รับแอปรับแอป

แพนทีนอลคือกุญแจสู่ผิวชุ่มฟู: ใช้ยังไงให้ได้ผลสุดโดยไม่เปลือง

ธนดล ศรีงาม01-31

แพนทีนอล ตัวจริงเรื่องผิวชุ่มชื้นและฟื้นฟู

เคยพลิกขวดครีมหรือโฟมล้างหน้าแล้วเจอคำว่า “Panthenol” แต่ยังไม่เคยรู้จริง ๆ ว่ามันช่วยอะไรผิวได้บ้างไหม?

ส่วนผสมตัวนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะขึ้นชื่อเรื่องการ เติมน้ำให้ผิว ปลอบประโลม และช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอ จนกลายเป็นดาวเด่นในวงการสกินแคร์และการดูแลผิวเชิงการแพทย์ไปแล้ว

ถ้าคุณกำลังมองหาตัวช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ฟื้นตัวไวขึ้น และดูแข็งแรงกว่าเดิม แพนทีนอลคือชื่อที่ควรเริ่มทำความรู้จักให้ดีเลย

แพนทีนอลในสกินแคร์คืออะไร?

แพนทีนอล หรือที่หลายคนเรียกกันว่า โปรวิตามิน B5 คือรูปแบบแอลกอฮอล์ของกรดแพนโทเทนิก (วิตามินบี 5) ที่ละลายน้ำได้ดี ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย และเมื่อซึมเข้าไปแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดแพนโทเทนิกในผิว

พออยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์นี้ แพนทีนอลจะทำงานในระดับเซลล์ ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูและการซ่อมแซมผิวจากด้านใน

คุณจะเจอแพนทีนอลได้ในผลิตภัณฑ์กลุ่มต่าง ๆ เช่น

  • สกินแคร์สำหรับผิวหน้า: คลีนเซอร์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ เซรั่ม มาส์ก โทนเนอร์ เจลหลังอาบแดด

  • ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม: แชมพู ครีมนวดผม ทรีตเมนต์แบบไม่ต้องล้างออก

  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย: โลชั่น ครีม มอยส์เจอร์ไรเซอร์ และบาล์มบำรุงผิว

โดยเฉพาะในช่วงที่ผิวอยู่ในโหมดฟื้นฟูหลังทำหัตถการต่าง ๆ เช่น เลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่ทำให้ผิวไวและอ่อนแอ แพนทีนอลมักถูกเลือกใช้ในผลิตภัณฑ์ทาภายนอกเพื่อช่วยให้ผิวสมานตัวเร็วขึ้น แต่ยังรู้สึกสบาย ไม่แห้งตึงหรือแสบคัน

ปริมาณที่ใช้ควรพิจารณาจากสภาพผิวของแต่ละคน ซึ่งมักต้องอาศัยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือแพทย์ผิวหนังประกอบด้วย

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกรดแพนโทเทนิกและเดกซ์แพนทีนอลแสดงให้เห็นว่า ส่วนผสมนี้ช่วย เพิ่มความชุ่มชื้นของชั้นหนังกำพร้า ลดการสูญเสียน้ำผ่านผิว และช่วยให้ผิวคงความนุ่ม ยืดหยุ่นได้ดีขึ้น

เคมีนิดเดียว แต่เข้าใจแล้วใช้ได้คุ้ม

องค์ประกอบและคุณสมบัติเด่นของแพนทีนอล

  • สูตรโมเลกุล: C9H19NO4

  • ลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใส มีความหนืดเล็กน้อย

  • การละลาย: ละลายน้ำได้ดี และมีเสถียรภาพในสูตรเครื่องสำอางส่วนใหญ่

  • การทำงานบนผิว: เปลี่ยนเป็นกรดแพนโทเทนิกในชั้นผิว ช่วยจับและกักเก็บน้ำในผิว เสริมการทำงานของเกราะป้องกันผิว และช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างผิวใหม่

จุดสำคัญคือการเปลี่ยนรูปนี้เอง ที่ทำให้แพนทีนอลมีความสามารถในการให้ความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในคนที่ผิวมีปัญหา เป็นผื่นง่าย หรือระคายเคืองบ่อย

แพนทีนอล vs เซราไมด์: ต้องเลือกหรือใช้คู่กัน?

แม้ว่าแพนทีนอลและเซราไมด์จะช่วยเรื่องเกราะป้องกันผิวเหมือนกัน แต่ทั้งคู่ทำงานกันคนละแบบ

  • แพนทีนอล: โฟกัสหลักคือการเป็นสารให้ความชุ่มชื้น ช่วยดึงและกักเก็บน้ำไว้ในผิว ป้องกันการสูญเสียน้ำ ให้ผิวนุ่มลื่นขึ้น พร้อมทั้งมีฤทธิ์ปลอบประโลมและลดการอักเสบ จึงเหมาะมากหลังผิวผ่านกระบวนการที่อาจทำให้ระคายเคืองง่าย

  • เซราไมด์: เป็นไขมันที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิว ทำหน้าที่เหมือน “ปูน” ที่ช่วยยึดเซลล์ผิวเข้าหากัน คอยล็อกความชุ่มชื้นและป้องกันผิวจากสิ่งกระตุ้นและมลภาวะภายนอก

ทีเด็ดคือการใช้คู่กัน เมื่อผสานแพนทีนอลกับเซราไมด์ในรูทีนสกินแคร์ คุณจะได้ทั้ง

  • ความชุ่มชื้นแบบทันทีจากแพนทีนอล

  • การฟื้นเกราะป้องกันผิวในระยะยาวจากเซราไมด์

แพนทีนอลช่วยผิวเราอย่างไรบ้าง?

แพนทีนอลไม่ใช่แค่สารให้ความชุ่มชื้นธรรมดา แต่เป็น ส่วนผสมสายเอนกประสงค์ ที่ช่วยได้หลายมิติ

หน้าที่หลัก ๆ ได้แก่

  • การกักเก็บความชื้น: ทำหน้าที่คล้ายสารดูดน้ำ (humectant) ดึงน้ำจากสิ่งแวดล้อมและจากชั้นผิวด้านล่างขึ้นมาสู่ผิวชั้นบน ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ

  • การซ่อมเกราะป้องกันผิว: ช่วยสนับสนุนการสร้างไขมันในผิว ทำให้เกราะป้องกันธรรมชาติแข็งแรงขึ้น

  • การปลอบประโลมผิว: ลดอาการแดง แพ้ อักเสบ และอาการแสบคันต่าง ๆ

  • ช่วยเรื่องความยืดหยุ่น: สนับสนุนการผลัดเซลล์ผิวให้สมดุล ผิวจึงดูเนียนและเด้งขึ้น

ด้วยคุณสมบัติแบบนี้ แพนทีนอลจึงเหมาะมากสำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลหลังการทำหัตถการที่ผิวอาจไวต่อการระคายเคือง เช่น หลังทำเลเซอร์ ไมโครนีดลิ่ง หรือทรีตเมนต์ฟื้นฟูผิวเชิงลึก

4 ไฮไลต์ประโยชน์ของแพนทีนอลต่อผิว

  1. เติมความชุ่มชื้นล้ำลึกและผิวนุ่มขึ้นจริง
    แพนทีนอลสามารถซึมลึกลงไปในชั้นผิว กักเก็บโมเลกุลของน้ำ และช่วยลดการสูญเสียน้ำผ่านผิว (TEWL) ผิวจึงรู้สึกอิ่มฟู นุ่มลื่น ไม่แห้งตึง และดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อสัมผัส

  2. ช่วยสมาน ฟื้นผิว และเร่งการซ่อมแซม
    มีงานวิจัยทางคลินิกที่ชี้ว่า แพนทีนอลช่วยสนับสนุนการซ่อมแซมบาดแผล ผิวไหม้เล็กน้อย และรอยถลอก จึงมักถูกใส่ไว้ในครีมทาหลังการทำหัตถการ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยไม่กระทบต่อผลลัพธ์ในระยะยาว

  3. ลดอาการคัน แดง และระคายเคืองผิว
    ด้วยคุณสมบัติต้านการอักเสบ แพนทีนอลจึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวระคายเคืองง่าย มีแนวโน้มเป็นผื่น หรือขาดความสบายผิว เช่น ผิวแห้งลอก ผื่นคล้ายผิวหนังอักเสบ ฯลฯ

  4. ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
    เมื่อความชุ่มชื้นในผิวสมดุลและเกราะผิวแข็งแรงขึ้น เนื้อผิวที่เคยหยาบ ๆ ก็จะดูเรียบและละเอียดขึ้น ผิวโดยรวมดูสุขภาพดีและสม่ำเสมอมากกว่าเดิม

ความปลอดภัย ผลข้างเคียง และสิ่งที่ควรรู้

โดยภาพรวม แพนทีนอลจัดว่า อ่อนโยนและปลอดภัยกับผิวแทบทุกประเภท รวมถึงผิวบอบบางและผิวแพ้ง่ายด้วย แต่ก็ยังมีบางจุดที่ควรรู้ไว้ก่อนใช้เป็นประจำ

สิ่งที่ควรพิจารณา:

  • โอกาสแพ้ (แม้จะพบไม่บ่อย): ในบางคนที่ผิวไวมาก อาจมีโอกาสเกิดผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสได้ จึงควรสังเกตผิวตนเองเสมอ

  • ความเข้มข้นที่เหมาะสม: ส่วนใหญ่แพนทีนอลทำงานได้ดีในช่วงความเข้มข้นราว ๆ 1–5% ในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ การใส่มากกว่านี้ไม่ได้แปลว่าได้ผลดีกว่าเสมอไป อาจแค่ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์รู้สึกเหนอะหรือซึมยากขึ้น

  • การทดสอบแพตช์: แนะนำอย่างยิ่งสำหรับคนที่ผิวไวจัด หรือเคยมีประวัติแพ้สกินแคร์หลายตัวมาก่อน

ใช้ได้ไหมในหญิงตั้งครรภ์?

คำตอบคือ ได้ แพนทีนอลเป็นสารที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์และคุณแม่ให้นมบุตร จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากรักษาผิวให้ชุ่มชื้นและแข็งแรง แต่ไม่อยากเสี่ยงกับส่วนผสมที่แรงเกินไป

ผลิตภัณฑ์อย่างมอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือคลีนเซอร์ที่มีแพนทีนอลจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในสกินแคร์รูทีนสำหรับช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด

ใช้แพนทีนอลในรูทีนยังไงให้เห็นผลจริง?

แพนทีนอลเป็นส่วนผสมที่ยืดหยุ่นและหาได้ง่ายในหลายหมวดผลิตภัณฑ์ คุณสามารถหยิบมาใส่ในรูทีนได้หลากหลายรูปแบบตามสภาพผิวและไลฟ์สไตล์

ตัวอย่างรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มักมีแพนทีนอล:

  • มอยส์เจอร์ไรเซอร์: ใช้เติมน้ำให้ผิวทุกวัน เช้า–เย็น

  • เซรั่ม: เน้นการซ่อมแซมและปลอบประโลมผิวแบบเข้มข้น

  • โทนเนอร์หรือน้ำตบ: ให้ฟีลบางเบา แต่ช่วยเสริมความชุ่มชื้นเป็นเลเยอร์แรก

  • แผ่นมาส์ก: เติมความชุ่มชื้นแบบเร่งด่วนและปลอบประโลมผิวในคืนที่ผิวล้าหนัก

  • เจลหลังแดด: ช่วยคลายความร้อนและช่วยฟื้นผิวที่เพิ่งโดนแสงแดดจัด ๆ

แพนทีนอลสามารถใช้ได้ ทั้งเช้าและเย็นทุกวัน และเข้ากันได้ดีกับส่วนผสมยอดฮิตอย่าง

  • ไนอะซินาไมด์

  • ไฮยาลูโรนิกแอซิด

  • เซราไมด์

ต้องใช้ความเข้มข้นเท่าไหร่ถึงจะเวิร์ก?

สำหรับการใช้ทาภายนอก ความเข้มข้นประมาณ 1–5% มักเพียงพอสำหรับผิวส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องตามล่าหาเปอร์เซ็นต์สูงมาก เพราะอาจทำให้เนื้อสัมผัสผลิตภัณฑ์ไม่สบายผิวมากกว่าจะได้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้น

ทายังไงให้ไม่เปลืองและได้ประโยชน์เต็ม ๆ?

  • สำหรับครีมหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีแพนทีนอล: ใช้ปริมาณประมาณเมล็ดถั่วเขียว แล้วเกลี่ยให้ทั่วบริเวณที่ต้องการ หลังขั้นตอนทำความสะอาดและลงโทนเนอร์เรียบร้อยแล้ว

  • สำหรับเซรั่ม: โดยทั่วไป หยดประมาณ 2–3 หยด ทั่วหน้าและลำคอ ก็พอเพียงแล้ว ไม่ต้องโบกหนาให้เปลืองผลิตภัณฑ์

ใครคือคนที่ “ควรมีแพนทีนอล” ติดโต๊ะเครื่องแป้ง?

แพนทีนอลเหมาะมากสำหรับคนกลุ่มต่อไปนี้:

  • ผิวแห้ง ขาดน้ำ ผิวดูหมองและตึงง่าย

  • ผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือมีแนวโน้มระคายเคืองบ่อย

  • ผิวที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังทำหัตถการต่าง ๆ เช่น เลเซอร์ ไมโครนีดลิ่ง หรือทรีตเมนต์ฟื้นฟูผิวเชิงลึก

  • ผิวที่เริ่มมีสัญญาณริ้วรอยหรือหย่อนคล้อย ต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นและความเด้ง

  • คนที่ต้องการรูทีนสกินแคร์ที่ปลอดภัยสำหรับช่วงตั้งครรภ์

  • คนที่อยากดูแลเส้นผมและหนังศีรษะไปพร้อมกัน เพราะแพนทีนอลช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในเส้นผม ทำให้ผมยืดหยุ่น นุ่มลื่น ลดผมชี้ฟู และช่วยให้เกล็ดผมเรียบขึ้น

แม้ว่าหลายคนจะนึกถึงแพนทีนอลในบริบทของ “สกินแคร์หน้า” เป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วมันยังมีประโยชน์ต่อหนังศีรษะด้วย เพราะหนังศีรษะก็เป็นผิวเช่นเดียวกัน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแพนทีนอลอย่างเหมาะสม จึงช่วยให้เส้นผมและหนังศีรษะดูสุขภาพดีขึ้นไปพร้อมกันได้

สรุป: แพนทีนอลไม่ใช่แค่ส่วนผสมเสริม แต่คือฮีโร่เรื่องเกราะผิวและความชุ่มชื้น

แพนทีนอลคือมากกว่าส่วนผสมที่โผล่มาในฉลากเฉย ๆ มันเป็นทั้ง ตัวล็อกความชุ่มชื้น ตัวช่วยฟื้นฟูผิว และตัวเสริมเกราะป้องกันผิว ที่ครบเครื่องในหนึ่งเดียว

ไม่ว่าคุณจะอยาก:

  • ลดอาการระคายเคืองและผิวแสบแดง

  • เพิ่มความนุ่มลื่นให้ผิวแบบจับแล้วรู้สึกได้

  • หรือช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังผ่านการทำหัตถการ

แพนทีนอลก็เป็นตัวเลือกที่น่าไว้ใจ เพราะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนในขณะที่ยัง อ่อนโยนและมีโอกาสแพ้ค่อนข้างต่ำ

เมื่อจับคู่ การดูแลผิวในคลินิกหรือการทำทรีตเมนต์ต่าง ๆ เข้ากับ การดูแลที่บ้านด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีแพนทีนอล อย่างเหมาะสม ผิวก็ยิ่งมีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และดูโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว

สรุปง่าย ๆ ถ้าคุณกำลังมองหาส่วนผสมหนึ่งตัวที่ช่วยทั้ง ชุ่ม ฟู นุ่ม ฟื้น แพนทีนอลคือชื่อที่ควรเริ่มมองหาในฉลากสกินแคร์ขวดถัดไปของคุณเลย