แนวคิดเรื่องซีพียูแบบ “Unified Core” หรือการใช้สถาปัตยกรรมคอร์แบบเดียวทั้งชิป กำลังกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังมีการพบประกาศรับสมัครงานใหม่ของ Intel ที่ระบุชัดว่าบริษัทมีทีมเฉพาะทางดูแลโปรเจกต์นี้โดยตรง
ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่า Intel กำลังพิจารณา “เปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่” จากดีไซน์แบบ P-Core / E-Core ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไปสู่แนวทางใหม่ที่รวมทุกคอร์เป็นสถาปัตยกรรมเดียวกัน
แม้แนวคิดยังอยู่ในช่วงต้นมาก แต่ก็สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโลกซีพียูอาจเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษนี้
Unified Core คืออะไร?
ปัจจุบัน Intel ใช้ดีไซน์แบบ Hybrid Architecture ซึ่งแบ่งคอร์ออกเป็น:
P-Core (Performance Core) เน้นประสิทธิภาพสูง
E-Core (Efficiency Core) เน้นประหยัดพลังงาน
แนวทางนี้ช่วยเพิ่มจำนวนคอร์และจัดการงานหลากหลายประเภทได้ดี
แต่แนวคิด Unified Core คือการใช้ “ไมโครสถาปัตยกรรมเดียว” สำหรับทุกคอร์บนชิป แทนที่จะใช้หลายแบบผสมกัน
พูดง่าย ๆ คือ เปลี่ยนจากระบบหลายชนิดคอร์ ไปสู่ “คอร์แบบเดียว แต่ปรับสเกลตามความต้องการ”

สัญญาณล่าสุดจากประกาศรับสมัครงาน
ประกาศรับสมัครงานของ Intel ระบุว่ามีทีม “Unified Core” ทำงานในระดับ pre-silicon engineering
คำว่า pre-silicon หมายถึงขั้นตอนออกแบบและจำลองก่อนผลิตชิปจริง แสดงว่าแนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนา
ก่อนหน้านี้ วิศวกรของ Intel เคยให้ข้อมูลว่า E-Core รุ่น Arctic Wolf ที่คาดว่าจะใช้ใน Nova Lake อาจเป็นเจเนอเรชันสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนผ่านไปสู่แนวคิดคอร์แบบเดียว
ทำไมต้องเลิก P/E-Core?
ดีไซน์ P/E-Core มีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น:
ความซับซ้อนในการจัดการเธรด
การพัฒนาไมโครสถาปัตยกรรมสองแบบพร้อมกัน
ข้อจำกัดด้านพื้นที่ชิป (die area)
แนวคิด Unified Core มีเป้าหมายเพิ่ม Performance Per Area (PPA) หรือประสิทธิภาพต่อพื้นที่ชิป
ในยุคที่ข้อจำกัดด้านการย่อขนาดทรานซิสเตอร์ (scaling laws) เริ่มชะลอตัว การใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพจึงสำคัญมาก
เทรนด์นี้ไม่ได้มีแค่ Intel
แนวคิด “All Big Core” เริ่มถูกทดลองในตลาดอื่นแล้ว
ตัวอย่างเช่น:
MediaTek Dimensity 9300 ใช้แนวทาง All Big Core
AMD มีแนว Zen5 และ Zen5c ที่คล้ายแนวคิดผสม แต่ยังไม่ใช่ Unified Core เต็มรูปแบบ
โลก SoC มือถือเริ่มทดลองแนวคิดนี้ก่อน เพราะข้อจำกัดด้านพลังงานและพื้นที่เข้มงวดกว่าเดสก์ท็อป
แล้ว Intel จะเปลี่ยนเมื่อไร?
การคาดการณ์เบื้องต้นระบุว่า:
Nova Lake ยังใช้แนว Hybrid
Razer Lake จะเป็นรุ่นถัดไป
Titan Lake อาจเป็นรุ่นแรกที่เปลี่ยนไปใช้ Unified Core
ไทม์ไลน์ที่เป็นไปได้อยู่ราวปี 2028–2030
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ และโปรเจกต์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามทิศทางตลาด
ผลกระทบต่อผู้ใช้เดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก
หาก Unified Core เกิดขึ้นจริง ผลที่อาจตามมาคือ:
ระบบจัดการเธรดง่ายขึ้น
การพัฒนาแอปพลิเคชันสอดคล้องมากขึ้น
ประสิทธิภาพต่อวัตต์อาจดีขึ้น
การออกแบบชิปยืดหยุ่นขึ้น
แต่ก็มีคำถามสำคัญว่า Intel จะรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพสูงสุดและประสิทธิภาพต่อพลังงานได้อย่างไร หากไม่มี E-Core ช่วยแบ่งเบางาน
สรุป: จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของสถาปัตยกรรมซีพียู?
การมีทีม Unified Core อย่างเป็นทางการสะท้อนว่า Intel กำลังจริงจังกับแนวคิดนี้
แม้จะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่หากแนวทางนี้สำเร็จ อาจเป็นการเปลี่ยนยุคของซีพียูจากระบบ P/E-Core ไปสู่สถาปัตยกรรมแบบรวมศูนย์
ช่วงปลายทศวรรษนี้อาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดซีพียู ทั้ง Intel และ AMD ต่างกำลังทดลองแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับข้อจำกัดของเทคโนโลยีการผลิต
และ Unified Core อาจเป็นคำตอบที่ Intel กำลังเดิมพันไว้สำหรับอนาคต

