ความรู้สึกหลังดูจบ: มาตรฐานยังมี แต่เสน่ห์หายไปเยอะ

หลังเครดิตขึ้นคือความรู้สึกแรกผุดขึ้นมาเลยว่า ภาคนี้หลายอย่างดรอปลงชัด ทั้งโทน ทั้งอารมณ์ ทั้งรสชาติความสนุก แต่ก็ไม่ได้เละเทะจนรับไม่ได้ ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของหนังคอมเมอร์เชียลดูเพลินอยู่ดี
ปัญหาอาจเริ่มที่ภาค 1-2 ดันปูบาร์ไว้สูงมาก ภาคแรกเน้นสยองขวัญจัดเต็มจนจำฝังหัว ภาคสองก็ยัดแอ็กชันสะใจแบบเล่นใหญ่เกินคาด ออกจากโรงแล้วรู้สึกอิ่มจัดทั้งสองภาค
แต่พอมาภาค 3 ความรู้สึกนั้นมันหายไปเยอะมาก ระหว่างเขียนยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าภาคนี้อยากจะ"เน้น"อะไรเป็นหลัก มันเหมือนหยิบทุกอย่างมาปนกันให้ครบ ทั้งผี ทั้งบู๊ ทั้งดราม่า แต่ไม่มีทางไหนที่ดันไปสุดจริงๆ สักทาง
ตรงนี้ก็ทำให้แอบคิดไม่ได้ว่า การที่ภาคนี้ไม่ได้กำกับโดย คุ้ย ทวีวัฒน์ วันทา แบบสองภาคแรก ส่งผลกับทิศทางและรสชาติของหนังอยู่พอสมควรหรือเปล่า เพราะโทนโดยรวมมันรู้สึก"คนละมือ"กันจริงๆ
ตัวละคร: พี่ยักษ์แบกทั้งเรื่อง ยี่คือ MVP ตัวจริง

ถ้าต้องเลือกจุดแข็งที่สุดของภาคนี้แบบไม่ต้องคิดนาน ก็คือ ตัวละคร โดยเฉพาะ “ยักษ์” ที่ยังคงรับบทแบกทั้งเรื่องไว้อย่างเหมือนเดิม
พี่ยักษ์ยังเท่ทุกช็อต ทำอะไรก็ดูคูลไปหมด
ลุคดูหนาขึ้น กล้ามแน่นขึ้น กลายเป็นจุดขายของแฟรนไชส์แบบขาดไม่ได้ไปแล้ว
อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ “ยี่” น้องคนเล็กที่ภาคนี้โดดเด่นมากจนกลายเป็น MVP ด้านการแสดง แบบไม่เกินจริง เพราะต้องสลับเล่นทั้งตอนปกติและตอนโดนผีเข้า แต่ก็เอาอยู่หมด ทำให้คนดูเชื่อแบบสนิทใจ
ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ มีการเกลี่ยบทให้มากขึ้นก็จริง ได้มีพื้นที่ปรากฏตัวมากกว่าภาคก่อน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นน่าจดจำอะไร เพราะทุกซีนที่มีพี่ยักษ์ หลายอย่างก็โดนกลบรัศมีไปหมด
สำหรับตัวละครใหม่อย่างชาวเผ่า 2 คน แม้จะโผล่มามีบทสำคัญช่วงท้ายเรื่อง แต่กลับไม่ค่อยฝังในความทรงจำเท่าไหร่ ยิ่งเอาไปเทียบกับแก๊งเดินป่าในภาค 2 นี่ยิ่งชัดเลย เพราะภาคก่อนนี่จำแทบได้ทุกหน้า ทุกคาร์แรกเตอร์มีคาแรกเตอร์ชัดเจน
โลเคชันและความหลอน: โรงเรียนดีมาก ป่าซ้ำทางเดิมและจืดลงเยอะ

พาร์ตที่ดีแบบน่าเสียดายคือ ฉากโรงเรียนของยี่ช่วงต้นเรื่อง บรรยากาศหลอนใช้ได้เลย ไลท์ติ้ง เงา ซาวด์ ช่วยกันปั้นความน่าขนลุกได้ดีมากจนคิดในใจว่า ถ้าหนังเลือกเล่นกับโลเคชันนี้ยาวกว่านี้ น่าจะได้โทนสยองที่สมศักดิ์ศรีแฟรนไชส์
แต่สุดท้ายแล้วหนังกลับใช้โลเคชันโรงเรียนแค่แป๊บเดียว แล้วพาคนดูกลับเข้าป่า (อีกแล้ว) กลายเป็นว่าช่วงเกือบทั้งเรื่องวนเวียนอยู่ในบรรยากาศป่า ซึ่งไปซ้ำกับภาค 2 แบบเลี่ยงไม่พ้น
พอโลเคชันมันเหมือนเดิม ภาพในหัวของคนดูก็อดเอาไปเทียบไม่ได้ และนั่นยิ่งทำให้ภาค 3 ดูดรอปลง เพราะ การเดินป่าคราวนี้ทั้งจืดและเรียบไปหน่อย ไม่มีความระทึกจัดๆ แบบเดิม
ส่วน “ผีในป่า” ก็มีออกมาหลายรูปแบบ หลายดีไซน์ดีอยู่ แต่ถูกใช้เป็นแค่ผีรายทาง จนกลายเป็นแค่ตัวประกอบคั่นฉากมากกว่าจะเป็นภัยหลักที่น่าจดจำ
แอ็กชัน: ผีเยอะ แต่ความมันดรอป และของดีถูกเผาในตัวอย่างไปแล้ว

ในเมื่อภาค 2 เคยโชว์ให้เห็นแล้วว่าหนังชุดนี้ทำแอ็กชันมันส์หยดได้ ภาค 3 เลยแบกรอความคาดหวังด้านความเดือดไว้เยอะมาก
แต่สิ่งที่ออกมาคือ แอ็กชันภาคนี้ไม่ค่อยสะใจเท่าที่ควร โดยเฉพาะการปะทะกับผีร้ายในป่า ที่ในมุมหนังแอ็กชันมันควรจะจัดหนักให้เต็มที่
เราควรได้เห็นฉากสู้ยาวๆ ดวลกันแบบจัดเต็ม
ควรมีจังหวะให้ตัวละครงัดทุกไม้เด็ดออกมาใช้
แต่ในหนังจริงกลับไม่ถึงจุดนั้น ฉากเท่ๆ ที่น่าจะทำให้คนดูอ้าปากค้างหลายช็อต กลับถูกเอาไปโชว์ในตัวอย่างแทบหมดแล้ว ทำให้ตอนดูจริงความว้าวถูกลดทอนไปเยอะ
ผลคือ คนที่เข้าไปหวังความสะใจแบบภาค 2 น่าจะรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปนิดๆ หน่อยๆ อยู่ตลอดเวลา
มุกตลกที่หายไป กับโทนครอบครัวที่ยังปิดได้ดี


สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดของภาคนี้คือ เสน่ห์ด้านความฮา ที่เคยเป็นจุดเด่นของแฟรนไชส์ ธี่หยด มาโดยตลอด
ในสองภาคแรก มุกตลก คำด่าแซะ คำพูดกวนตีนของตัวละครช่วยเติมสีสันให้หนังอย่างมาก ทำให้โทนสยองและแอ็กชันดูกลมกล่อม มีจังหวะผ่อนคลายคนดูอยู่เรื่อยๆ
แต่ภาคนี้มุกแทบหายไปจนเกือบไม่เหลือเค้าเดิม การรับส่งมุกหน้าตายระหว่าง ยักษ์ กับ จ่าประพันธ์ ก็หายไปอย่างเห็นได้ชัด บทถูกปรับให้ซีเรียสและจริงจังมากขึ้นจนโทนโดยรวมค่อนข้างหม่นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในมุม ดราม่าครอบครัว ภาคนี้ก็ถือว่า “ปิดไตรภาคครอบครัวตัว ย.” ได้แบบอบอุ่นและสวยงามอยู่เหมือนกัน เส้นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวยังทำหน้าที่เชื่อมคนดูกับตัวละครได้ดี
เลยกลายเป็นว่าต่อให้บ่นเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าหนังแย่ เพียงแค่มันไปไม่ถึงมาตรฐานของตัวเองที่ตั้งไว้สูงมากจากสองภาคแรกเท่านั้น
สำหรับแฟนๆ ธี่หยด ยังไงก็เป็นหนังที่ควรไปดูในโรงอยู่ดี แต่อาจต้องลดสวิตช์ความคาดหวังลงนิดหนึ่งแล้วเข้าไปเสพการปิดตำนานครอบครัวนี้แบบสบายๆ จะเวิร์กที่สุด
อย่าเพิ่งลุกตอนเครดิต


ท้ายสุด ฝากเตือนแบบจริงจัง อย่าเพิ่งลุกออกจากโรงทันทีที่หนังจบ เพราะมีเอนด์เครดิตเซอร์ไพรส์โผล่มาอีกหนึ่งช็อตเต็มๆ ใครรีบออกก่อนมีสิทธิ์พลาดของแถมสำคัญไปแบบน่าเสียดายมากๆ เพราะมันช่วยเติมเต็มภาพรวมของไตรภาคนี้ได้ดีเลยทีเดียว

