าเรือ และหาดทรายเรียงตัวกัน เป็นภาพที่ลงตัวมาก

  • ท่าเรือ Marina Helsingborg ก็เป็นจุดเดินเล่นดูเรือและชมพระอาทิตย์ตกที่บรรยากาศดีสุด ๆ

10. ลูเลโอ (Luleå) – เมืองเหนือกับถนนน้ำแข็งและหมู่บ้านมรดกโลก

ลูเลโอเป็นเมืองท่าทางตอนเหนือของสวีเดน ศูนย์กลางของภูมิภาค Norrbotten ตั้งอยู่ริมชายฝั่ง Bothnian Bay จุดพีกคือฤดูหนาวเมื่อทะเลสาบและทะเลกลายสภาพเป็นน้ำแข็ง และเมืองทั้งเมืองถูกโอบล้อมด้วยหิมะสีขาวโพลน

ที่นี่เป็นทั้งเมืองเทคโนโลยีและเมืองวัฒนธรรมในเวลาเดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากลองสัมผัส “ฤดูหนาวแบบจัดเต็ม” สักครั้ง

  • การเดินทาง:
    • บินจากสนามบิน Stockholm Arlanda มาลง Luleå Airport (LLA) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

    • หรือนั่งรถไฟกลางคืนจากสตอกโฮล์มราว 12–13 ชั่วโมง ได้ฟีลทริปรถไฟยาว ๆ ดูวิวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

กิจกรรมฤดูหนาวยอดนิยมในลูเลโอ

  • เดินเล่นบนทะเลสาบน้ำแข็ง

  • ขี่เลื่อนสุนัข Husky และ Reindeer sledding

  • ขับ Snowmobile ฝ่าหิมะ

  • ลุ้นชมแสงเหนือ (Aurora Borealis)

  • ตกปลาในน้ำแข็ง (Ice fishing)

ที่เที่ยวห้ามพลาดในลูเลโอ

  • Gammelstad Church Town – หมู่บ้านโบสถ์เก่าแก่มรดกโลก
    บ้านไม้สีแดงกว่า 400 หลังเรียงตัวล้อมรอบโบสถ์หินจากศตวรรษที่ 15 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น UNESCO World Heritage บรรยากาศคือเหมือนฉากในหนังยุโรปยุคเก่า

  • Ice Road – ถนนน้ำแข็งบนทะเล
    เป็นหนึ่งในไฮไลท์หน้าหนาวของลูเลโอ ถนนที่สร้างขึ้นบนผิวน้ำแข็งยาวหลายกิโลเมตร เปิดให้เดิน เล่นสกี หรือแม้แต่ขับรถบนผืนน้ำแข็ง เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากมาก

วิธีเดินทางจากไทยไปสวีเดนให้ทริปเริ่มต้นแบบสบายสุด

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสวีเดนตอนนี้สะดวกมาก เพราะมีไฟลต์บินตรงไปสตอกโฮล์ม ไม่ต้องเสียเวลาแวะเปลี่ยนเครื่องให้เหนื่อย

ข้อดีของการเลือกไฟลต์บินตรงไปสตอกโฮล์ม

  • บินรวดเดียวถึง ไม่เสียเวลาและพลังในการต่อเครื่อง

  • หลายไฟลต์ออกตอนกลางคืน ถึงเช้าที่สวีเดนพอดี เช็กอินเมืองเสร็จออกเที่ยวต่อได้เลย

  • สายการบินแบบ Full Service ทำให้การเดินทางยาว ๆ สบายขึ้นเยอะ ทั้งเรื่องอาหาร การบริการ และน้ำหนักกระเป๋า

  • ถ้าเลือกสายการบินที่มีระบบสะสมไมล์ ก็สามารถเก็บไมล์ไปแลกตั๋วเที่ยวอื่นหรือของรางวัล ไลฟ์สไตล์รีวอร์ด ที่พัก หรือดีลร้านอาหารได้อีก

ราคาตั๋วโดยประมาณ

  • เส้นทาง กรุงเทพฯ – สตอกโฮล์ม (ไป–กลับ)
    ราคาโดยทั่วไปจะเริ่มต้นราว ๆ 25,000–40,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและโปรโมชันในตอนที่จอง

ทริคเล็ก ๆ คือควรจองล่วงหน้า 2–3 เดือน เพื่อได้ราคาที่คุ้มที่สุดและตัวเลือกเวลาบินที่ตรงกับแพลนเที่ยว

สรุป: ทริปสวีเดนปลายปีเดียว แต่ความทรงจำยาวไปทั้งชีวิต

สวีเดนคือประเทศที่ตอบโจทย์การเที่ยวปลายปีแบบสุดทางในทุกด้าน

  • อยากเดินเมืองเก่าฟีลยุคกลาง – ไป Visby, Uppsala, Gamla Stan ในสตอกโฮล์ม

  • อยากล่าแสงเหนือ ปั่นเลื่อนสุนัข นอนโรงแรมน้ำแข็ง – ขึ้นเหนือไป Kiruna หรือ Luleå

  • สายคาเฟ่ สายเมืองชิล – แนะนำ Gothenburg, Malmö, Lund, Helsingborg

  • สายประวัติศาสตร์และวิวริมทะเล – Kalmar รออยู่

วางแผนดี ๆ ต่อรถไฟ–เครื่องบินภายในให้ลงตัว คุณจะสามารถเก็บได้หลายเมืองภายในทริปเดียวแบบไม่เหนื่อยเกินไป ทริปสวีเดนปลายปีนี้อาจกลายเป็นทริปที่ดีที่สุดทริปหนึ่งในชีวิตคุณก็ได้