รับแอปรับแอป

Intel เดินหน้ากลยุทธ์ “Unified Core” ส่งสัญญาณเลิกใช้ดีไซน์ P/E-Core ในอนาคต

Phanuphong.T02-23

แนวคิดเรื่องซีพียูแบบ “Unified Core” หรือการใช้สถาปัตยกรรมคอร์แบบเดียวทั้งชิป กำลังกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังมีการพบประกาศรับสมัครงานใหม่ของ Intel ที่ระบุชัดว่าบริษัทมีทีมเฉพาะทางดูแลโปรเจกต์นี้โดยตรง

ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่า Intel กำลังพิจารณา “เปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่” จากดีไซน์แบบ P-Core / E-Core ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไปสู่แนวทางใหม่ที่รวมทุกคอร์เป็นสถาปัตยกรรมเดียวกัน

แม้แนวคิดยังอยู่ในช่วงต้นมาก แต่ก็สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโลกซีพียูอาจเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษนี้


Unified Core คืออะไร?

ปัจจุบัน Intel ใช้ดีไซน์แบบ Hybrid Architecture ซึ่งแบ่งคอร์ออกเป็น:

  • P-Core (Performance Core) เน้นประสิทธิภาพสูง

  • E-Core (Efficiency Core) เน้นประหยัดพลังงาน

แนวทางนี้ช่วยเพิ่มจำนวนคอร์และจัดการงานหลากหลายประเภทได้ดี

แต่แนวคิด Unified Core คือการใช้ “ไมโครสถาปัตยกรรมเดียว” สำหรับทุกคอร์บนชิป แทนที่จะใช้หลายแบบผสมกัน

พูดง่าย ๆ คือ เปลี่ยนจากระบบหลายชนิดคอร์ ไปสู่ “คอร์แบบเดียว แต่ปรับสเกลตามความต้องการ”


สัญญาณล่าสุดจากประกาศรับสมัครงาน

ประกาศรับสมัครงานของ Intel ระบุว่ามีทีม “Unified Core” ทำงานในระดับ pre-silicon engineering

คำว่า pre-silicon หมายถึงขั้นตอนออกแบบและจำลองก่อนผลิตชิปจริง แสดงว่าแนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงวิจัยและพัฒนา

ก่อนหน้านี้ วิศวกรของ Intel เคยให้ข้อมูลว่า E-Core รุ่น Arctic Wolf ที่คาดว่าจะใช้ใน Nova Lake อาจเป็นเจเนอเรชันสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนผ่านไปสู่แนวคิดคอร์แบบเดียว


ทำไมต้องเลิก P/E-Core?

ดีไซน์ P/E-Core มีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น:

  • ความซับซ้อนในการจัดการเธรด

  • การพัฒนาไมโครสถาปัตยกรรมสองแบบพร้อมกัน

  • ข้อจำกัดด้านพื้นที่ชิป (die area)

แนวคิด Unified Core มีเป้าหมายเพิ่ม Performance Per Area (PPA) หรือประสิทธิภาพต่อพื้นที่ชิป

ในยุคที่ข้อจำกัดด้านการย่อขนาดทรานซิสเตอร์ (scaling laws) เริ่มชะลอตัว การใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพจึงสำคัญมาก


เทรนด์นี้ไม่ได้มีแค่ Intel

แนวคิด “All Big Core” เริ่มถูกทดลองในตลาดอื่นแล้ว

ตัวอย่างเช่น:

  • MediaTek Dimensity 9300 ใช้แนวทาง All Big Core

  • AMD มีแนว Zen5 และ Zen5c ที่คล้ายแนวคิดผสม แต่ยังไม่ใช่ Unified Core เต็มรูปแบบ

โลก SoC มือถือเริ่มทดลองแนวคิดนี้ก่อน เพราะข้อจำกัดด้านพลังงานและพื้นที่เข้มงวดกว่าเดสก์ท็อป


แล้ว Intel จะเปลี่ยนเมื่อไร?

การคาดการณ์เบื้องต้นระบุว่า:

  • Nova Lake ยังใช้แนว Hybrid

  • Razer Lake จะเป็นรุ่นถัดไป

  • Titan Lake อาจเป็นรุ่นแรกที่เปลี่ยนไปใช้ Unified Core

ไทม์ไลน์ที่เป็นไปได้อยู่ราวปี 2028–2030

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ และโปรเจกต์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามทิศทางตลาด


ผลกระทบต่อผู้ใช้เดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก

หาก Unified Core เกิดขึ้นจริง ผลที่อาจตามมาคือ:

  • ระบบจัดการเธรดง่ายขึ้น

  • การพัฒนาแอปพลิเคชันสอดคล้องมากขึ้น

  • ประสิทธิภาพต่อวัตต์อาจดีขึ้น

  • การออกแบบชิปยืดหยุ่นขึ้น

แต่ก็มีคำถามสำคัญว่า Intel จะรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพสูงสุดและประสิทธิภาพต่อพลังงานได้อย่างไร หากไม่มี E-Core ช่วยแบ่งเบางาน


สรุป: จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของสถาปัตยกรรมซีพียู?

การมีทีม Unified Core อย่างเป็นทางการสะท้อนว่า Intel กำลังจริงจังกับแนวคิดนี้

แม้จะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่หากแนวทางนี้สำเร็จ อาจเป็นการเปลี่ยนยุคของซีพียูจากระบบ P/E-Core ไปสู่สถาปัตยกรรมแบบรวมศูนย์

ช่วงปลายทศวรรษนี้อาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดซีพียู ทั้ง Intel และ AMD ต่างกำลังทดลองแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับข้อจำกัดของเทคโนโลยีการผลิต

และ Unified Core อาจเป็นคำตอบที่ Intel กำลังเดิมพันไว้สำหรับอนาคต