รับแอปรับแอป

ย้อมผมเอง vs ทำสีที่ร้าน เลือกแบบไหนดี

ZestBuy AI02-20

เปลี่ยนสีผมแบบไหนคุ้มกว่า ย้อมเองหรือไปร้านเสริมสวย?

การทำสีผมในปัจจุบันมีตัวเลือกให้ตัดสินใจอยู่สองทางหลัก ๆ คือ ย้อมผมเอง (DIY) ที่บ้าน กับ ทำสีผมที่ร้านเสริมสวย ซึ่งแต่ละแบบมีทั้งข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมต่างกันไป ข้อมูลต่อไปนี้เป็นการสรุปเชิงเปรียบเทียบและแนะแนวให้เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเอง โดยอ้างอิงจากประเด็นเรื่องงบประมาณ สภาพเส้นผม ความซับซ้อนของสี และการดูแลหลังทำสีเป็นหลัก

1. ภาพรวมความต่าง: ย้อมเองที่บ้าน vs ทำสีที่ร้าน

การย้อมผมเองและการทำสีที่ร้านต่างมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน

  • ย้อมผมเอง (DIY)

    • ทำได้ที่บ้าน ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า

    • มีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปให้เลือก เช่น แชมพูเปลี่ยนสีผมจากร้านสะดวกซื้อ ที่ใช้เหมือนสระผมทั่วไป

    • เหมาะกับคนที่อยากปิดผมขาว หรือปรับสีผมในโทนพื้นฐานแบบไม่ซับซ้อน

  • ทำสีผมที่ร้านเสริมสวย

    • มีช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์เส้นผม เลือกสี และออกแบบเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละคน

    • เหมาะกับการทำสีที่ซับซ้อน เช่น ไฮไลต์ การฟอก การทำเลเยอร์สี หรือการแก้สีผมด่าง

    • ค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่แลกกับทักษะและประสบการณ์ของช่าง รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ระดับมืออาชีพ

โดยสรุป วิธีที่เลือกจะสัมพันธ์กับทั้งงบประมาณ ความต้องการเรื่องเฉดสี และสภาพผมเดิมของแต่ละคน

2. เจาะลึกข้อดี–ข้อเสียของการย้อมผมเอง (DIY)

ข้อดี: ประหยัดและทำได้ง่ายที่บ้าน

  • สามารถซื้อผลิตภัณฑ์อย่าง แชมพูเปลี่ยนสีผม ที่ใช้ได้เองในไม่กี่ขั้นตอน

  • ราคาย่อมเยา หาซื้อง่ายจากร้านสะดวกซื้อหรือช่องทางออนไลน์

  • เหมาะกับคนที่ต้องการ

    • ปิดผมขาว

    • เพิ่มโทนสีน้ำตาล หรือโทนใกล้เคียงสีธรรมชาติ

    • ปรับลุคเล็กน้อยโดยไม่ต้องใช้เวลาหรือเงินมาก

ข้อเสีย: สีอาจไม่เป๊ะ และมีข้อจำกัดเรื่องเฉด

  • สีไม่ตรงปก มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสีผมเดิมและสภาพเส้นผม

  • การควบคุมโทนสีและระดับความสว่างทำได้จำกัดเมื่อเทียบกับงานมืออาชีพ

  • เฉดที่ทำเองได้ง่ายส่วนใหญ่เป็นโทนพื้นฐาน เช่น น้ำตาลเข้ม น้ำตาลประกายทอง น้ำตาลเทา หรือโทนน้ำตาลดำสุภาพ

  • ไม่เหมาะกับ

    • งานฟอกสีหลายระดับ

    • สีแฟชั่นหลายชั้น

    • ผมที่ผ่านการย้อมหลายรอบแบบซับซ้อน

กล่าวโดยย่อ การย้อมเองเหมาะกับการ เติมสี/ปิดผมขาว/เปลี่ยนโทนเบื้องต้น แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการเปลี่ยนลุคแบบยากหรือการแก้ปัญหาสีผมที่ยุ่งยากอยู่แล้ว

3. ทำสีที่ร้านแพงกว่าเพราะอะไร และผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร

แม้การทำสีผมที่ร้านจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าอย่างชัดเจน แต่ก็มีองค์ประกอบหลายด้านที่ต่างจากการทำเองที่บ้าน

  • ความเชี่ยวชาญของช่าง

    • วิเคราะห์พื้นฐานสีผมเดิม โทนผิว และภาพรวมลุคที่เหมาะสม

    • เลือกเทคนิคการลงสี เช่น ย้อมเต็มหัว ไฮไลต์ ฟอกไล่ระดับ หรือการระบายสีบางส่วนให้เข้ากับทรงผมและสภาพผม

  • การจัดการกรณีซับซ้อน

    • ผมที่ผ่านการฟอกหรือย้อมมาหลายครั้ง

    • ผมที่มีสีด่าง ช่วงโคน-กลาง-ปลายต่างสีกันมาก

    • ต้องการเฉดสีที่มีอันเดอร์โทนเฉพาะ เช่น โทนนัตตี้ (hazelnut / walnut) หลายระดับที่ต้องอาศัยการปรับสีพื้นผมและเลือกตัวออกซิไดเซอร์อย่างระมัดระวัง

  • ผลิตภัณฑ์และขั้นตอนดูแล

    • ใช้สีระดับมืออาชีพ และตัวออกซิไดเซอร์หลายเปอร์เซ็นต์ให้เหมาะกับความเข้ม–อ่อนของสีผมเดิมและความแข็งแรงของเส้นผม

    • มีการใช้ทรีตเมนต์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผมทำสีโดยเฉพาะเพื่อช่วยลดความเสียหาย

ด้วยเหตุนี้ ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจึงแลกมากับ

  • ความแม่นยำของเฉดสี

  • การลดโอกาสผมพังจากการฟอกผิดขั้นตอน

  • การแก้ไขปัญหาสีเก่าหรือสีด่างได้อย่างเป็นระบบมากกว่า

4. ปัจจัยสำคัญก่อนเลือกวิธีเปลี่ยนสีผม

ก่อนตัดสินใจว่าจะย้อมเองหรือไปร้าน ควรประเมิน 3 เรื่องหลัก

  1. งบประมาณ

    • ถ้ามีงบจำกัดและต้องการแค่ปิดผมขาวหรือเปลี่ยนโทนพื้นฐาน การย้อมเองอาจตอบโจทย์

    • ถ้าพร้อมลงทุนกับสีที่ซับซ้อน หรืออยากลดความเสี่ยงผมเสียมาก ควรเผื่องบสำหรับร้านเสริมสวย

  2. สภาพเส้นผม

    • ผมสุขภาพดี ไม่เคยผ่านการฟอกหนัก ใช้สีโทนพื้นฐาน: ยังพอทำเองได้

    • ผมแห้งเสีย แตกปลาย ผ่านความร้อนและสารเคมีบ่อย: การทำสีเพิ่มโดยไม่วางแผน อาจทำให้ผมเสียหนักกว่าเดิม ควรปรึกษาช่าง และให้ความสำคัญกับการบำรุงมากขึ้น

  3. ความซับซ้อนของเฉดสีที่ต้องการ

    • สีเรียบง่าย เช่น น้ำตาลเข้ม น้ำตาลธรรมชาติ ปิดผมขาว: เหมาะกับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแบบแชมพูเปลี่ยนสี

    • สีที่มีเลเยอร์/มิติหรืออันเดอร์โทนหลากหลาย เช่น เฮเซลนัท, วอลนัทหลายระดับทอง–มอคค่า, ไฮไลต์ไล่ระดับ: ต้องการความเข้าใจเรื่องประเภทสีผิว สีพื้นผม และเทคนิคย้อม จึงเหมาะกับการทำที่ร้าน

5. กรณีที่ควรให้ร้านทำเท่านั้น

มีงานสีบางประเภทที่ ไม่แนะนำอย่างยิ่งให้ทำเองที่บ้าน เพราะเสี่ยงต่อ

  • ผมเสียหนักจนแห้งกรอบ เปราะ ขาดง่าย

  • สีออกมาเพี้ยนหรือด่าง แก้ยากและต้องเสียเงินซ้ำ

กรณีเหล่านี้ควรไปที่ร้านเสริมสวย

  • การฟอกสีผม หลายระดับเพื่อให้ได้โทนสว่างหรือสีแฟชั่น

  • การทำไฮไลต์ / บาลายาจ / ออมเบร ที่ต้องใช้เทคนิคลงสีบางส่วนและการไล่เฉดอย่างประณีต

  • การแก้สีผมด่าง ผมหลายโทน จากการย้อมเองหรือย้อมซ้ำหลายครั้ง

งานลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับการเลือกตัวออกซิไดเซอร์ให้เหมาะ (เปอร์เซ็นต์ไม่เท่ากันสำหรับผมบาง ผมเสีย และผมสุขภาพดี) และการควบคุมเวลา การทำผิดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้โครงสร้างเส้นผมเสียหายอย่างถาวรได้ง่าย

6. ดูแลผมหลังทำสีอย่างไร ให้สีติดทนและผมไม่เสีย

ไม่ว่าจะย้อมเองหรือทำที่ร้าน ขั้นตอนหลังทำสีคือส่วนสำคัญที่จะช่วยรักษาทั้งสีและสุขภาพผม

เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลหลังทำสีให้ตรงปัญหา

  • ผมแห้งเสีย แตกปลาย โครงสร้างผมพังจากการทำสีและความร้อน

    • ใช้เซรั่มหรือทรีตเมนต์ที่มี

      • Bond Builder

      • Amino Protein

      • เคราติน

    • ช่วยประคองโครงสร้างเส้นผม ลดการแตกปลายและการเสียหายเพิ่มเติม (แม้จะไม่สามารถซ่อมให้กลับมาเหมือนผมใหม่ได้ทั้งหมด แต่ช่วยชะลอการพังต่อเนื่อง)

  • ผมปกติ ต้องการบำรุงให้เงางามมีน้ำหนัก

    • เลือกเซรั่มที่มีส่วนผสมอย่าง

      • Argan Oil

      • วิตามินอี

    • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เสริมให้ผมเรียงตัวสวย ดูสุขภาพดี

  • ผมผ่านการทำสีบ่อย

    • เลือกเซรั่มหรือผลิตภัณฑ์ที่เน้น

      • ขจัดสารเคมีตกค้างบนเส้นผมและหนังศีรษะ

      • ถนอมเม็ดสีให้ติดทนนาน

  • ใช้ความร้อนบ่อย (ไดร์ หนีบ ม้วน)

    • เลือกเซรั่มหรือสเปรย์กลุ่ม Heat Protection

    • ลดความเสียหายจากความร้อน และควรเลี่ยงการใช้ความร้อนสูงเกินไปเป็นประจำ

ปรับพฤติกรรมการดูแลผมในชีวิตประจำวัน

  • ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ เพื่อลดการซีดจางของสี

  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนจัดสระผม เพราะทำให้สีหลุดเร็วและผมแห้งขึ้น

  • หลังสระผม ซับ น้ำเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนู ไม่ถูแรงเพื่อลดการขาดหลุดร่วง

  • หากจำเป็นต้องใช้ไดร์ เลือกโหมดลมเย็นหรือลมอุ่นเบา ๆ แทนลมร้อนจัด

การลงทุนกับเซรั่มดี ๆ และพฤติกรรมการดูแลที่ถูกต้อง ช่วยยืดอายุสีผมให้สวยนาน และประคองสุขภาพผมไม่ให้เสียไปมากกว่าที่จำเป็นจากการทำสี

7. เลือกวิธีเปลี่ยนสีผมให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

เมื่อรวบรวมทุกประเด็นแล้ว การเลือกว่าจะย้อมเองหรือไปทำที่ร้านสามารถคิดได้แบบนี้

  • ถ้าคุณต้องการ

    • ปิดผมขาว

    • แต่งโทนสีพื้นฐาน

    • ประหยัดงบและทำเองง่าย ๆ

    แชมพูเปลี่ยนสีผม/ครีมย้อมแบบโฮมยูส เป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่ควรยอมรับความเสี่ยงเรื่องสีไม่เป๊ะและข้อจำกัดของเฉด

  • ถ้าคุณต้องการ

    • สีที่มีมิติ หลายเฉด หลายเลเยอร์

    • ฟอกสี ไฮไลต์ หรือแก้สีผมที่ซับซ้อน

    • ลดความเสี่ยงผมเสียและสีพัง

    ร้านเสริมสวย จะตอบโจทย์กว่า แม้ต้องใช้งบประมาณมากขึ้น แต่แลกกับความเชี่ยวชาญและการดูแลที่รอบด้าน

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหน สิ่งสำคัญคือ

  • ประเมินสภาพผมและงบให้ชัด

  • เข้าใจข้อจำกัดของวิธีที่เลือก

  • ใส่ใจกับการบำรุงดูแลหลังทำสีอย่างสม่ำเสมอ

การเปลี่ยนสีผมจึงจะไม่ใช่แค่การ “เปลี่ยนลุค” ชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการดูแลภาพลักษณ์และสุขภาพเส้นผมในระยะยาวให้สวยอย่างที่ตั้งใจจริง ๆ