รับแอปรับแอป

เมื่อ AI กลายเป็นแพะรับบาป: ถ้าเกมเมอร์ยังต่อต้านแบบนี้ วงการเกมอาจไปไม่ถึงอนาคต

นพดล แก้วคำ01-29

ดราม่าปลายปี: เมื่อสงครามความคิดเรื่อง AI ลุกลามทั้งวงการเกม

ปลายปี 2025 วงการเกมเมอร์เดือดจนไฟลุก ด้วยประเด็นที่ถกเถียงกันไม่รู้จบเรื่องการใช้ Generative AI ในการพัฒนาเกม

จุดที่ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่า “เรื่องมันไปไกลเกินเหตุ” คือการที่ Akihiro Hino CEO ของ Level-5 (สตูดิโอที่อยู่เบื้องหลัง Professor Layton และ Ni No Kuni) ต้องออกมาโพสต์ผ่าน X เพื่อเรียกสติทั้งอุตสาหกรรมและแฟนเกม

ทั้งหมดเริ่มจากคดีพิพาทที่แรงจนถึงขั้น ยึดรางวัลเกมคืน และทำให้คำว่า “ใช้ AI” กลายเป็นตราบาปของคนทำเกมในสายตาใครหลายคน

ปมใหญ่: GOTY อินดี้โดนริบรางวัล เพราะมีชื่อว่า AI อยู่ในเครดิต

ชนวนที่ทำให้ Hino ตัดสินใจออกมาพูดแบบตรงๆ คือกรณีของเกม Clair Obscur: Expedition 33

เกมนี้ถูกมองว่าเป็นม้ามืดประจำปี และเพิ่งคว้ารางวัล Indie Game of the Year 2025 มาแบบสวยๆ

แต่ไม่ทันได้เฉลิมฉลองนาน รางวัลก็ถูกสั่ง “ริบคืน” หลังจากทีมพัฒนา Sandfall Interactive ยอมรับว่า

  • เคยใช้ AI ระหว่างการพัฒนา

  • ใช้แค่ในระดับ ภาพ Placeholder ชั่วคราว

  • แถมภาพเหล่านั้นถูกลบออกไปจากตัวเกมสุดท้ายแล้วด้วย

ต่อให้บริบทจะเป็นเพียงการทดลอง หรือใช้ชั่วคราว แต่แค่มีกลิ่นของคำว่า “AI” ก็เพียงพอให้เกิดแรงตีกลับแบบรุนแรงจนรางวัลต้องถูกถอดถอน

แรงสั่นสะเทือนไม่ได้หยุดอยู่แค่เกมเดียว

Larian Studios ผู้สร้าง Baldur’s Gate 3 ก็โดนทัวร์ลงไปด้วย หลังจาก CEO ของสตูดิโอพูดตรงๆ ว่ากำลังทดลองใช้ AI ในโปรเจกต์ใหม่

และนี่ทำให้ภาพจำของสังคมเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า

“ใครใช้ AI = คนทรยศต่อวงการศิลปะ”

มุมมองของ CEO Level-5: AI คือ “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “อาชญากรรม”

ท่ามกลางกระแสต่อต้านที่แรงขึ้นเรื่อยๆ Akihiro Hino เลือกออกมาพูดในมุมที่ต่างออกไป เพื่อปกป้องทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และอนาคตของการสร้างเกม

เขาสรุปประเด็นสำคัญไว้ชัดเจนประมาณนี้

  • AI ทำให้เราไม่ต้องรอเกมเทพนาน 10 ปีอีกต่อไป
    Hino มองว่า AI คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดเวลา dev เกมระดับใหญ่ จากเดิมที่ต้องรอกันทีละ 5–10 ปี
    ถ้าใช้ให้เป็น เกมเมอร์อาจได้เล่นเกมคุณภาพสูง ทุกๆ 2 ปี แทนการรอแบบทรมานใจเป็นทศวรรษ

  • AI ก็เหมือนมีด หรือคอมพิวเตอร์: จะสร้างสรรค์หรือทำร้าย อยู่ที่คนใช้
    เขาเปรียบเทียบ AI ว่าไม่ต่างจาก “มีด” หรือ “คอมพิวเตอร์”

    • ใช้ถูกทาง: กลายเป็นเครื่องมือสุดทรงพลังในการสร้างผลงานใหม่ๆ

    • ใช้ผิดทาง: เช่น เอาไปลอกเลียนงานคนอื่น นั่นคือ ความผิดของคนใช้ ไม่ใช่ความผิดของเทคโนโลยี
      การเหมารวมว่า AI คือสิ่งเลวร้ายตั้งแต่ต้น จึงเป็นการมองปัญหาแบบข้ามขั้นอย่างน่ากลัว

  • เคลียร์ดราม่า: Level-5 ไม่ได้ปล่อยให้ AI เขียนโค้ดแทนทีมงานทั้งสตูดิโอ
    Hino ยังออกมาแก้ข่าวลือที่พูดกันหนักมากว่า Level-5 ใช้ AI เขียนโค้ดเกมเกือบทั้งหมด
    เขาย้ำว่า:

    • สิ่งที่ทำอยู่คือการ “ทดลอง”

    • อยู่ในโปรเจกต์ที่ มีธีมเกี่ยวกับ AI เท่านั้น

    • และเทคโนโลยีปัจจุบันยังไกลมากจากจุดที่ AI จะมาแทนมนุษย์ได้ทั้งกระบวนการพัฒนาเกม

สรุปง่ายๆ: เขาไม่ได้ปฏิเสธความเสี่ยงของ AI แต่ปฏิเสธการดราม่าแบบเหมารวมทุกอย่างว่าเลวร้าย

ความจริงที่หนีไม่พ้น: อนาคตเกมกับ AI แยกทางกันไม่ได้แล้ว

ในช่วงท้าย Hino ทิ้งข้อความที่ตีแสกหน้าทั้งวงการไว้ชัดเจนมาก

เขาเตือนว่า ถ้าเรายังคงสร้างภาพว่า “การใช้ AI = ความชั่วร้าย” ผลเสียจะไม่ใช่แค่ดราม่าบนโซเชียล แต่จะไป ขวางทางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งชุด

เขาอยากให้คนมอง AI ในฐานะ:

  • “พู่กัน” แบบใหม่

  • “ปากกา” รุ่นอัปเกรด

เป็นเพียงอีกหนึ่งเครื่องมือที่มนุษย์ใช้ในการสร้างงานในระดับที่ เหนือกว่ามาตรฐานเดิม ไม่ใช่อสูรกายที่ต้องถูกล่าให้หมดไปจากโลก

ถ้ายังตราหน้า AI เป็นตัวร้าย วงการเกมอาจเดินช้ากว่าที่ควรจะเป็น

มุมมองของ Hino สะท้อนภาพที่หลายคนในอุตสาหกรรมเริ่มรู้สึกตรงกันว่า:

  • การจับผิด AI แบบไม่แยกแยะ ใช้ดี / ใช้แย่ จะยิ่งทำให้ครีเอเตอร์ลังเลที่จะทดลองนวัตกรรม

  • สุดท้ายคนที่พลาดโอกาสอาจไม่ใช่แค่สตูดิโอเกม แต่คือ เกมเมอร์เอง ที่จะไม่ได้สัมผัสไอเดียใหม่ๆ เพราะทุกอย่างถูกบล็อกตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

AI ไม่ได้มาขโมยวิญญาณของงานสร้างสรรค์ แต่มาเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า “เมื่อมี AI แล้ว มนุษย์จะสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้บ้าง”

และคำตอบของคำถามนั้น อาจเป็นอนาคตของวงการเกมทั้งหมดที่เรากำลังเล่นอยู่ในวันนี้ด้วยเช่นกัน